วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569 18:16 น.

ภูมิภาค

สคร.9 เตือนน้ำท่วมระวัง “ไข้ฉี่หนู” 4 จังหวัดป่วย 306 ราย เสียชีวิต 1 ราย

วันจันทร์ ที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2569, 16.48 น.

นครราชสีมา — เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เตือนประชาชนในช่วงฝนตกและน้ำท่วม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน ทำงานในพื้นที่ชื้นแฉะ หรือทำความสะอาดบ้านหลังน้ำลด ให้ระมัดระวังโรคเลปโตสไปโรซิส หรือ “โรคไข้ฉี่หนู” พร้อมแนะนำให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำและดินโดยไม่จำเป็น และสวมอุปกรณ์ป้องกันเมื่อต้องลุยน้ำหรือย่ำโคลน

นพ.สายลักษณ์ พิมพ์เกาะ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา เปิดเผยว่า โรคเลปโตสไปโรซิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่อาจปนเปื้อนอยู่ในปัสสาวะของสัตว์ เช่น หนู สุนัข โค กระบือ และสุกร โดยเชื้อสามารถปนเปื้อนในน้ำ ดิน หรือโคลน และเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก หรือเยื่อบุตา จมูก และปาก

กลุ่มที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ เกษตรกร ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง และผู้ที่ต้องสัมผัสน้ำ ดิน หรือโคลน รวมถึงผู้ที่ทำความสะอาดบ้านเรือนหลังน้ำท่วม เนื่องจากมีโอกาสสัมผัสพื้นที่ที่อาจปนเปื้อนเชื้อ

 

 

ข้อมูลของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 นครราชสีมา ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-20 กันยายน 2569 เขตสุขภาพที่ 9 ซึ่งประกอบด้วยนครราชสีมา สุรินทร์ บุรีรัมย์ และชัยภูมิ พบผู้ป่วยโรคเลปโตสไปโรซิสรวม 306 ราย เสียชีวิต 1 ราย โดยสุรินทร์พบผู้ป่วย 269 ราย เสียชีวิต 1 ราย นครราชสีมา 16 ราย บุรีรัมย์ 14 ราย และชัยภูมิ 7 ราย โดยทั้ง 3 จังหวัดไม่พบผู้เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวในช่วงเวลาที่รายงาน

กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคืออายุ 65 ปีขึ้นไป รองลงมาคืออายุ 55-64 ปี ขณะที่อาชีพที่พบผู้ป่วยมากที่สุดคือกลุ่มเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพทำนาและทำสวน สคร.9 จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเพิ่มความระมัดระวัง โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและสถานการณ์น้ำท่วม

สำหรับการป้องกันโรค สคร.9 แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินลุยน้ำ ย่ำโคลน หรือแช่น้ำเป็นเวลานาน หากจำเป็นต้องสัมผัสน้ำหรือดิน ควรสวมรองเท้าบูท ถุงมือยาง และอุปกรณ์ป้องกันที่เหมาะสม ไม่เดินเท้าเปล่า และหากมีบาดแผลหรือรอยถลอก ควรปิดแผลด้วยพลาสเตอร์กันน้ำให้มิดชิดก่อนสัมผัสน้ำหรือดิน

หลังสัมผัสน้ำหรือโคลนควรรีบอาบน้ำและทำความสะอาดร่างกายด้วยน้ำสะอาดและสบู่ รวมถึงล้างมือและเท้าให้สะอาด หากภายใน 1-2 สัปดาห์หลังสัมผัสน้ำหรือดินมีไข้สูง ปวดศีรษะ หรือปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่องและหลัง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัสน้ำหรือดินให้แพทย์ทราบ ไม่ควรซื้อยารับประทานเอง

 

 

ขณะเดียวกัน กรมควบคุมโรคเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมให้ระวังภัยใกล้ตัว 3 ประการ ได้แก่ การจมน้ำ ไฟดูดหรือไฟฟ้าช็อต และสัตว์เลื้อยคลานหรือสัตว์มีพิษที่หนีน้ำเข้าบ้าน พร้อมเฝ้าระวัง 6 กลุ่มโรค ได้แก่ โรคเลปโตสไปโรซิส โรคผิวหนังและการติดเชื้อที่ผิวหนัง โรคระบบทางเดินอาหารและโรคที่เกิดจากน้ำ โรคที่มียุงเป็นพาหะ โรคตาอักเสบ และโรคติดต่อระบบทางเดินหายใจ

กรณีการจมน้ำ กรมควบคุมโรคแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านพื้นที่ที่มีกระแสน้ำแรง น้ำลึก หรือมองไม่เห็นสภาพพื้นด้านล่าง หากพบผู้ตกน้ำไม่ควรกระโดดลงไปช่วยเอง แต่ควรใช้อุปกรณ์ เช่น ไม้หรือเชือก ให้ผู้ประสบภัยจับ และโทร. 1669

ส่วนพื้นที่ที่มีระบบไฟฟ้า หากน้ำเข้าบ้านควรตัดกระแสไฟฟ้าจากจุดที่ปลอดภัยก่อน ไม่สัมผัสปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสายไฟขณะตัวเปียก และไม่เดินลุยน้ำในบริเวณที่มีสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าอยู่ในน้ำ

สำหรับสัตว์เลื้อยคลานและสัตว์มีพิษ เช่น งู ตะขาบ และแมงป่อง ซึ่งอาจหนีน้ำเข้ามาหลบในบ้าน ใต้กองสิ่งของ หรือรองเท้า ควรใช้ไฟฉายส่องก่อนเดินหรือหยิบสิ่งของ ไม่ใช้มือเปล่าค้นหา และสวมรองเท้าที่ปิดมิดชิด หากถูกงูกัดหรือสัตว์มีพิษกัดต่อย ไม่ควรกรีดแผลหรือดูดพิษ และควรรีบไปโรงพยาบาล

กรมควบคุมโรคยังแนะนำให้ประชาชนที่จำเป็นต้องสัมผัสน้ำท่วมสวมรองเท้าบูทหรือรองเท้าที่ป้องกันน้ำได้ หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่า ปิดแผลให้มิดชิด และหลังสัมผัสน้ำควรรีบล้างมือ เท้า และร่างกายด้วยสบู่และน้ำสะอาด รวมถึงรับประทานอาหารปรุงสุกใหม่และดื่มน้ำสะอาด

สำหรับสถานการณ์โรคไข้ฉี่หนูในภาพรวมประเทศ กรมควบคุมโรครายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-23 กันยายน 2569 พบผู้ป่วย 3,303 ราย เสียชีวิต 46 ราย โดยพบผู้ป่วยสูงในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปและกลุ่มอาชีพเกษตรกรรม จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในช่วงที่มีฝนตก น้ำท่วมขัง และพื้นที่ชื้นแฉะ

ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับโรคและภัยสุขภาพได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

หน้าแรก » ภูมิภาค