วันอาทิตย์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2569 04:44 น.

ประชาสัมพันธ์

 เกษรวิลเลจ โชว์โฉม “ORK-ROS Foodyard” 

วันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.12 น.

 เกษรวิลเลจ โชว์โฉม “ORK-ROS Foodyard” 


 เกษรวิลเลจ เผยโฉม “ORK-ROS Foodyard” ไลฟ์สไตล์ฟู้ดเดสทิเนชั่นแห่งใหม่ใจกลางราชประสงค์ ที่รวมรสชาติกว่า 60 ร้านดัง สู่จุดหมายแห่งการกิน ดื่ม และสังสรรค์ของคนเมือง เปิดประสบการณ์ครั้งแรกกับแคมเปญ “7 วัน 7 รสของชีวิตคนกรุง” ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 สิงหาคมนี้

 เกษรวิลเลจ (Gaysorn Village) Placemaking Destination ใจกลางกรุงเทพฯ จึงชวนคนเมืองมาเติมสีสันให้กับทุกมื้ออาหารที่ “ORK-ROS Foodyard” (ออกรส ฟู้ดยาร์ด) จุดหมายใหม่แห่งการกิน ดื่ม และสังสรรค์บนชั้น 4 อาคารเกษรอัมรินทร์ พร้อมเปิดตัวแคมเปญ “7 วัน 7 รสของชีวิตคนกรุง” ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 สิงหาคม 2569 ที่จะชวนทุกคนมาสัมผัสกับรสชาติของชีวิตในแต่ละวัน ผ่านอาหาร เครื่องดื่ม ดนตรี และกิจกรรมที่แตกต่างกันไป

สำหรับ ORK-ROS Foodyard คือการพลิกโฉมจาก The Cook ฟู้ดคอร์ทที่อยู่คู่ย่านราชประสงค์มายาวนานกว่า 20 ปี และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่คุ้นเคยของคนทำงาน นักท่องเที่ยว และผู้คนที่แวะเวียนมายังย่านนี้สู่พื้นที่ใหม่ที่สะท้อนวิถีการใช้ชีวิตของคนเมืองในปัจจุบัน ภายใต้แนวคิด “Live A Flavourful Life : ออกรสออกชาติ ที่ ORK-ROS Foodyard” 

จากพื้นที่สำหรับแวะมื้อกลางวัน ORK-ROS Foodyard ได้รับการปรับโฉมให้เป็นพื้นที่ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองได้ตลอดทั้งวัน บนพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร พร้อมที่นั่งมากกว่า 1,000 ที่นั่ง โดยนำเอกลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมแบบ Postmodern ของอาคารเกษรอัมรินทร์มาตีความใหม่ ผ่านลวดลายดอกพิกุลบน Skylight อันเป็นเอกลักษณ์ของอาคาร สู่บรรยากาศร่วมสมัยที่ชวนให้ผู้คนแวะมาใช้เวลาได้ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นมื้อเร่งด่วนระหว่างวัน การนัดพบเพื่อนร่วมงาน หรือการนั่งพูดคุยกันยาวๆ หลังเลิกงาน 

และเพราะหนึ่งวันของคนเมืองไม่ได้จบลงแค่เวลาทำงาน ORK-ROS Foodyard จึงเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00 น. – 24.00 น. โดยในช่วงหลัง 17.00 น. บรรยากาศของพื้นที่จะค่อยๆ เปลี่ยนไป พร้อมกิจกรรม ดนตรี และความบันเทิงที่เข้ามาเติมสีสันให้ช่วงเย็นกลายเป็นอีกหนึ่งจังหวะของการพบปะและสังสรรค์ 

หัวใจสำคัญของพื้นที่แห่งนี้คือความหลากหลายของรสชาติที่รวบรวมไว้มากกว่า 600 เมนู จากร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่า 60 ร้าน ทั้งร้านระดับตำนานที่หลายคนคุ้นเคยและแบรนด์รุ่นใหม่ที่น่าลอง โดยมีทั้งร้านที่ได้การยอมรับจากมิชลิน, เชลล์ชวนชิม และ Users’ Choice 

เริ่มต้นจากรสชาติแบบเหนือแท้ๆ ของ อองตอง ร้านอาหารเหนือจากเชียงใหม่ที่การันตีด้วย Michelin Bib Gourmand ต่อเนื่อง 4 ปี กับเมนูอย่างข้าวซอยไก่, เส้นข้าวซอยผัดไส้อั่ว และขนมจีนน้ำเงี้ยว หรือใครที่กำลังมองหาอาหารจานโปรดในบรรยากาศคุ้นเคย ชามคุณพี่ ชวนย้อนกลับไปหารสชาติในความทรงจำผ่านเมนูอย่างข้าวหมูทอดสามเกลอ, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้งชามคุณพี่ และกุ้งทอดซอสบ๊วยในตำนาน 

