วันพฤหัสบดี ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2569 23:56 น.

ภูมิภาค

ร้านชำหนีน้ำตั้งเต็นท์ริมถนน เปิดร้านต่อหาเลี้ยงชีพ ชาวหาดอาสาวอนบริหารน้ำล่วงหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 16.59 น.

ชัยนาท – น้ำเจ้าพระยาท้ายเขื่อนเพิ่มระดับต่อเนื่อง หลังกรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ต.หาดอาษา อ.สรรพยา กว่า 400 หลังคาเรือน ชาวบ้านเร่งขนของขึ้นที่สูงและอพยพมาตั้งเต็นท์ริมถนน ขณะที่เจ้าของร้านชำรายหนึ่งขนสินค้าออกจากบ้านมาตั้งร้านขายริมถนน เผยแม้ต้องหนีน้ำ แต่ยังต้องค้าขายเพื่อหาเลี้ยงชีพ พร้อมสะท้อนอยากให้บริหารจัดการน้ำล่วงหน้าเพื่อลดผลกระทบประชาชน

วันที่ 1 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา หลังกรมชลประทานปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาจาก 2,300 เป็น 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยทยอยเพิ่มตั้งแต่เวลา 08.00 น. และคาดว่าจะถึงอัตรา 2,400 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีภายในเวลา 13.00 น. ส่งผลให้พื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนต้องเฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

 

 

ในพื้นที่ ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท น้ำได้เอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนกว่า 400 หลังคาเรือน ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของและทรัพย์สินขึ้นที่สูง พร้อมอพยพออกจากพื้นที่บางส่วน โดยนำสิ่งของไปพักไว้และตั้งเต็นท์บริเวณริมถนนสายคันคลองมหาราชเป็นแนวยาวหลายกิโลเมตร สถานการณ์ดังกล่าวมีรายงานว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วหลังการระบายน้ำท้ายเขื่อนเพิ่มขึ้น

หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบคือ นางพะเยาว์ คำเจียว อายุ 61 ปี ชาวหมู่ 1 ต.หาดอาษา ซึ่งเปิดร้านขายของชำอยู่ภายในบ้าน โดยต้องเร่งขนสินค้าที่จำหน่าย รวมถึงสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นออกจากบ้านมาตั้งร้านชั่วคราวริมถนน เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม

 

 

นางพะเยาว์ กล่าวว่า หลังทราบว่าจะมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำ จึงรีบขนสินค้าภายในร้านและสิ่งของจำเป็นออกมาไว้ริมถนน เพราะหากปล่อยไว้ก็อาจได้รับความเสียหาย แต่ไม่รู้ว่าจะนำสิ่งของไปเก็บไว้ที่ใด จึงต้องนำมาตั้งร้านขายริมถนนไปก่อน โดยชาวบ้านในละแวกเดียวกันต่างก็ปรับพื้นที่พักอาศัยและค้าขายชั่วคราวเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้

นางพะเยาว์ กล่าวอีกว่า น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความลำบากให้กับชาวบ้าน เพราะน้ำมาเร็วและระดับเพิ่มขึ้นในช่วงกลางคืน ทำให้ต้องคอยระวังและนอนหลับไม่เต็มที่ โดยส่วนตัวอยากให้มีการบริหารจัดการและระบายน้ำล่วงหน้า หากสามารถทยอยระบายได้ตั้งแต่ช่วงแรก อาจช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้

 

 

ขณะที่กรมชลประทานระบุว่า ปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องบริหารการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ โดยแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

หน้าแรก » ภูมิภาค