วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2569 02:16 น.

ภูมิภาค

รองนายกฯ "เอกนิติ" สั่ง กฟภ. สำรองไฟปั๊มคลองรังสิตห้ามดับ

วันอาทิตย์ ที่ 04 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 20.56 น.

ปทุมธานี – "เอกนิติ" ลุยตรวจประตูน้ำคลองรังสิต สั่ง กฟภ. เตรียมสำรองไฟห้ามดับเด็ดขาด พร้อมแง้มแผนเปิดประตูคลอง 13 รับมือน้ำองครักษ์

ปทุมธานี – เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์อุทกภัย ณ ประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิต ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี โดยมี นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี, พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี, นายชุติมันต์ สกุลพราหมณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 11, นายปรีชาวุฒิ เอกนิธิเศรษฐ์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานปทุมธานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่และรายงานสถานการณ์

 

 

ดร.เอกนิติ เปิดเผยว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาและความต้องการของท้องถิ่น ขณะนี้พบว่ามีมวลน้ำหลากจากจังหวัดนครนายกไหลเข้ามาสมทบในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ปริมาณมวลน้ำเหนือเริ่มทรงตัว ทางผู้ว่าราชการจังหวัดจึงได้ร้องขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม เพื่อนำไปช่วยเหลือเร่งระบายน้ำในเขตชุมชนต่างๆ ทั้งนี้ ตนได้กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดยึดถือการดูแลและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญสูงสุด

สำหรับการบริหารจัดการน้ำในภาพรวม ขณะนี้กรมชลประทานกำลังเร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่ชุมชนอย่างเต็มกำลัง ส่วนกรณีที่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก มีความประสงค์ต้องการให้ระบายน้ำผ่านพื้นที่จังหวัดปทุมธานีนั้น จะต้องมีการบริหารจัดการร่วมกันทั้งระบบ โดยในวันพรุ่งนี้ (5 ต.ค.) จะมีการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ภาคกลางทั้งหมด เพื่อบูรณาการแผนบริหารจัดการน้ำตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจะต้องเร่งระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยในช่วงเวลาน้ำทะเลลด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับพายุฝนระลอกใหม่ที่กำลังจะเคลื่อนตัวเข้ามา

 

 

ดร.เอกนิติ กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันสถานีสูบน้ำกึ่งถาวรปากคลองรังสิตได้เดินเครื่องสูบน้ำเต็มกำลังทุกเครื่อง อย่างไรก็ตาม เพื่อความไม่ประมาทและป้องกันปัญหาไฟฟ้าดับซ้ำรอยที่เคยทำให้ระบบการระบายน้ำสะดุด ตนได้สั่งการด่วนให้ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีประสานงานกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จัดเตรียมเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสำรอง (เจนเนอเรเตอร์) ให้พร้อมสแตนด์บายใช้งานได้ทันทีหากเกิดเหตุฉุกเฉิน การลงพื้นที่หน้างานจริงในวันนี้ทำให้เห็นสภาพปัญหาและสามารถสั่งการแก้ไขได้อย่างตรงจุด

 

 

ด้าน นางสาวธนียา นัยพินิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์เริ่มมีทิศทางดีขึ้น และทางจังหวัดกำลังเร่งรักษาระดับน้ำให้ลดลงอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีปริมาณน้ำตกค้างในพื้นที่ประมาณ 170 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่ศักยภาพการสูบน้ำรวมอยู่ที่วันละประมาณ 20 ล้านลูกบาศก์เมตร เครื่องสูบน้ำทุกเครื่องยังคงปฏิบัติงานได้ตามปกติ เพียงแต่ปริมาณน้ำสะสมมีจำนวนมาก สำหรับพื้นที่อำเภอลำลูกกาที่มีน้ำท่วมขังในชุมชน ทางจังหวัดได้เสริมเครื่องสูบน้ำเข้าไปเพิ่มอีก 3 เครื่อง คาดว่าสถานการณ์จะทยอยคลี่คลายในไม่ช้า

 

 

สำหรับข้อกังวลของประชาชนในเรื่องการรับน้ำจากอำเภอองครักษ์เข้ามาในคลองรังสิตประยูรศักดิ์นั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ชี้แจงว่า แม้ทางพื้นที่ต้นทางจะต้องการให้เปิดประตูระบายน้ำคลอง 12 แต่ทางจังหวัดได้พิจารณาแนวทางที่เหมาะสมเพื่อลดผลกระทบ โดยทดลองเปิดประตูระบายน้ำที่คลอง 13 ให้สูงขึ้น 10 เซนติเมตรแทน ซึ่งผลการประเมินพบว่ายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้ เนื่องจากปริมาณน้ำส่วนใหญ่ไหลระบายไปทางคลอง 13 ได้ดีกว่า

 

หน้าแรก » ภูมิภาค