วันอังคาร ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 01:39 น.

สังคม-สตรี

"เจน วิรสุรางค์" นักธุรกิจสาวชื่อดัง ไม่ทน ควักเงินจ่าย 5 หมื่น ควานหาตัวสาวปลอมเฟซบุ๊ก

วันพุธ ที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2564, 11.18 น.

อยู่ดี ๆ ก็งานเข้าจนต้องโร่แจ้งความก่อนที่อาจจะเสียไปมากกว่า  เมื่อมีคนสนิทแจ้งไปยัง “คุณเจน-วิรสุรางค์ ศศิอานนท์” กรรมการบริหาร และผู้ถือหุ้น บริษัท บางกอกเพย์ จำกัด ผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่และตู้เติมเงินAJ และ CEO บริษัท ศศิอานนท์ ผลิตภัณฑ์น้ำหอม LaMus  ว่า เฟซบุ๊กของคุณเจนถูกสาวนิรนามหุ่นเซ็กซี่ปลอมเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่อและนามสกุลเดียวกันคือ “FB : วิรสุรางค์ ศศิอานนท์” ซึ่งเมื่อเข้าไปส่องดูในเฟซบุ๊ก ปรากฏว่า มีการโพสต์ภาพซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพโชว์หวิวของสาวเซ็กซี่นิรนามผู้นี้ ทั้งนี้อาจสันนิษฐานได้ว่า ผู้ปลอมเฟซบุ๊กอาจเป็นสาวผู้นี้หรือมีบุคคลอื่นนำภาพของสาวเซ็กซี่ผู้นี้มาโพสต์ลง โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบ เป็นผลให้คุณเจนได้รับความเสียหายและเสียชื่อเสียง ดังนั้นจึงได้เข้าร้องเรียน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)  และสถานีตำรวจนครบาลคันนายาว กรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งความดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด

คุณเจน-วิรสุรางค์ ศศิอานนท์ เผยว่า ต้องขอขอบคุณกัลยาณมิตรที่ได้รีบติดต่อมายังตนเอง เพื่อแจ้งเรื่องการถูกปลอมเฟซบุ๊ก จึงรีบเข้าไปดูเฟซบุ๊กที่ถูกปลอม เพื่อให้แน่ใจว่า เป็นชื่อและนามสกุลของตนเอง เมื่อเช็คว่าเป็นชื่อและนามสกุลของตนเองอย่างถูกต้องแล้ว ก็รู้สึกตกใจมาก เพราะเคยเห็นแต่คนอื่นถูกปลอมเฟซบุ๊ก ไม่คิดว่าจะโดนเข้ากับตนเอง เมื่อเขาปลอมเฟซบุ๊กเราถือว่าเขามีเจตนาที่ไม่ดีอย่างแน่นอน ไม่รู้ว่าปลอมมานานแค่ไหน และไปหลอกลวงสร้างความเสียหายกับใครมาบ้าง ซึ่งเราเสียหายและเสียชื่อเสียงเต็ม ๆ 

“ก่อนที่จะเข้าแจ้งความกับ ปอท. และที่ สน.คันนายาว ได้พยายามติดต่อไปยังผู้ปลอมเฟซบุ๊กรายนี้ เมื่อติดต่อได้แล้วจึงร้องขอให้เลิกทำและลบเฟซบุ๊กปลอมออกไป  ปรากฏว่า ไม่ได้รับความร่วมมือแต่อย่างใด พร้อมยังทำการโพสต์ภาพไปในทางเซ็กซี่และยวนยั่ว อีกทั้งยังเที่ยวแอดเฟซบุ๊กกับเพื่อนๆในเฟสบุ๊กของเรา บางคนก็ทักไปถามว่า เราเปลี่ยนเฟซบุ๊กใหม่หรือ คนปลอมเฟซบุ๊กก็ตอบว่าใช่ เมื่อเป็นแบบนี้จึงต้องเข้าแจ้งความ เพราะชื่อนามสกุลของใครใครก็รักและหวงไม่ต้องการให้คนอื่นนำไปสร้างความเสียหายให้เสื่อมเสียชื่อเสียง”

คุณเจน กล่าวว่า  ตนเองได้เดินทางไปร้องเรียนที่ ปอท. จากนั้นได้เดินทางไปแจ้งความดำเนินคดีต่อที่สถานีตำรวจนครบาลคันนายาว โดยแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดในคดีนี้ ฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามมาตรา 328 และ 397 ให้ได้รับโทษตามกฎหมายจนถึงที่สุดต่อไป เพื่อไม่ให้ไปกระทำกับบุคลอื่นใด ๆอีก แล้วเพื่อให้การดำเนินคดีเป็นไปอย่างรวดเร็ว เป็นการป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งต่อตนเองและต่อผู้อื่นในอนาคต ตนเองจึงได้ตั้งรับรางวัลชี้เบาะแสจนกระทั่งเข้าสู่กระบวนการนำจับมาดำเนินคดีเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท สามารถติดต่อชี้เบาะแสมาที่ ไอดีไลน์ : @lamus  จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง