วันอังคาร ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2569 05:31 น.

ภูมิภาค

 "วราวุธ" เชือด 2 โรงงานพิษปราจีน ลั่นพฤติกรรมหนักแผ่นดิน จ่อยึดทรัพย์

วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 21.18 น.

เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 08.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร ลงพื้นที่ตรวจติดตามการแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากโรงงานขยะอุตสาหกรรม 2 แห่ง ในพื้นที่อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี โดยมี นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัด (รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี) พร้อมด้วยผู้นำท้องถิ่นร่วมลงพื้นที่ ท่ามกลางเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ทนทุกข์จากมลพิษมายาวนาน

 

 

จุดแรก คณะได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ บริษัท กรีน เอ็นไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี่ จำกัด ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ หลังเกิดเหตุน้ำชะกากอุตสาหกรรมและสารไฮโดรคาร์บอนรั่วไหล โดยมีชาวบ้านกว่า 200 คน นำโดย นายสุนทร คมคาย แกนนำกลุ่มปราจีนเข้มแข็ง รวมตัวชูป้ายประท้วงขับไล่ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากกลิ่นเหม็นและน้ำเสียปนเปื้อนสารเคมีที่ไหลลงสู่นาข้าวจนเกิดคราบสีรุ้ง ทำให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ กลุ่มชาวบ้านได้ยื่นคำขาดขอให้มีคำสั่งปิดโรงงานถาวรภายใน 7 วัน มิฉะนั้นจะยกระดับการชุมนุมปิดโรงงานด้วยตนเอง ซึ่งนายวราวุธได้รับปากจะเร่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนกฎหมายภายในกรอบเวลา 7 วันตามที่ชาวบ้านเรียกร้อง

 

 

ต่อมาเวลา 10.00 น. คณะได้เดินทางไปยัง บริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ตำบลกรอกสมบูรณ์ อำเภอศรีมหาโพธิ เพื่อตรวจสอบหลังพบพฤติการณ์ลักลอบบดย่อยและหลอมขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังลักลอบขยายพื้นที่และติดตั้งเครื่องจักรฝ่าฝืนคำสั่งควบคุม กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 39 แห่ง พ.ร.บ.โรงงาน สั่งหยุดประกอบกิจการทั้งหมดทันที

นายวราวุธ เปิดเผยหลังการตรวจสอบว่า กรณีนี้เป็นการกระทำที่อุกอาจ เพราะพบการนำพลาสติกสายไฟมาบดย่อยปนกับดิน ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายสารพิษสู่สิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเข้าข่ายบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ โดยระบุชัดเจนว่า "การกระทำในลักษณะนี้ ถือเป็นการกระทำที่หนักแผ่นดินไทยอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นชนชาติใดก็ตาม"

 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ได้ประสานสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) เพื่อสกัดกั้นผู้ประกอบการไม่ให้หลบหนีออกนอกประเทศ พร้อมบูรณาการร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินและยึดทรัพย์สินของผู้กระทำผิด นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศ ปูพรมตรวจสอบโรงงานรีไซเคิลประเภท 105 และ 106 กว่า 3,000 แห่ง หากประชาชนพบเบาะแสสามารถแจ้งสายด่วน 1564 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยในส่วนของการเยียวยา หากงบประมาณของเอกชนไม่เพียงพอ จะประสานของบกลางจากรัฐบาลเพื่อเร่งแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอันดับแรก

หน้าแรก » ภูมิภาค