วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2569 02:52 น.

ภูมิภาค

“ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอ่วมกว่า 3 พันครัวเรือน ป้าช้ำเจอน้ำท่วม-บัตรสวัสดิการฯ ถูกตัดสิทธิ”

วันศุกร์ ที่ 02 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 16.36 น.

ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาอ่วมกว่า 3 พันครัวเรือน ป้าช้ำเจอน้ำท่วม-บัตรสวัสดิการฯ ถูกตัดสิทธิ

ชัยนาท – น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา ขยายวงแล้วกว่า 5 ตำบล ประชาชนได้รับผลกระทบเบื้องต้นกว่า 3,176 ครัวเรือน พื้นที่การเกษตรกว่า 9,566 ไร่ หลายครอบครัวอพยพขึ้นถนนคันคลองมหาราช ขณะที่หญิงวัย 60 ปีเผยความเดือดร้อน ต้องขนของหนีน้ำและเร่งออกไปขายของหารายได้ พร้อมระบุว่าถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากกรณีมีหนี้เกินเกณฑ์

วันที่ 2 ตุลาคม 2569 นายคำรณ อิ่มเนย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท เปิดเผยสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ว่า ขณะนี้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นเข้าท่วมชุมชนบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในพื้นที่ อ.สรรพยา แล้วกว่า 5 ตำบล ได้แก่ ต.บางหลวง ต.ตลุก ต.หาดอาษา ต.โพนางดำออก และ ต.โพนางดำตก

 

 

ข้อมูลเบื้องต้นจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดชัยนาท ระบุว่า มีประชาชนได้รับผลกระทบแล้วกว่า 3,176 ครัวเรือน และมีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบกว่า 9,566 ไร่

จากสถานการณ์ดังกล่าว ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องอพยพออกจากบ้านเรือนขึ้นมาอาศัยอยู่บริเวณถนนสายคันคลองมหาราช ขณะที่บางครอบครัวเคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยงมาไว้ในพื้นที่ปลอดภัย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ประสบภัยเร่งจัดเตรียมถังน้ำ ห้องสุขา ระบบไฟฟ้า และมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่อพยพออกจากพื้นที่

 

 

นางคำนึง เลขาวัฒนะ ชาวบ้านหมู่ 3 ต.โพนางดำออก อ.สรรพยา หนึ่งในผู้ประสบภัย เปิดเผยว่า การขนย้ายสิ่งของในครั้งนี้เป็นไปด้วยความยากลำบาก แม้จะได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้สามารถทยอยขนของขึ้นที่สูงได้ ต่างจากปีก่อนที่แนวกั้นน้ำพังและไม่สามารถเก็บสิ่งของได้ทัน จนได้รับความเสียหาย

นางคำนึงกล่าวว่า แม้น้ำจะท่วมเป็นประจำทุกปี แต่ยังรู้สึกกังวลทุกครั้งที่เกิดสถานการณ์ โดยครั้งนี้นอกจากต้องรับมือกับน้ำท่วมแล้ว ยังมีภาระเรื่องรายได้ เนื่องจากตนประกอบอาชีพขายขนมตามตลาดนัด ไม่มีเงินเดือนประจำ จึงต้องเดินทางไปขายของตามจุดที่น้ำไม่ท่วม

 

 

ส่วนกรณีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นางคำนึงระบุว่า ปัจจุบันไม่ได้รับสิทธิเนื่องจากมีหนี้เกิน 100,000 บาท โดยตนมีรถจักรยานยนต์ 1 คัน และรถกระบะ 1 คันสำหรับใช้ขนสินค้าไปขาย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการประกอบอาชีพ พร้อมระบุว่าหากไม่ออกไปขายของก็ไม่มีรายได้ในช่วงที่ต้องเผชิญสถานการณ์น้ำท่วม

สำหรับสถานการณ์น้ำในลุ่มเจ้าพระยา ข้อมูลวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ระบุว่า สถานีวัดน้ำ C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 2,362 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนสถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท มีระดับน้ำเหนือเขื่อน 17.77 เมตร รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อน 15.93 เมตร รทก. โดยระดับน้ำท้ายเขื่อนห่างจากตลิ่งประมาณ 41 เซนติเมตร ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยายังคงระบายน้ำในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

 

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ปรับการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อบริหารจัดการปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในลุ่มเจ้าพระยา และมีการแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงให้เตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำที่เพิ่มขึ้น

หน้าแรก » ภูมิภาค