สำหรับวันเร่งรีบของคนทำงาน Ronin Pizza มาในรูปแบบ Slice Bar ที่ตอบโจทย์การแวะเติมพลังด้วยพิซซ่าแป้งโฮมเมด ซึ่งใช้แป้งสดหมักนาน 72 ชั่วโมง จนได้เนื้อสัมผัสนุ่มและไม่หนักท้อง พร้อมเมนูอย่าง Ham Truffle, Parma Ham และ Honey Mustard Focaccia ขณะที่สายข้าวจานเดียวสามารถแวะเติมความอร่อยกับ EGGAHOLIC ร้านอาหารจานเดียวสำหรับคนรักเมนูไข่ ที่นำความละมุนของไข่ข้น ไข่ดาว และไข่เจียว มาผสมผสานกับรสชาติจัดจ้านแบบไทยๆ พร้อมท็อปปิ้งหลากหลายให้เลือกความอร่อยได้ตามใจชอบ โดยมีเมนูซิกเนเจอร์อย่าง ข้าวไข่ข้นทรัฟเฟิล และข้าวไข่ข้นหอยเชลล์

ส่วนใครที่อยากเปลี่ยนจากกาแฟแก้วเดิมๆ มาลองรสชาติใหม่ Chum Chum นำเสนอเครื่องดื่มสมุนไพรในรูปแบบร่วมสมัยภายใต้แนวคิด Apothecary Drink ที่หยิบแรงบันดาลใจจากร้านขายยา เครื่องเทศแผนโบราณ และส่วนผสมจากธรรมชาติมาเติมลูกเล่นด้วยเทคนิคและท็อปปิ้งต่างๆ กับเมนูเด่นอย่างอำพันดอกท้อใต้เงาจันทร์, กุ้ยฮวาลำไยชู๊ตใจแม่ทัพ และน้ำมะพร้าวมัทฉะ และแบรนด์น้องใหม่มาแรงอย่าง  Didi’s Stay Fried ชวนมาเติมความอร่อยด้วยไก่ทอดที่ทอดสดใหม่ทุกออเดอร์ ให้สัมผัสกรอบนอก เนื้อนุ่มด้านใน พร้อมเสิร์ฟคู่กับน้ำพริกขี้ไก่รสจัดจ้านที่ช่วยเพิ่มความเข้มข้นให้ทุกคำอย่างลงตัว

สายอาหารรสแซ่บจัดจ้านสามารถแวะไปที่ Do Nua กับเมนูอย่างตำเล็กซั่วกากหมูปลาร้านัวร์ และลาบหมั่นโถวที่จับคู่ลาบหมูรสถึงเครื่องเข้ากับแป้งหมั่นโถวกรอบนอกนุ่มใน หรือจะไปต่อกับ ขวัญใจ by โรงกลั่นเนื้อ ร้านก๋วยเตี๋ยวและเกาเหลาเนื้อที่พาความอร่อยจากย่านทรงวาดมาสู่ราชประสงค์ พร้อมเมนูจานข้าวอย่างข้าวหน้าไก่ทรงวาดและข้าวหมูผัดพริกขี้หนู 

อีกหนึ่งรสชาติที่ชวนให้กลับมากินได้ทุกวันคืออาหารไทย-จีนแบบ Comfort Food จาก คนชง คนปรุง ร้านดีกรีมิช  ลินที่นำสูตรอาหารของครอบครัวมาต่อยอดเป็นเมนูอย่างข้าวไก่ทอดราดซอสแกงใต้และข้าวไข่นุ่มกุนเชียง รวมถึง AHJO ร้านข้าวหมูแดงและบะหมี่หมูแดงสไตล์ฮ่องกง พร้อมน้ำราดสูตรเฉพาะ และของกินเล่นอย่างซาลาเปาและขนมจีบกุ้ง 

 

 

คุณอารยา ขันทปราบ ผู้บริหารเกษรวิลเลจ (Head Of Component Management) กล่าวว่า “เราอยากให้ ORK-ROS Foodyard เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับมื้ออาหาร แต่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมืองในแต่ละวัน ด้วยความหลากหลายของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบรรยากาศที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ตั้งแต่มื้อกลางวันไปจนถึงการพบปะสังสรรค์ในช่วงเย็น สำหรับแคมเปญ 7 วัน 7 รสของชีวิตคนกรุง เราจึงอยากชวนทุกคนมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และสนุกกับรสชาติที่แตกต่างกันในแต่ละวัน เพื่อให้ทุกครั้งที่มา ORK-ROS Foodyard มีเรื่องราวและความสนุกในแบบของตัวเอง” 

และเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัว ORK-ROS Foodyard เกษรวิลเลจยังจัดแคมเปญ “7 วัน 7 รสของชีวิตคนกรุง” ระหว่างวันที่ 17–30 สิงหาคม 2569 ในคอนเซ็ปต์ที่นำจังหวะชีวิตของคนเมืองในแต่ละวันมาตีความเป็นธีมอาหารและกิจกรรม เริ่มต้นวันจันทร์กับ “วันจง วันจันทร์” (Monday Funday) ที่ชวนเติมพลังรับต้นสัปดาห์ด้วย Comfort Food และเมนูจานโปรดของมนุษย์เงินเดือน ก่อนเข้าสู่ “วันอังคง วันอังคาร” (Tuesday Booster) สำหรับสาย Wellness ที่มองหาเมนูตอบโจทย์คนรักสุขภาพและการออกกำลังกาย 

กลางสัปดาห์เพิ่มดีกรีความสนุกกับ “วันพ้ง วันพุธ” (Spicy Wednesday) แซ่บทั่วทิศ อีสทั่วไทย ที่รวมอาหารรสจัดจ้านจากทั่วทุกภูมิภาคของไทย ตามด้วย “วันพฤห่ง วันพฤหัส” (Thursday Fusion) กับอาหารเอเชียหลากหลายสไตล์ ก่อนเข้าสู่คืนวันศุกร์กับ “วันศ่ง วันศุกร์” (Friyay Hangout) ช่วงเวลาของการวางเรื่องงานไว้ก่อน แล้วออกมาใช้เวลากับเพื่อน พร้อมอาหาร Sharing Plates และเครื่องดื่มรสเลิศ

ส่วนวันเสาร์ในธีม “วันสง วันเสาร์” (Single Saturday) ชวนคนโสดและคนที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ออกมาพบปะผู้คนและลองรสชาติที่ไม่คุ้นเคย ก่อนปิดท้ายสัปดาห์ด้วย “วันอาท้ง วันอาทิตย์” (Slow Sunday) วันที่ชวนให้ทุกคนลดจังหวะชีวิตลง แล้วใช้เวลากับมื้ออาหารเพื่อเติมพลังสำหรับสัปดาห์ถัดไป 

โดยในช่วงเย็นของทุกวันยังมี Live DJ มาร่วมสร้างบรรยากาศให้การสังสรรค์มีสีสันมากขึ้น และสำหรับคืนวันศุกร์ที่ 21 และ 28 สิงหาคม 2569 เวลา 20.00–21.00 น. ยังเตรียมพบกับความบันเทิงจาก House of Heals กับการแสดงของเหล่า Drag Queen พร้อมกิจกรรมและเกมลุ้นรับของรางวัลสำหรับผู้ที่มาร่วมสนุกภายในสองวันนี้ และพิเศษสำหรับสมาชิก The Gaysorn Legend เมื่อมารับประทานอาหารที่ ORK-ROS Foodyard ระหว่างวันนี้จนถึง 30 สิงหาคม 2569 รับคะแนนสะสมเพิ่ม 20 เท่าจากการสะสมปกติ พร้อมสิทธิ์แลกเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่ Pikul Bar (พิกุลบาร์)

นอกจากนี้ เหล่าเจ้าของร้านที่มาร่วมออกร้านภายใน ORK-ROS Foodyard ยังได้กล่าวถึงความพิเศษของเมนู และความน่าสนใจของพื้นที่แห่งนี้ เริ่มจาก คุณอรรถพันธ์ ภู่งาม เจ้าของร้าน Ronin Pizza กล่าวว่า “สำหรับ Ronin Pizza สาขานี้ เราตั้งใจออกแบบรูปแบบการเสิร์ฟให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนทำงานในย่านนี้โดยเฉพาะ จากปกติที่เรานำเสนอพิซซ่าเป็นถาด ที่นี่เราเลือกเสิร์ฟในรูปแบบสไลซ์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถแวะเข้ามาอิ่มอร่อยได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น แต่ยังคงมาตรฐานและความใส่ใจในทุกขั้นตอนเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นการคัดสรรวัตถุดิบจากทั้งต่างประเทศและผู้ผลิตในประเทศไทย รวมถึงพิซซ่าหน้า Ham Truffle ที่เป็นหนึ่งในเมนูซิกเนเจอร์ของร้านมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับ ORK-ROS Foodyard เรามองว่าเป็นพื้นที่ที่น่าสนใจ เพราะไม่ได้เป็นเพียงที่สำหรับแวะมารับประทานอาหาร แต่ยังมีบรรยากาศที่เปิดโอกาสให้ผู้คนมาพบปะ ใช้เวลา และแฮงเอาท์กันได้ตลอดทั้งวัน ซึ่งตรงกับแนวคิดของ Ronin Pizza สาขานี้ที่อยากเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เข้ากับจังหวะชีวิตของผู้คนในย่านราชประสงค์”

