วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2569 00:38 น.

ภูมิภาค

บุรีรัมย์ชาวสวนกังวลจดทะเบียนกะเพรา 4 พันธุ์ หวั่นกระทบอาชีพ

วันพฤหัสบดี ที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 13.10 น.

เกษตรกรรายย่อยในจังหวัดบุรีรัมย์แสดงความกังวล หลังมีข่าวบริษัทเอกชนได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่ 4 พันธุ์ หวั่นกระทบการปลูกและจำหน่ายพืชผักสวนครัว ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า ประชาชนสามารถนำกะเพราพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ตามปกติ ส่วนการขยายพันธุ์เพื่อจำหน่ายต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมาย

เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมูลนิธิชีววิถี หรือไบโอไทย เผยแพร่ข้อมูลว่า บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่ 4 พันธุ์ ส่งผลให้เกิดข้อกังวลเกี่ยวกับสิทธิในการใช้ประโยชน์จากพันธุ์พืช โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อยที่ปลูกผักสวนครัวเพื่อจำหน่ายเป็นรายได้เสริม

 

 

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า กฎหมายเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนที่วิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชใหม่สามารถยื่นจดทะเบียนเพื่อคุ้มครองสิทธิในพันธุ์พืชที่พัฒนาขึ้นได้ โดยเปรียบเทียบกับการคุ้มครองสิทธิในผลงานวิจัยด้านยา

นายสุริยะยืนยันว่า ประชาชนสามารถนำกะเพราพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไปปลูกเพื่อบริโภคในครัวเรือนได้ตามปกติ แต่การนำส่วนขยายพันธุ์ไปผลิตหรือจำหน่ายต้องพิจารณาตามสิทธิของผู้ทรงสิทธิและข้อยกเว้นที่กฎหมายกำหนด พร้อมระบุว่า กรมวิชาการเกษตรยังดำเนินการวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืชอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำพันธุ์พืชที่พัฒนาขึ้นไปใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกได้

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลูกผักบ้านโนนสวรรค์ บ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านด่าน อำเภอบ้านด่าน จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งปลูกผักสวนครัวหลายชนิด รวมถึงกะเพรา เพื่อนำผลผลิตออกจำหน่ายสร้างรายได้เสริมให้ครอบครัว

 

 

นางหนูจันทร์ สูนณรงค์ อายุ 69 ปี เกษตรกรในกลุ่ม เปิดเผยว่า ตนปลูกผักสวนครัวหลายชนิดเพื่อนำไปขาย โดยมีพ่อค้าแม่ค้าจากตลาดนัดคลองถมในอำเภอบ้านด่านมาสั่งซื้อกะเพราครั้งละประมาณ 20 บาท แม้จะเป็นเงินไม่มาก แต่ก็ช่วยเป็นค่าอาหารและเพิ่มรายได้ให้ครอบครัว

หลังทราบข่าวว่ามีบริษัทเอกชนจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพรา 4 พันธุ์ รู้สึกตกใจและกังวล หากมีข้อห้ามไม่ให้ขายใบกะเพราที่ปลูกเอง โดยระบุว่าเป็นพืชผักที่ชาวบ้านปลูกกันมานาน หากการขายกะเพราที่ปลูกไว้เข้าข่ายผิดกฎหมายจริง ก็พร้อมถอนและทำลายต้นกะเพราทิ้ง

ด้านนางสายสวาท ทองสุท อายุ 55 ปี กล่าวว่า กะเพราเป็นพืชผักสวนครัวที่ปลูกกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ หากในอนาคตประชาชนไม่สามารถซื้อขายกะเพราได้ตามตลาดทั่วไป ก็อาจสร้างความลำบากให้กับชาวบ้าน

ขณะที่นางเพ็ญ จันทะสิน อายุ 74 ปี กล่าวว่า ตนปลูกผักสวนครัวหลายชนิด หากมีผลผลิตเหลือจากการบริโภคก็จะนำไปขายตามท้องตลาดเพื่อหารายได้เสริม จึงกังวลว่าข้อจำกัดในการใช้พันธุ์พืชอาจส่งผลต่อการทำมาหากินของเกษตรกรรายย่อย

 

 

ข้อมูลจากกรมวิชาการเกษตรระบุว่า บริษัท ซีพีแรม จำกัด ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองพันธุ์กะเพราใหม่ 4 พันธุ์ ได้แก่ “แก้วจุรี01” จดทะเบียนเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2567 และ “แก้วจุรี02” “แก้วจุรี03” และ “แก้วจุรี04” จดทะเบียนเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 โดยพันธุ์ดังกล่าวมีระยะเวลาคุ้มครอง 12 ปี ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ. 2542

เอกสารประกาศคำขอจดทะเบียนของกรมวิชาการเกษตรระบุว่า กะเพราทั้ง 4 พันธุ์พัฒนามาจากกะเพราพันธุ์พื้นเมืองรหัส CPR1 โดยใช้สารเคมีชักนำให้จำนวนชุดโครโมโซมเพิ่มขึ้นร่วมกับเทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนเมษายน 2563 และทดลองปลูกที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม และบริษัท ซีพีแรม จังหวัดปทุมธานี เพื่อคัดเลือกพันธุ์ที่มีลักษณะเหมาะสมสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบประกอบอาหาร

 

 

ขณะเดียวกัน ไบโอไทยแสดงความกังวลว่า หากประเทศไทยแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืชให้สอดคล้องกับอนุสัญญา UPOV 1991 อาจส่งผลต่อสิทธิของเกษตรกรในการเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับความคุ้มครองไว้ปลูกต่อหรือแบ่งปันให้ผู้อื่น รวมถึงการนำพันธุ์พืชไปปรับปรุงและพัฒนาต่อยอด โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับรายละเอียดของกฎหมายและข้อยกเว้นที่กำหนด

ประเด็นดังกล่าวจึงสะท้อนความจำเป็นในการทำความเข้าใจขอบเขตการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ควบคู่กับสิทธิและวิถีชีวิตของเกษตรกรรายย่อย โดยต้องแยกให้ชัดระหว่างการปลูกพืชเพื่อบริโภค การใช้ส่วนขยายพันธุ์ และการผลิตหรือจำหน่ายส่วนขยายพันธุ์ของพืชที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

หน้าแรก » ภูมิภาค