วันพุธ ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2569 20:50 น.

ภูมิภาค

แม่ค้าบุรีรัมย์โอด! ดีเซลพุ่งทะลุ 41 บาท ซ้ำเจอน้ำท่วมทำต้นทุนขนส่งแพง

วันอังคาร ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2569, 12.16 น.

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ หลังพบว่าราคาน้ำมันดีเซลยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง โดยราคาจำหน่ายในพื้นที่ส่วนกลางอยู่ที่ประมาณ 41.44 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาจำหน่ายในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงจังหวัดบุรีรัมย์ ปรับตัวสูงขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 41.86 บาทต่อลิตร เนื่องจากมีต้นทุนค่าขนส่งตามระยะทางที่เพิ่มขึ้น

สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องนานเกือบ 2 เดือน ได้ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะภาคการขนส่งและต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภค ประกอบกับหลายพื้นที่ของจังหวัดบุรีรัมย์กำลังประสบปัญหาน้ำท่วมขังจากฝนตกหนักและมวลน้ำไหลหลาก ส่งผลให้เส้นทางสัญจรยากลำบาก และกระทบต่อระบบการขนส่งสินค้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพิ่มสูงขึ้น และราคาสินค้าปรับตัวขึ้นเป็นทอด ๆ

 

 

จากการลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศการค้าขาย บริเวณตลาดเช้าหน้าโรงพยาบาลบุรีรัมย์ อำเภอเมืองบุรีรัมย์ จังหวัดบุรีรัมย์ พบว่าบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างได้รับผลกระทบจากต้นทุนสินค้าที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายรายต้องแบกรับภาระต้นทุนสูงนานเกือบ 2 เดือน แต่ยังคงพยายามตรึงราคาจำหน่าย เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบมากเกินไป ส่งผลให้อัตรากำไรลดลงอย่างเห็นได้ชัด

นางสาวพรพิลัย แซ่ตั๊น อายุ 56 ปี แม่ค้าขายปลาทู เปิดเผยว่า ราคาปลาทูปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จากเดิมต้นทุนอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 73–75 บาท ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 80–90 บาท หรือสูงกว่านั้นขึ้นอยู่กับเกรดและขนาด เนื่องจากปริมาณปลาในตลาดมีน้อย ประกอบกับต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้น แต่ตนยังคงพยายามจำหน่ายในราคาเดิมเพื่อให้ลูกค้าซื้อหาได้ ส่งผลให้เหลือกำไรเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จึงอยากร้องขอให้รัฐบาลพิจารณามาตรการช่วยเหลือ โดยเฉพาะการลดราคาน้ำมัน เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่งและราคาสินค้าปลายทาง

 

 

ขณะที่ นางพนัส จันทะสอน อายุ 65 ปี แม่ค้าขายพริกแห้ง เปิดเผยว่า ตนได้รับผลกระทบจากต้นทุนสินค้าที่เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเดิมพริกแห้งถุงใหญ่ น้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม มีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 1,000 กว่าบาท หรือเฉลี่ยกิโลกรัมละ 100 กว่าบาท แต่ปัจจุบันต้นทุนเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 1,200 กว่าบาท หรือเฉลี่ยกิโลกรัมละประมาณ 120 บาท อีกทั้งพริกแห้งที่มีก้านติดมาราคาปรับสูงขึ้น ทำให้ต้องนำมาเด็ดก้านออกเองก่อนนำมาแบ่งถุงขาย ส่งผลให้มีภาระและต้นทุนเพิ่มขึ้น ปัจจุบันแทบไม่เหลือกำไรเพราะต้องตรึงราคาไว้ จึงอยากให้รัฐบาลเร่งหาแนวทางช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อย โดยเฉพาะการลดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน

หน้าแรก » ภูมิภาค