ถัดมาที่ คุณพจนีย์ พินิจศักดิ์กุล เจ้าของร้าน EGGAHOLIC เล่าว่า “เสน่ห์ของ EGGAHOLIC สำหรับเราคือการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ออกแบบมื้ออาหารในแบบที่ตัวเองชอบ เพราะแต่ละคนมีความต้องการไม่เหมือนกัน บางคนอาจอยากเพิ่มโปรตีน บางคนอยากเพิ่มไข่ หรือเลือกปริมาณที่เหมาะกับความอิ่มของตัวเอง เราจึงอยากให้การกินข้าวจานเดียวเป็นเรื่องสนุกและปรับเปลี่ยนได้ตามใจ โดยหนึ่งในเมนูที่อยากแนะนำคือ ข้าวไข่ข้นทรัฟเฟิล สเต๊กเนื้อสันนอก คาเฟ่เดอปารีส ที่นำความครีมมี่ของไข่ข้นมารวมกับสเต๊กเนื้อสันนอกและเนยทรัฟเฟิลคาเฟ่เดอปารีส ซึ่งเมื่อค่อยๆ ละลายลงบนจานจะช่วยเพิ่มทั้งกลิ่นหอมและมิติของรสชาติ และสำหรับ ORK-ROS Foodyard เรารู้สึกว่านี่เป็นมากกว่าพื้นที่รวมร้านอาหาร เพราะบรรยากาศและสิ่งที่เกิดขึ้นภายในทำให้ที่นี่มีความเป็นคอมมูนิตี้อย่างชัดเจน ทั้งคนทำงาน นักท่องเที่ยว และคนเมืองสามารถแวะมาใช้เวลาได้ตั้งแต่กลางวันไปจนถึงยามค่ำคืน ขณะที่ดนตรีและความบันเทิงก็ช่วยเติมอีกหนึ่งมิติให้พื้นที่ ทำให้รู้สึกว่าไม่ว่าจะมาที่นี่เพื่อกินข้าว พบปะเพื่อน หรือแวะมาใช้เวลา ทุกคนสามารถรู้สึกได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้จริงๆ”

ปิดท้ายที่ คุณลัทธพล ชาญสง่าเวช เจ้าของร้าน Chum Chum และ Didi’s Stay Fried เผยว่า “สำหรับการมาที่ ORK-ROS Foodyard ครั้งนี้ เรานำร้านมาเปิดถึงสองร้านที่มีคาแรกเตอร์แตกต่างกันอย่าง Chum Chum เป็นการต่อยอดแรงบันดาลใจจากตำรับยาจีนและเครื่องยาสมุนไพรมาเป็นเครื่องดื่มที่ดื่มง่ายและเข้าถึงได้ โดยแต่ละเมนูจะมีรสชาติและคุณประโยชน์ในแบบของตัวเอง ขณะที่ Didi’s Stay Fried เป็นการนำภาพจำของไก่ทอดแบบไทยๆ มาตีความในรูปแบบของเรา ผ่านการใช้สมุนไพรไทยในการหมักไก่ รวมถึงเครื่องดื่มที่หยิบวัตถุดิบอย่างมะขามป้อมและบ๊วยดองมาปรับให้สนุกและดื่มง่ายขึ้น ทั้งสองร้านอาจมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือเราอยากทำอาหารและเครื่องดื่มที่มีเอกลักษณ์ เข้าถึงง่าย และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันได้ สำหรับ ORK-ROS Foodyard เรามองว่าเป็นพื้นที่ที่เข้าถึงง่ายทั้งในแง่ของทำเลและร้านอาหารที่มีให้เลือกหลากหลาย ย่านนี้เป็นพื้นที่ที่หลายคนคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็ก และการปรับโฉมครั้งนี้ก็ทำให้บรรยากาศมีความสดใหม่ขึ้น ขณะเดียวกันยังคงเป็นสถานที่ที่ทุกคนสามารถแวะเข้ามาเลือกกินของอร่อยได้ง่ายๆ ในทุกโอกาส”

เพราะในแต่ละวันของชีวิตคนเมืองอาจมีทั้งวันที่เร่งรีบ วันที่อยากกินของอร่อยเพื่อปลอบใจตัวเอง วันที่อยากดูแลสุขภาพ หรือวันที่อยากใช้เวลายาวๆ กับเพื่อนและคนรอบตัว ORK-ROS Foodyard จึงอยากชวนทุกคนมาเลือกรสชาติที่เหมาะกับตัวเองในแต่ละวัน และเปลี่ยนช่วงเวลาธรรมดาให้มีสีสันขึ้นกับ “Live A Flavourful Life : ออกรสออกชาติ ที่ ORK-ROS Foodyard” โดยเปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 น. – 24.00 น. ณ ชั้น 4 อาคารเกษรอัมรินทร์

หน้าแรก » ประชาสัมพันธ์