วันพุธ ที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2569 01:47 น.

ภูมิภาค

ตราดวางยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวปี 2570 ชู “High-Value & Low Carbon” สู่ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2569, 18.22 น.

ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ โอภาส ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด เปิดเผยว่า ก่อนการโยกย้ายไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม) ได้วางการพัฒนาการท่องเทีทยวของจังหวัดตราดในปี 2570 ไว้แล้ว โดยที่ยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวปี 2570 มุ่งยกระดับจังหวัดตราดสู่จุดหมายปลายทาง “High-Value & Low Carbon” หรือการท่องเที่ยวคุณค่าสูงและคาร์บอนต่ำระดับโลก โดยเน้นเพิ่มรายได้จากนักท่องเที่ยว พัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยว และส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

 

ซึ่งข้อมูลปี 2567 ระบุว่า ตราดมีรายได้จากการท่องเที่ยว 18,191 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 32.18 และมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อนักท่องเที่ยว 8,104 บาทต่อคน ขณะที่ตลาดยุโรป โดยเฉพาะเยอรมนี รัสเซีย ฝรั่งเศส และสหราชอาณาจักร มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ย 4.25 วัน

 

“ปี 2570 ททท. สำนักงานตราด ตั้งเป้ารายได้จากตลาดในประเทศ 12,580 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.66 และผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย 1,915,600 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้นร้อยละ 4.83 ภายใต้ 4 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่ การปรับสมดุลตลาด การพัฒนาประสบการณ์ท่องเที่ยว การสร้างเศรษฐกิจเติบโตใหม่ และการยกระดับการตลาดดิจิทัล“ว่าที่ร้อยตรีกรกฎ กล่าว

 

นอกจากนี้ ด้านการท่องเที่ยวยั่งยืน ททท.สำนักงานตราดเตรียมต่อยอดจุดเด่นเกาะหมากและอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างในโครงการ Green Destinations Top 100 พร้อมส่งเสริมระบบเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และผลักดันโครงการ “เที่ยวตราด sLow Carbon+” เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ Digital Nomad และนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูสุขภาวะ และยังมุ่งเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลกับชุมชนสำคัญ เช่น บ้านน้ำเชี่ยว บ้านท่าระแนะ และบ้านธรรมชาติล่าง รวมถึงส่งเสริมสินค้า GI ของตราด 4 รายการ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและเศรษฐกิจท้องถิ่น

 

ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานตราด กล่าวอีกว่า  ยังส่งเสริม Sports Tourism และการท่องเที่ยวตลอดทั้งปี ผ่านกิจกรรมวิ่งเทรลและเทศกาลเรือใบ พร้อมเจาะตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพ ได้แก่ ครอบครัว ผู้สูงวัย กลุ่ม Romance / LGBTQ+ ตลาด Green MICE และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาวะ

 

ทั้งนี้ ททท. สำนักงานตราด ตั้งเป้าปรับบทบาทจากผู้ส่งเสริมการท่องเที่ยวสู่ผู้ประสานพลังเครือข่าย เพื่อเชื่อมโยงภาครัฐ ภาคธุรกิจ และชุมชน ร่วมขับเคลื่อนตราดสู่ต้นแบบการท่องเที่ยวคุณค่าสูงและคาร์บอนต่ำ สร้างรายได้ควบคู่การรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 

ด้านนายอรรถพล กลิ่นทับ ผู้จัดการบริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มการท่องเที่ยวของอำเภอเกาะกูด (ตำบลเกาะกูด แชะตำบลเกาะหมาก)เติบต่อต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2567-2568 แม้จะสะดุดในช่วงปลายปี 2568 ที่มีการสู้รบ แต่หลังจากนั้นในปี 2569 เติบโตต่อเนื่อง ทำให้บริษัทได้ปรับเวบารองรับการเติบโตของทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังเกาะช้าง เกาะหมาก และเกาะกูด ซึ่งหลักๆจะมาลงที่ท่าเรือแหลมศอก และเดินทางไปยังเกาะกูดและเกาะหมากได้โดยตรง และยังสามารถเดินทางจากเกาะช้าง มายังเกาะหมาก และเกาะกูดได้ เนื่องจากบริษัทบุญศิริ จำกัดมีเส้นทางเชื่อมจากเกาะช้างไปยังเกาะหมากและเกาะกูด ไป-กลับ ซึ่บทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้สะดวกไม่ต้องเดินทางมายังฝั่งจังหวัดตราดก่อน นอกจากนี้ยังประสานกับเที่ยวบินของบาวกอกแอร์เวย์ในเรื่องเที่ยวบิน เพื่อรองรับเที่ยวเรือไปยังเกาะกูดและเกาะหมากโดยตรง ซึ่งในปี 2569 นี้ จะมีเครื่องบนลำใหญ่ของบางกอกแอร์เวย์มาลงที่สนามบินตราดแล้ว ซึ่งปี 2569 นักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 10% และปี 2570 ท่องเที่ยวของจังหวัดตรากก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นกว่าปี 2569 ด้วย 

หน้าแรก » ภูมิภาค