วันเสาร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569 21:25 น.

ภูมิภาค

สารทเดือนสิบสุพรรณฯ คึกคัก ชิงเปรตเกลี้ยงโต๊ะไม่ถึงนาที แห่เปรตสูง 3 เมตรติดสายไฟ

วันเสาร์ ที่ 10 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 20.31 น.

ประเพณีสารทเดือนสิบ วิถีชาวใต้ ครั้งที่ 13 ที่วัดรอเจริญ จ.สุพรรณบุรี คึกคัก ชาวใต้ร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ ก่อนเปิดพิธีชิงเปรตที่มีทั้งอาหาร ขนม ผลไม้ และเงินสด วางบนโต๊ะให้ร่วมแย่งชิงจนหมดเกลี้ยงภายในไม่ถึง 1 นาที ขณะที่ขบวนแห่หุ่นเปรตสูงกว่า 3 เมตร ต้องหยุดช่วยให้พ้นสายไฟ ส่วนการแข่งขันปีนเสาน้ำมันสูง 5 เมตร มีผู้ร่วมสนุกทุกเพศทุกวัย หวังคว้าเงินรางวัลบนยอดเสา

 

 

ที่วัดรอเจริญ ต.บางปลาม้า อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี พระอธิการปพนสรรค์ โกสโล เจ้าอาวาสวัดรอเจริญ ร่วมกับนายพิภพ บุญธรรม นายกสมาคมชาวใต้สุพรรณบุรีและอดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี นายอานนท์ รักผล ที่ปรึกษาสมาคมชาวใต้สุพรรณบุรี นายไมตรี ศรีเทพ เลขานุการนายกสมาคมชาวใต้สุพรรณบุรี พร้อมชาวใต้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมจัดงานบุญประเพณีสารทเดือนสิบ วิถีใต้ ครั้งที่ 13 เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวใต้ที่ไม่สะดวกเดินทางกลับภูมิลำเนา ได้ร่วมสืบสานประเพณีและทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษผู้ล่วงลับ

 

 

ภายในงาน ชาวใต้นำอาหารพื้นถิ่นมาร่วมทำบุญถวายพระสงฆ์ พร้อมจัดขบวนแห่อาหารคาวหวานและขนมลา ซึ่งมีการทำสดภายในงาน ขบวนแห่ประกอบด้วยเจดีย์ขนมลา กลองยาว หนังตะลุง และหุ่นเปรตจำลอง พร้อมขบวนรำแห่รอบโบสถ์ 3 รอบ ท่ามกลางบรรยากาศสนุกสนาน

สีสันที่เรียกความสนใจคือหุ่นเปรต 2 ตน สูงกว่า 3 เมตร ซึ่งช่วงคอของหุ่นไปติดสายไฟระหว่างเคลื่อนขบวน ทำให้ต้องหยุดช่วยกันนำหุ่นเปรตให้ผ่านสายไฟไปได้ก่อน ขบวนจึงเดินหน้าต่อ จากนั้นนำเจดีย์ขนมลาไปตั้งไว้หน้าโบสถ์ ก่อนชมการแสดงมโนราห์จากลูกหลานชาวใต้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี และประกอบพิธีทำบุญเลี้ยงพระเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ

 

 

เมื่อถึงช่วงพิธีชิงเปรต ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างจับจองพื้นที่รอร่วมกิจกรรม โดยเจ้าอาวาสวัดรอเจริญให้ศีลให้พรเป็นภาษาใต้ ก่อนตัดสายสิญจน์เพื่อส่งสัญญาณเริ่มพิธี พร้อมสวดชยันโตเพื่อความเป็นสิริมงคล

จากนั้นผู้ร่วมงานต่างพากันเข้าไปหยิบสิ่งของบนโต๊ะ ซึ่งมีอาหารคาวหวาน ขนม ผลไม้ ขนมลา สะตอ รวมถึงเงินเหรียญและธนบัตรชนิดต่าง ๆ ใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที สิ่งของบนโต๊ะก็หมดเกลี้ยง แม้แต่ของที่ตกลงบนพื้นก็ยังมีผู้เก็บไปจนหมด

 

 

อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือการแข่งขันปีนเสาน้ำมัน โดยใช้เสาสูง 5 เมตรทาน้ำมันจนลื่น และแขวนธนบัตรไว้บริเวณยอดเสา มีเงินรางวัลครั้งละ 300–500 บาท เปิดให้ผู้สนใจทุกเพศทุกวัยเข้าร่วมแข่งขัน ทั้งชาย หญิง เด็ก และผู้ใหญ่ ผู้เข้าแข่งขันต้องอาศัยการต่อตัวช่วยกันปีนขึ้นไปคว้าเงินรางวัล ผู้ที่อยู่ด้านล่างต้องรับน้ำหนักของเพื่อนร่วมทีม ส่วนผู้ที่อยู่ด้านบนต้องพยายามยืดตัวและเอื้อมมือให้ถึงธนบัตรบนยอดเสา

งานประเพณีสารทเดือนสิบครั้งนี้จึงเป็นทั้งโอกาสให้ชาวใต้ในสุพรรณบุรีได้ร่วมทำบุญรำลึกถึงบรรพบุรุษ และสืบสานวัฒนธรรมท้องถิ่นผ่านกิจกรรมที่สร้างความสนุกสนานให้แก่ผู้ร่วมงาน

หน้าแรก » ภูมิภาค