วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569 05:31 น.

ภูมิภาค

กู้สำเร็จ! เรือลากจูงจมแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดพนัญเชิง

วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 20.39 น.

กู้สำเร็จ! เรือลากจูงจมแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดพนัญเชิง เครนยกพ้นน้ำ เตรียมสูบน้ำส่งซ่อมอู่

เจ้าหน้าที่ประสบความสำเร็จในการกู้เรือยนต์ลากจูง "ช.รัชนีรุ่งเรือง" ขึ้นจากแม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลังเกิดเหตุเครื่องยนต์ดับขัดข้องจนเรือพลิกคว่ำจมลึก 18 เมตร ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สั่งเข้มมาตรการเดินเรือฤดูน้ำหลาก ป้องกันอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

 

 

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 19 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่เริ่มปฏิบัติการกู้เรือยนต์ลากจูง "ช.รัชนีรุ่งเรือง" ที่ประสบอุบัติเหตุจมอยู่กลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณหน้าวัดพนัญเชิงวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยส่งทีมชุดนักประดาน้ำลงผูกเชือกตามจุดสำคัญของตัวเรือ ก่อนใช้เรือเครนยกพยุงให้ตัวเรือตั้งตรงตามแนวลำน้ำ

 

 

หลังใช้เวลาดำเนินการประมาณ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่สามารถยกตัวเรือขึ้นพ้นผิวน้ำได้ประมาณครึ่งลำ โดยหัวเรือหันไปทางทิศใต้ จากนั้นใช้เรือเครนและเรือยนต์ช่วยกันลากและผลักดันเรือเข้าจอดริมฝั่งตรงข้ามวัดพนัญเชิงวรวิหาร ซึ่งเป็นจุดที่มีระดับน้ำลึกประมาณ 3 เมตร ได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในพื้นที่

สืบเนื่องจากอุบัติเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นขณะเรือยนต์ลากจูง "ช.รัชนีรุ่งเรือง" กำลังทำหน้าที่ลากจูงเรือบรรทุกสินค้า แต่เกิดเครื่องยนต์ขัดข้องและดับลงกลางลำน้ำ ทำให้เรือเสียการทรงตัวและถูกกระแสน้ำพัดพลิกคว่ำจมลงสู่ก้นแม่น้ำความลึกประมาณ 18 เมตร โดย นายอนุกูล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี ผู้ขับขี่เรือ สามารถกระโดดหนีออกจากตัวเรือได้ทัน แต่ได้รับบาดเจ็บแขนขวาหัก เจ้าหน้าที่จึงทำเครื่องหมายกำหนดจุดจมไว้ก่อนวางแผนกู้เรือในเวลาต่อมา

 

 

นายนที มนตริวัต ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงาน ได้ร่วมหารือกับสำนักงานเจ้าท่าเพื่อทบทวนมาตรการเดินเรือในช่วงฤดูน้ำหลากอย่างเข้มงวด โดยเดิมกำหนดไว้ว่าหากมีการระบายน้ำผ่านเขื่อนในอัตรา 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะสั่งงดการเดินเรือโดยเด็ดขาด แต่ปัจจุบันอัตราการระบายน้ำลดลงเหลือ 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงอนุญาตให้เดินเรือได้เฉพาะช่วงกลางวัน พร้อมกำชับผู้ประกอบการเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ และจะพิจารณาเพิ่มความเข้มงวดตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์เพิ่มเติมเพื่อป้องกันเกิดเหตุซ้ำ

 

 

ด้าน นายพีรธร นาคสุข ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพระนครศรีอยุธยา ระบุว่า ขั้นตอนหลังจากกู้เรือขึ้นพ้นน้ำ จะเร่งสูบน้ำออกจากตัวเรือทั้งหมด ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบรอยรั่วซึมหรือความเสียหายร้ายแรง เมื่อสูบน้ำออกหมดเรือจะสามารถลอยตัวได้เอง และจะทำการเคลื่อนย้ายไปยังอู่ซ่อมเรือตามความประสงค์ของเจ้าของเรือ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เปิดทางน้ำให้เรือสินค้าสามารถเดินทางผ่านบริเวณดังกล่าวได้ตามปกติแล้ว

หน้าแรก » ภูมิภาค