วันพฤหัสบดี ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2569 23:57 น.

ประชาสัมพันธ์

ทส. ร่วมกับ AIS รวมพลังสร้างเครือข่าย คนไทยไร้ E-Waste ทั่วประเทศ

วันพุธ ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.48 น.
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับ AIS รวมพลังสร้างเครือข่าย คนไทยไร้ E-Waste ทั่วประเทศ
สร้างการตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมด้วยช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
 
 
 
เอไอเอส และ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมพลังสร้างเครือข่าย คนไทยไร้ E-Waste ทั่วประเทศ สร้ างการตระหนักรู้ และการมีส่วนร่วมด้วยช่วยกันดูแลสิ่งแวดล้อมอย่าง ยั่งยืน ผ่าน 2 ความร่วมมือหลัก
 
- ขยายจุดวางถังรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ ณ ส านักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด หรือ ทสจ. ทั่วประเทศ เพื่ออ านวยความสะดวกให้ประชาชนที่ต้องการทิ ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี
 
- ร่วมกับ อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือ ทสม. เพื่อเป็นตัวแทน สื่อสาร สร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการจัดเก็บและทิ ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกต้อง
 
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าว ว่า “รัฐบาลได้ด าเนินการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั ้งที่เกิดขึ ้นในประเทศและที่นำเข้าจาก ต่างประเทศ โดยคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ได้ แต่งตั ้งคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ โดยมี รมว.ทส. เป็นประธานมีหน้าที่และอ านาจในการเสนอแนะมาตรการแนวทาง และติดตามประเมินผลการด าเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการขยะ
พลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งการขับเคลื่อนการด าเนินงานในการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ให้ประสบผลส าเร็จต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน/ ประชาสังคม ภาคการศึกษา และภาคีเครือข่าย ทส. ด าเนินโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” เพื่อรวบรวม ขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทซากโทรศัพท์เคลื่อนที่และอุปกรณ์ต่อพ่วง ได้แก่ สายชาร์จ แบตเตอรี่ หูฟัง พาวเวอร์แบงก์ และน าไปจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยรายได้จากการรีไซเคิล จะน าไปมอบให้มูลนิธิชัยพัฒนาต่อไป
 
ปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เกิดขึ ้นในประเทศมีมากกว่า 400,000 ตันต่อปี แต่มีการเก็บรวบรวมและน าไปจัดการอย่างถูกต้องเพียง 500 ตัน ส่วนที่เหลือจะถูกเก็บไว้ตามบ้านเรือน ขายเป็นสินค้ามือสองขายให้รถเร่/ซาเล้ง นอกจากนี ้ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่น าเข้าจากต่างประเทศ มีปริมาณเพิ่มขึ ้นอย่างมาก โดยในปี 2557 มีการน าเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ ในปริมาณประมาณ 900 ตัน อย่างไรก็ตาม ในปี 2560 ปริมาณน าเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์มีมากกว่า 50,000 ตัน ทั ้งนี ้ ยังมีการตรวจพบโรงงานและสถานประกอบกิจการถอดแยกขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ด าเนินการอย่างไม่ถูกหลักวิชาการ ท าให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนและสิ่งแวดล้อม จึงต้องมีการรวบรวมและน าไปจัดการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
 
นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสจ ากัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า “วันนี ้ปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่เป็นอุปกรณ์สื่อสารและ ICT นับว่าเป็นปัญหาใหญ่ของคนทั่วทั ้งโลก โดยมีตัวเลขจาก The global E-Waste 2020 by the United Nation University and the United Nations Institute for Training and Research, the International Telecommunication Union and the International Solid Waste Association ที่ราย งาน
เมื่อปี 2562 ว่า ทั่วโลกมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ถึง 53.6 ล้านเมตริกตัน และมีการใช้งานต่อคนถึง คนละ 7.3 กิโลกรัม ซึ่งขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกได้รับการ recycle อย่าง ถูกวิธี เพียง 17.4% หรือ คิดเป็น 9.3 ล้านเมตริกตันเท่านั ้น ในขณะที่ข้อมูลจากรายงานสถานการณ์ของเสียอันตรายจากชุมชน โดยกรม ควบคุมมลพิษ ปี 2562 ประเทศไทยมีปริมาณขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อยู่ที่ 400,000 ตัน นี่คือสิ่งที่ เราควรต้องให้ความส าคัญและบริหารจัดการร่วมกันก่อนจะสายเกินไป
ดังนั ้นในฐานะ Digital Life Service Provider ที่มีเป้าหมายในการเป็นผู้ให้บริการด้านดิจิทัลที่ ด าเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มต่างๆ พร้อมร่วมดูแลรับผิดชอบต่อสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมของประเทศให้พัฒนา และเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน เราจึงให้ความส าคัญ ต่อการจัดการปัญหาขยะทุกประเภท รวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่นับได้ว่าเป็นขยะอีกหนึ่ง ประเภทที่จะต้องมีการคัดแยกและน าไปก าจัดอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน ที่ผ่านมาเราจึงอาสาเข้ามาเป็น
ศูนย์กลางและจัดท าโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” ขึ ้น โดยมีเป้าหมายในการปลูกจิตส านึกคนไทยให้เข้าใจและตระหนักถึงการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี พร้ อมสร้ างการมีส่วนร่วมในการ ก าจัด โดยจัดท าถังรับขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) อ านวยความสะดวกแก่ประชาชน ให้สามารถน าขยะ อิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ซึ่งประกอบไปด้วย โทรศัพท์มือถือ/แท็บเล็ต, แบตเตอรี่มือถือ, พาวเวอร์แบงก์, สายชาร์จ, หูฟัง มาทิ ้ง ได้ ณ จุดบริการของ AIS และจุดบริการของภาคีเครือข่ายซึ่งปัจจุบันมีแล้วมากกว่า2,300 จุดทั่วประเทศ จากนั ้นส่งต่อไปท าลายอย่างถูกต้ องตามมาตรฐานสากลในรูปแบบของ Zero Landfillโดยล่าสุด ได้รับเกียรติจาก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การ สนับสนุน ร่วมเป็ นอีก 1 ภาคีเครือข่ายหลัก ยกระดับภารกิจ คนไทยไร้ E-Waste สู่วาระแห่งชาติ ในการขยายจุดรับทิ ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) พร้ อมร่วมบูรณาการส่งต่อองค์ความรู้ และปลูก จิตส านึกคนไทย ผ่านการท างานของ อาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน หรือทสม. ที่จะเป็นตัวแทนหลักที่เข้าถึงประชาชนทั่วประเทศเพื่อสื่อสารเกี่ยวกับโทษภัยของขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste), ให้ข้อมูลการจัดเก็บและทิ ้งอย่างถูกวิธี ตลอดจนส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจในชุมชนอย่าง ยั่งยืน ซึ่งเอไอเอสต้องขอขอบคุณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้ อมกลุ่ม ทสม. ที่เห็น
ความส าคัญของโครงการนี ้และร่วมสนับสนุนอย่างดี โดยยืนยันว่า เราจะร่วมเป็นอีก 1 พลังสานต่อภารกิจของกระทรวงฯ ในการดูแลปกป้องสิ่งแวดล้อมของบ้านเราเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกหลานเราในอนาคตให้ดีขึ ้นอย่างยั่งยืนต่อไป”
 
ปัจจุบันโครงการ “คนไทยไร้ E-Waste” สามารถรวบรวมขยะอิเล็กทรอนิกส์ได้จ านวนกว่า 6.3 ตันโดยทางเอไอเอส ได้น าขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) ที่เก็บรวบรวมได้จากจุดรับทิ ้ง น าส่งให้กับ บริษัท เทสจำกัด ผู้เชี่ยวชาญในการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้มาตรฐานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อก าจัด
อย่างถูกวิธีด้วยกระบวนการ Zero Landfill (การจัดการขยะท าให้น ากลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ให้เกิดมูลค่าได้อีกครั้ง) ต่อไป

หน้าแรก » ประชาสัมพันธ์