วันศุกร์ ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2568 09:27 น.

สังคม-สตรี

STeP หนุนผู้ประกอบการเชียงใหม่ ก้าวสู่ศูนย์กลางธุรกิจสุขภาพโลก พลิกวิสัยทัศน์ “Chiang Mai World Class Wellness City” ให้เป็นจริง

วันพฤหัสบดี ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 11.38 น.

จังหวัดเชียงใหม่เดินหน้าสู่การเป็น “เมืองแห่งอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพระดับโลก” (Chiang Mai World Class Wellness City) ด้วยโครงการที่มุ่งยกระดับผู้ประกอบการ เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนในพื้นที่ให้มีศักยภาพด้านธุรกิจสุขภาพ สามารถสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่มีมูลค่าเพิ่ม พร้อมแข่งขันได้ในระดับสากล

อุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (STeP) ร่วมกับ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ เดินหน้าผลักดันจังหวัดเชียงใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพระดับโลก ในโครงการเชียงใหม่เมืองแห่งอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพระดับโลก (Chiang Mai World Class Wellness City) เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการและชุมชนของเชียงใหม่สู่ธุรกิจสุขภาพระดับโลก โดยมี รศ.ดร.ปิติวัฒน์ วัฒนชัย ผู้อำนวยการอุทยานฯ ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ พร้อมด้วย รศ.ดร.จุฬาลักษณ์ เขมาชีวะกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการอุทยานฯ ในฐานะหัวหน้าโครงการ ร่วมทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านการดำเนินกิจกรรมที่มุ่งครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ การยกระดับทักษะบุคลากร ด้านสุขภาพและเวลเนส ตลอดจนการบ่มเพาะผู้ประกอบการรุ่นใหม่ การสร้างมูลค่าเพิ่มจากผลผลิตทางการเกษตร และการพัฒนาชุมชนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่ “เมืองสุขภาพ” ที่มีเศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

ความน่าสนใจของโครงการนี้ อยู่ที่การออกแบบกิจกรรมหลัก 3 ด้าน ที่สอดประสานกันอย่างมีระบบ โดยแต่ละด้านมุ่งเสริมศักยภาพกลุ่มเป้าหมายเฉพาะได้อย่างครบถ้วน เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง อันได้แก่ กิจกรรมหลักที่ 1: บ่มเพาะและสร้างผู้ประกอบการใหม่ในอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพ (Health & Wellness Startup Creation) และกิจกรรมหลักที่ 3 ยกระดับและสร้างมูลค่าเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงในอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพ (Hight Value Health & Wellness Product) โดยทั้งสองกิจกรรมนี้ มุ่งเน้นการพัฒนาผู้ประกอบการ เกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนในจังหวัดเชียงใหม่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และศักยภาพในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการด้านสุขภาพที่มีมูลค่าเพิ่มและสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล

จุดมุ่งหมายสำคัญคือการเสริมความเข้มแข็งให้กับระบบนิเวศธุรกิจสุขภาพของเชียงใหม่ เพิ่มโอกาสทางรายได้ และต่อยอดสู่การยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดในฐานะ “เมืองแห่งอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพระดับโลก” ทั้งนี้ ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากกิจกรรมดังกล่าว คือการบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่ไม่น้อยกว่า 50 ราย พร้อมต่อยอดสู่การสร้างผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่มีมูลค่าสูงไม่น้อยกว่า 50 ผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่ให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน จากนั้นจึงต่อเนื่องด้วยกับกิจกรรมหลักที่ 2 พัฒนาทักษะการประกอบอาชีพสำหรับบุคลากรในอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพ (Health & Wellness Worker Up Skill) ซึ่งมุ่งยกระดับศักยภาพบุคลากรในพื้นที่ให้พร้อมรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมสุขภาพยุคใหม่ผ่านการอบรมทักษะอาชีพใหม่กว่า 30 ชั่วโมง พร้อมกิจกรรมศึกษาดูงานและสร้างเครือข่ายความร่วมมือโดยมีเป้าหมายพัฒนาบุคลากรไม่น้อยกว่า 500 ราย เพื่อเสริมความเข้มแข็งของระบบนิเวศธุรกิจสุขภาพ และขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจสุขภาพระดับโลกอย่างยั่งยืน

ด้าน รศ.ดร.จุฬาลักษณ์ เขมาชีวะกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการอุทยานฯ กล่าวถึงภาพรวมโครงการฯ ในฐานะหัวหน้าโครงการว่า ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน STeP ได้ขับเคลื่อนกิจกรรมพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งการอบรมเสริมทักษะธุรกิจสุขภาพ การให้คำปรึกษาเชิงลึกจากนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญ การสนับสนุนการสร้างผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype) กว่า 50 ชิ้น ตลอดจนการสร้างเครือข่ายธุรกิจและการศึกษาดูงานจากสถานประกอบการสุขภาพชั้นนำ โดยมีเป้าหมายในการบ่มเพาะผู้ประกอบการ Health & Wellness รุ่นใหม่ และยกระดับผลผลิตเกษตรเชียงใหม่สู่ผลิตภัณฑ์สุขภาพมูลค่าสูง

“ซึ่งโครงการนี้ยังได้รับความสนใจอย่างกว้างขวางจากผู้ประกอบการหลากหลายสาขา ทั้งด้านเกษตรแปรรูป สมุนไพร เครื่องสำอาง อาหารเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงบริการด้าน Wellness มีผู้สมัครเข้าร่วมกว่า 500 ราย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความต้องการจริงในการต่อยอดสู่ตลาดสุขภาพระดับประเทศ” รศ.ดร.จุฬาลักษณ์ กล่าวทิ้งท้าย

บทบาทของ STeP ถือเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนโครงการครั้งนี้ ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาต่อยอดให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นได้ใช้จริงในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ตรงกับความต้องการตลาด การเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างมีมาตรฐาน ไปจนถึงการวางรากฐานด้านเครือข่ายที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับตลาดและหน่วยงานสนับสนุนได้อย่างเข้มแข็งด้วยผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น คือการที่ผู้ประกอบการและชุมชนของเชียงใหม่จะมีความเข้มแข็งและสามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดที่ท้าทาย ขณะที่ผลิตภัณฑ์สุขภาพจากผลผลิตทางการเกษตรจะได้รับการพัฒนาให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สร้างทั้งรายได้และความภาคภูมิใจให้กับท้องถิ่นอีกทั้งยังช่วยเสริมภาพลักษณ์ของเชียงใหม่ในฐานะเมืองเวลเนสที่ครบวงจร เติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางธุรกิจสุขภาพระดับโลกในอนาคต

“ดังนั้น โครงการเชียงใหม่เมืองแห่งอุตสาหกรรมและธุรกิจสุขภาพระดับโลก จึงไม่เพียงเป็นการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเป็นการยกระดับศักยภาพของผู้คนและชุมชนอย่างแท้จริง”

 

หน้าแรก » สังคม-สตรี

ข่าวในหมวดสังคม-สตรี