วันเสาร์ ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2569 16:13 น.

สังคม-สตรี

กรมชลประทาน จัดสื่อสัญจรศึกษาความเหมาะสมฯ สร้างความมั่นคงด้านน้ำ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีในพื้นที่ลุ่มต่ำปลายน้ำแม่น้ำนครนายก

วันศุกร์ ที่ 09 มกราคม พ.ศ. 2569, 16.29 น.

กรมชลประทาน จัดกิจกรรมสื่อสัญจร โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในแม่น้ำนครนายก และลำน้ำสาขาที่เกี่ยวข้อง โดยมี นายปรัชญา สุวรรณจิตร หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนบางปะกง บรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนทดน้ำบางปะกง

โดยมีประชาชนผู้สนใจ และกลุ่มผู้ใช้น้ำ รวมทั้งสื่อมวลชน ร่วมรับฟัง ณ พื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเขื่อนบางปะกง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา และเดินทางไปเยี่ยมชมและรับฟังแนวทางการพัฒนาพื้นที่หัวงานและแนวทางการปรับปรุงที่จะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำหลาก น้ำแล้ง และน้ำเค็มรุกตัว โครงการในอนาคต “ประตูระบายน้ำนครนายก” จากผู้ศึกษาโครงการ ณ ศูนย์การท่องเที่ยวทางน้ำตามรอยเสด็จ ร.5 ตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก โดยมีผู้ร่วมรับฟังการบรรยาย ผู้แทนโครงการชลประทานนครนายก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนผู้สนใจ กลุ่มผู้ใช้น้ำ พร้อมด้วยสื่อมวลชน

สำหรับแม่น้ำนครนายก เกิดจากคลองวังตะไคร้ คลองนางรอง คลองท่าด่าน และลำห้วยหลายสายไหลไปรวมกันที่บริเวณแนวแบ่งเขตตำบลสาริกากับตำบลหินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก และปลายน้ำไปบรรจบกับแม่น้ำปราจีนบุรี ที่ตำบลบางแตน อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นจุดกำเนิดแม่น้ำบางปะกง พื้นที่ปลายน้ำของแม่น้ำนครนายกเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ ในฤดูฝนจึงเกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่งเข้าพื้นที่เกษตรและที่อยู่อาศั

เนื่องจากรับน้ำจากหลายทาง ทั้งน้ำฝนที่ตกในพื้นที่ น้ำจากพื้นที่การเกษตรของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครนายก และจากแม่น้ำนครนายก รวมถึงการระบายน้ำจากแม่น้ำปราจีนบุรี และหากแม่น้ำบางปะกงมีภาวะน้ำทะเลหนุน ก็จะทำให้แม่น้ำนครนายกไม่สามารถระบายน้ำออกได้ เกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่งสองฝั่งจนถึงปลายน้ำแม่น้ำนครนายก ส่วนในช่วงฤดูแล้ง มีการรุกตัวของน้ำเค็มในพื้นที่แม่น้ำบางปะกง แม่น้ำปราจีนบุรี และแม่น้ำนครนายก ซึ่งปริมาณน้ำที่ใช้ผลักดันน้ำเค็มมาจากเขื่อนขุนด่านปราการชล อ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา อ่างเก็บน้ำคลองสียัด อ่างเก็บน้ำคลองระบม และอ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึง โดยกรมชลประทานใช้แนวทางบริหารจัดการน้ำในพื้นที่การเกษตรควบคู่กับการผลักดันน้ำเค็ม

แต่ในบางปีมีสภาวะภัยแล้งร่วมด้วย กรมชลประทานจึงใช้การบริหารจัดการน้ำโดยพิจารณาการรักษาระบบนิเวศน์เป็นแนวทางสำคัญ เพื่อลดผลกระทบกับประชาชน ประกอบกับในปัจจุบันมีเรื่องความแปรปรวนของสภาพอากาศ ส่งผลให้ภาวะน้ำแล้ง น้ำท่วม และน้ำเค็มรุกตัวมีความรุนแรงมากขึ้น

กรมชลประทานจึงได้ศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในแม่น้ำนครนายกและลำน้ำสาขาที่เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแหล่งเก็บกักน้ำไว้ใช้ในภาคการเกษตร อุปโภค-บริโภคในพื้นที่โครงการและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อรักษาสมดุลของระบบนิเวศทางน้ำจากปัญหาการรุกตัวของน้ำเค็ม และบรรเทาปัญหาน้ำหลากเมื่อฝนตกหนักในพื้นที่ตอนบนไม่ให้ลงมาสมทบกับพื้นที่ตอนล่าง

