วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569 19:31 น.

สังคม-สตรี

ภูริตา จากอดีตเด็กล้านจานเก็บขยะ จบ ดร.จุฬาฯสู่เจ้าของธุรกิจ 800 สาขา

วันพุธ ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2569, 16.47 น.

ท่ามกลางโลกธุรกิจที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความผันผวน มีไม่กี่แบรนด์ที่ยืนหยัดผ่านพายุเศรษฐกิจได้ยาวนานกว่า 15 ปี แต่ “เดิมมาดิก” กลับพิสูจน์ว่า ความสำเร็จไม่ได้เกิดจากเส้นทางราบเรียบ หากเกิดจากการล้มแล้วลุกครั้งแล้วครั้งเล่า

เพราะเบื้องหลังแบรนด์ไทยแนวหน้านี้ คือเรื่องราวของผู้หญิงนักสู้คนหนึ่ง ที่ ล้มลุกคลุกคลานมาหลายรอบ ผ่านวิกฤตเกือบตาย แต่ไม่เคยล้มเลิก

“กำไรสร้างธุรกิจได้ แต่ความอดทนสร้างตำนาน”

ดร.ภูริตา มกรพงศ์ อดีตจากเด็กหญิงเก็บ เศษผ้า เศษขยะเหลือใช้ สู่ผู้สร้างแบรนด์ดังส่งห้างสรรพสินค้าร้านยาชั้นนำ

ก่อนจะเป็นนักธุรกิจ นักวิจัย และผู้ก่อตั้งแบรนด์ไทย ผู้หญิงคนนี้เติบโตมากับเลือกนักสู้

ในวัยเด็ก เธอเก็บ เศษขยะ เศษริบบิ้น และเศษผ้าในชุมชน มาสร้างงานประดิษฐ์ ออกแบบขาย เพื่อนำรายได้เป็นทุนการศึกษาและช่วยแบ่งเบาครอบครัว

จากของเหลือไร้มูลค่า เธอเรียนรู้การสร้างคุณค่า
จากความขาดแคลน เธอเรียนรู้การสร้างโอกาส

“เมื่อไม่มีต้นทุนชีวิต เราต้องใช้หัวใจเป็นทุน”

สิ่งเล็ก ๆ ในวันนั้น กลายเป็นรากฐานแนวคิดผู้ประกอบการในวันนี้แทบล้มหลายรอบ แต่ไม่ยอมแพ้

เส้นทางสู่การสร้างแบรนด์ไม่ได้สวยงามจากอดีตพนักงานประจำต่างจังหวัด เธอเริ่มธุรกิจจากศูนย์ และเผชิญบททดสอบหนักหลายครั้ง ทั้งขาดทุน วิกฤตเศรษฐกิจ และช่วงเวลาที่ธุรกิจที่ยากลำบาก หลายครั้งที่ต้องเริ่มต้นใหม่แทบทั้งหมด
แต่ทุกครั้งที่ล้ม เธอไม่เคยเลิก “ความสำเร็จของนักสู้ ไม่ได้วัดว่าไม่เคยล้ม แต่วัดที่ล้มกี่ครั้งก็ยังเดินต่อ”

จากธุรกิจที่เกือบดับ กลับค่อย ๆ เติบโต จนวันนี้ขยายสู่ 800 สาขา และยืนระยะได้ 15 ปี พลิกธุรกิจด้วยวิจัยและนวัตกรรม
จุดเปลี่ยนสำคัญของเดิมมาดิก คือการยกระดับจากธุรกิจสู่แบรนด์บนฐานองค์ความรู้

ผู้ก่อตั้งฝ่าฟันศึกษาจบได้ดีเยี่ยม คว้า ปริญญาเอกจาก รั้วจุฬาฯ Chulalongkorn University ทั้งได้รับทุนวิจัยต่างๆ ตลอดจนได้โอกาสเข้าร่วมโครงการ จาก Ministry of Higher Education, Science, Research and Innovation ภายใต้โครงการกระทรวง อว. ระดับนานาชาติ และมีผลงานคว้ารางวัลการวิจัยจาก National Research Council of Thailand เหรียญทอง (Gold Medal) ด้านสารสกัด ในงานประกวดนวัตกรรมระดับสากล Seoul International Invention Fair 2019 (SIIF2019) ณ ประเทศเกาหลีใต้ สร้างชื่อเสียงมาสู่ประเทศไทย

