วันพฤหัสบดี ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2569 21:12 น.

ภูมิภาค

ทุเรียน "3 น้ำ" จ่อปิดตำนาน! น้ำท่วมขังสวนกว่า 10 ไร่ เจ้าของปาดน้ำตา หวั่นทุเรียน 400 ต้นยืนต้นตาย

วันพุธ ที่ 07 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 11.20 น.

น้ำท่วมขังสวนทุเรียน “3 น้ำ” กว่า 10 ไร่ ใน อ.บางคนที จ.สมุทรสงครามเจ้าของสวนวัย 57 ปี ปาดน้ำตา หลังทุเรียนเกือบ 300 ต้นเริ่มใบเหลือง สลัดใบ หวั่นหากน้ำไม่แห้งภายในสัปดาห์นี้ อาจเสียหายทั้งสวน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท ถึงขั้นเตรียมใจย้ายสวน หากต้องเริ่มใหม่ อาจไม่มี “ทุเรียน 3 น้ำ” ให้เห็นอีกต่อไป

 

สถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดสมุทรสงครามยังคงสร้างความเสียหายต่อภาคการเกษตรอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสวนทุเรียน “3 น้ำ” ของ นายเอกชัย เทียนชัย อายุ 57 ปี กำนันตำบลบ้านปราโมทย์ อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าของสวนทุเรียนสามน้ำชื่อดัง ซึ่งขณะนี้ต้องเผชิญกับวิกฤตครั้งใหญ่ หลังน้ำยังคงท่วมขังภายในสวนจนต้นทุเรียนเริ่มแสดงอาการทรุดโทรม

 

นายเอกชัย เปิดเผยว่า สวนแห่งนี้มีพื้นที่กว่า 10 ไร่ เป็นสวนเกษตรผสมผสาน ปลูกทุเรียนทั้งพันธุ์หมอนทองและก้านยาว รวมถึงมะละกอ กล้วยหอมทอง และเงาะ โดยมีต้นทุเรียนทั้งหมดประมาณ 400 ต้น อายุมากที่สุดประมาณ 30 ปี ปัจจุบันมีทุเรียนที่ให้ผลผลิตแล้วราว 120 ต้น

 

แต่หลังเกิดฝนตกหนักตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 หลายวันประกอบกับการระบายน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองในระดับมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีต่อเนื่องหลายวัน ส่งผลให้น้ำเอ่อเข้าพื้นที่เรือกสวนไร่นาและบ้านเรือนในหลายพื้นที่ของจังหวัดสมุทรสงคราม ขณะที่สวนทุเรียนของนายเอกชัยยังคงมีน้ำท่วมขังและไม่สามารถระบายออกได้ตามปกติ

 

สถานการณ์ที่น่าห่วงที่สุดคือ ทุเรียนอายุไม่เกิน 10 ปี เกือบ 300 ต้น เริ่มมีอาการใบเหลืองและสลัดใบทิ้ง หลายต้นอยู่ในสภาพทรุดโทรมอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ต้นที่เหลือก็มีความเสี่ยงสูง หากยังต้องแช่อยู่ในน้ำต่อไปอีกหลายวัน

 

นายเอกชัย ยอมรับว่า เห็นต้นทุเรียนที่ตนเองปลูกและดูแลมานานกำลังจะตายต่อหน้าต่อตา ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เพราะกว่าจะปลูกจนต้นเติบโตและเข้าสู่ช่วงให้ผลผลิตต้องใช้ทั้งเวลา แรงงาน และเงินลงทุนจำนวนมาก

 

สำหรับคำว่า “ทุเรียน 3 น้ำ” เกิดจากเอกลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม ทำให้สภาพดินและระบบนิเวศมีคุณสมบัติเฉพาะ ส่งผลต่อรสชาติของผลผลิตทางการเกษตร และกลายเป็นจุดขายสำคัญของทุเรียนจากพื้นที่แห่งนี้

 

นายเอกชัย กล่าวว่า โดยธรรมชาติแล้วทุเรียนเป็นพืชที่ไม่สามารถทนต่อสภาพน้ำขังเป็นเวลานานได้ หากต้นทุเรียนต้องจมน้ำประมาณ 10-15 วัน โอกาสที่จะได้รับความเสียหายรุนแรงหรือยืนต้นตายมีสูงมาก จึงกังวลว่า หากภายในสัปดาห์นี้น้ำยังไม่แห้ง อาจต้องสูญเสียทุเรียนทั้งสวน และอาจเป็นจุดสิ้นสุดของ “ทุเรียน 3 น้ำ” ที่สร้างชื่อให้กับสวนและจังหวัดสมุทรสงครามมานาน

 

เบื้องต้นประเมินความเสียหายไว้ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท และหากต้องเริ่มปลูกทุเรียนใหม่ทั้งหมด จะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี กว่าต้นทุเรียนจะเติบโตจนสามารถให้ผลผลิตได้อีกครั้ง ความเสียหายจึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงต้นทุนการลงทุนในสวน แต่ยังหมายถึงรายได้จากผลผลิตที่ต้องสูญเสียไปอีกหลายปี

 

ขณะเดียวกัน นายเอกชัย เปิดเผยถึงทางเลือกในอนาคตว่า แม้น้ำจะลดลงและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่ก็อาจตัดสินใจไม่ฟื้นฟูสวนแห่งเดิม เนื่องจากกังวลว่าจะเกิดน้ำท่วมซ้ำอีก โดยมีแนวคิดย้ายไปปลูกทุเรียนบนที่ดินประมาณ 12 ไร่ ซึ่งเพิ่งได้รับมรดกในพื้นที่อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี เป็นพื้นที่สูงและที่ผ่านมาไม่เคยประสบปัญหาน้ำท่วม

 

อย่างไรก็ตาม หากต้องย้ายสวนจริง สิ่งหนึ่งที่น่าเสียดายไม่แพ้ต้นทุเรียนคือชื่อ “ทุเรียน 3 น้ำ” เพราะชื่อนี้ผูกพันกับพื้นที่สมุทรสงครามและสภาพแวดล้อมของสวนโดยตรง หากย้ายไปพื้นที่ใหม่ก็อาจต้องเปลี่ยนชื่อเป็นอย่างอื่น

 

จากสวนทุเรียนที่เคยเป็นความภาคภูมิใจและสร้างชื่อให้กับเกษตรกรในพื้นที่ วันนี้กลับต้องเผชิญบททดสอบครั้งสำคัญจากมหาอุทกภัย เจ้าของสวนทำได้เพียงเฝ้ามองระดับน้ำและภาวนาให้น้ำลดลงทันเวลา เพื่อรักษาต้นทุเรียนที่เหลืออยู่ และต่อลมหายใจให้ “ทุเรียน 3 น้ำ” ยังมีโอกาสเดินหน้าต่อ ไม่ต้องกลายเป็นเพียงเรื่องเล่าหรือตำนานที่เหลืออยู่ในความทรงจำ

หน้าแรก » ภูมิภาค