จากผลการศึกษาสรุปได้ว่า ต้องมีอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำนครนายก ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก โดยอาคารบังคับน้ำและอาคารประกอบที่เหมาะสม ได้แก่ ประตูระบายน้ำ สถานีสูบน้ำ ประตูเรือสัญจร ทางผ่านปลา ซึ่งการบริหารจัดการประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำอย่างเหมาะสม จะสามารถบรรเทาปัญหาน้ำล้น น้ำแล้ง และน้ำเค็มรุกตัว โดยช่วงฤดูฝนจะใช้ประตูระบายน้ำชะลอน้ำในแม่น้ำนครนายก ไม่ให้ลงมาสมทบกับพื้นที่ตอนล่างสองฝั่งแม่น้ำบางปะกง และเปิดระบายน้ำเมื่อน้ำทะเลลง รวมทั้งช่วยจัดการจราจรทางน้ำ ลำเลียงน้ำในแม่น้ำนครนายกและแม่น้ำปราจีนบุรี ไม่ให้ยอดน้ำมาบรรจบกัน เพื่อเลี่ยงการเสริมกันของปริมาณน้ำจากแม่น้ำทั้งสอง ก่อนลงสู่แม่น้ำบางปะกง

ส่วนในฤดูแล้ง กรณีน้ำทะเลรุกตัวเข้าแม่น้ำบางปะกงสูงกว่าปกติ สามารถใช้อาคารบังคับน้ำดังกล่าว กักเก็บน้ำที่เหลือจากการเพาะปลูก นำมาช่วยผลักดันน้ำเค็ม และในช่วงต้องการน้ำในฤดูแล้งหรือฝนทิ้งช่วง ก็สามารถตั้งสถานีสูบน้ำเพื่อส่งน้ำเสริมให้กับพื้นที่เพาะปลูกตลอดแนวสองฝั่งแม่น้ำนครนายกได้ ซึ่งภายหลังจากมีโครงการ จะช่วยสร้างพื้นที่ชลประทานใหม่ประมาณ 5,000 ไร่ และช่วยลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำได้ประมาณ 19,500 ไร่ ช่วยตัดยอดน้ำในช่วงฤดูฝน กักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง สามารถสนับสนุนน้ำให้กับภาคการเกษตร และอุปโภคบริโภคได้อย่างเพียงพอ

ในการจัดกิจกรรมสื่อสัญจร โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งในแม่น้ำนครนายก และลำน้ำสาขาที่เกี่ยวข้อง

ด้านนายอาทิตย์ บุญท้วม กำนันตำบลบางสมบูรณ์ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก กล่าวว่าจากปัญหาที่เกษตรกรเจอทุกปี พอเราได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากการร่วมประชุมกับกรมชลประทาน ก็ได้มีการแก้ไขในเบื้องต้น แต่พอยิ่งได้รับรู้ว่ากรมชลประทานจะมีการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ ก็ยิ่งดีใจ ผลกระทบต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในพื้นที่ จะได้รับการแก้ไขอย่างถาวร ทำให้พี่น้องตำบลบางสมบูรณ์มีน้ำใช้ทำการเกษตร ปลูกข้าว ปลูกผักได้อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่นายสมบูรณ์ สีสุขภู่ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านหันตะเภา ตำบลบางสมบูรณ์ กล่าวเสริมปัญหาน้ำเค็มรุกเข้า ส่งผลต่อชาวนามาก ต้องหยุดทำนาไปอย่างน้อย 3 เดือนจนกว่าน้ำเค็มจะถดถอยไป พอทราบว่าจะมีโครงการในพื้นที่ มีประโยชน์อย่างมาก จะได้ช่วยผลันน้ำออกไปได้เร็วขึ้น และกักกั้นน้ำเค็มไม่ให้เข้ามา และสามารถส่งน้ำเข้าไปทั่วถึงพื้นที่เกษตร

#กรมชลประทาน
#สื่อสัญจร
#โครงการศึกษาความเหมาะสมการบรรเทาอุทกภัยและภัยแล้งแม่น้ำนครนายก

https://youtu.be/R4SNmQZqhfg?si=hcCK19FyNYVcDTV2


 

หน้าแรก » สังคม-สตรี