วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2569 02:45 น.

ภูมิภาค

บุรีรัมย์อ่วม! น้ำทะลักท่วมถนน ต้องขน จยย. ขึ้นรถไถข้ามฝั่ง

วันเสาร์ ที่ 03 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 17.15 น.

บุรีรัมย์อ่วม! มวลน้ำลำมาศเอ่อทะลักท่วมถนนสูง 50 ซม. ท่วมบ้านกว่า 1,000 หลังคาเรือน นาข้าวเสียหาย 3,200 ไร่

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งยังคงส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด มวลน้ำจากลำมาศได้เอ่อทะลักเข้าท่วมถนนสายบ้านหินโคน–บ้านกระทิง ตำบลหินโคน อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ ระดับน้ำสูงประมาณ 30–50 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร ส่งผลให้รถยนต์ขนาดเล็กและรถจักรยานยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้ตามปกติ ประชาชนที่ต้องเดินทางเข้าออกพื้นที่ได้รับความยากลำบากอย่างมาก

 

 

นางสายเนตร บัวแก้ว อายุ 46 ปี ชาวบ้านตำบลหินโคน เปิดเผยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์เพื่อไปตลาดสดในตัวอำเภอลำปลายมาศว่า ต้องหยุดรถบริเวณหน้าเส้นทางดังกล่าวเนื่องจากระดับน้ำสูงจนไม่สามารถขับฝ่ากระแสน้ำได้ เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตราย สุดท้ายต้องนำรถจักรยานยนต์ขึ้นท้ายรถพ่วงของรถไถจากองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หินโคน เพื่อข้ามไปยังถนนอีกฝั่ง โดยยอมรับว่าการเดินทางออกไปซื้อสินค้าหรือทำธุระประจำวันกลายเป็นอุปสรรคอย่างมาก และต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่เพื่อให้เดินทางได้อย่างปลอดภัย

 

 

ด้าน นายพงษ์ระพี รักพร้า กำนันตำบลหินโคน เปิดเผยว่า มวลน้ำที่ไหลเข้าท่วมพื้นที่เป็นมวลน้ำที่ไหลมาจากหลายอำเภอ ได้แก่ อำเภอบ้านกรวด, อำเภอโนนดินแดง, อำเภอปะคำ, อำเภอประโคนชัย, อำเภอละหานทราย, อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอำเภอนางรอง ก่อนจะไหลมารวมกันที่ลำมาศ ส่งผลให้ปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นและเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ตำบลหินโคนมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา

 

 

ปัจจุบันมีหมู่บ้านในตำบลหินโคนได้รับผลกระทบแล้ว 6 หมู่บ้าน รวมกว่า 1,000 หลังคาเรือน ขณะที่พื้นที่นาข้าวได้รับความเสียหายแล้วกว่า 3,200 ไร่ สร้างความวิตกกังวลให้แก่ประชาชนและเกษตรกรในพื้นที่อย่างมาก

สำหรับการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น ฝ่ายปกครองอำเภอลำปลายมาศ และ อบต.หินโคน ได้จัดส่งรถไถพร้อมรถพ่วง คอยอำนวยความสะดวกรับ-ส่งประชาชน พร้อมขนย้ายรถจักรยานยนต์ข้ามบริเวณจุดน้ำท่วมสูง เพื่อให้ชาวบ้านสามารถเดินทางไปประกอบธุรกิจและสัญจรได้ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์น้ำและความเสียหายในพื้นที่อย่างใกล้ชิด

หน้าแรก » ภูมิภาค