15 ปี ฝ่าวิกฤตเกือบตาย สู่ 800 สาขา ตลอดเส้นทางธุรกิจ เดิมมาดิกผ่านวิกฤตแทบทุกรูปแบบ ทั้งเศรษฐกิจผันผวน ต้นทุนสูง การแข่งขันรุนแรง และช่วงเวลาที่ธุรกิจผ่านความยากลำบาก แต่สิ่งที่ทำให้แบรนด์ยืนอยู่ได้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่เพราะ “ไม่ยอมแพ้”  “วิกฤติคัดคนออก แต่คัดนักสู้ขึ้นมาเช่นกัน” 15 ปีของเดิมมาดิก จึงไม่ใช่เรื่องของการอยู่รอดธรรมดา แต่คือบทพิสูจน์ของการสร้างแบรนด์จากหัวใจนักสู้

จากบาดแผล สู่แบรนด์ไทยแนวหน้า

วันนี้ เดิมมาดิกไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ที่มี 800 สาขา แต่เป็นภาพสะท้อนว่า คนที่เริ่มจากศูนย์คนที่ล้มมาหลายครั้งแต่ไม่ท้อถอยคนที่ผ่านวิกฤตเกือบตายก็สามารถสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ได้

“นักสู้ไม่ได้เกิดมาแข็งแรงกว่าคนอื่น แต่แข็งแรงขึ้นจากการผ่านความลำบากโดยไม่ถอย”

เรื่องราวของเดิมมาดิกจึงไม่ใช่เพียงเรื่องธุรกิจ แต่คือเรื่องของการยืนหยัด เรื่องของผู้หญิงที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตาและเรื่องของแบรนด์ไทยที่เติบโตจากบาดแผล…จนกลายเป็นตำนาน 15 ปี จะผ่านความยากลำบาก หรือ ล้มกี่ครั้ง แต่ไม่ล้มเลิก และนั่นทำให้วันนี้ “เดิมมาดิก” ยืนได้อย่างสง่างาม

ท่ามกลาง 15 ปีของการล้มลุกคลุกคลาน ผู้ก่อตั้งเดิมมาดิกมองว่า การผ่านวิกฤตไม่ได้เริ่มจากทุน ไม่ได้เริ่มจากโอกาส และไม่ได้เริ่มจากคำตอบสำเร็จรู

แต่มันเริ่มจาก “วิธีคิด”เธอมักสะท้อนมุมมองหนึ่งเสมอว่า เวลาคนเผชิญวิกฤต คนส่วนใหญ่มักถามตัวเองว่า“จะทำอะไรดี” “จะเริ่มตรงไหน” “ทางออกอยู่ที่ไหน” แต่คำถามที่คนส่วนใหญ่มักลืม คือ “เรายังเหลืออะไรอยู่บ้าง” เพราะในวันที่ธุรกิจสะดุด วันที่ชีวิตติดมุม หรือวันที่เหมือนทุกอย่างพังลง สิ่งสำคัญไม่ใช่มองสิ่งที่หายไป แต่ต้องมองสิ่งที่ยังมีอยู่เหลือประสบการณ์ไหมเหลือความรู้ไหมเหลือเครือข่ายไหมเหลือสองมือ ความอดทน และหัวใจนักสู้ไหม

และหลายครั้ง สิ่งเหล่านั้น คือทุนตั้งต้นสำคัญที่สุด “คนมักถามว่าจะทำอะไรดี แต่ลืมถามว่า เรายังเหลืออะไรอยู่บ้าง เพราะนั่นคือจุดเริ่มต้นของการรอดจากวิกฤต” แนวคิดนี้เอง กลายเป็นหลักคิดที่พาเดิมมาดิกผ่านช่วงเกือบล้มหลายครั้ง
เมื่อทุนหาย ยังเหลือความเชื่อ เมื่อโอกาสน้อย ยังเหลือความพยายาม เมื่อธุรกิจสะดุด ยังเหลือประสบการณ์ให้เริ่มใหม่
“วิกฤติไม่ได้ถามว่าเราขาดอะไร แต่มันทดสอบว่าเราใช้สิ่งที่เหลืออยู่ได้หรือไม่”

จากการเอาตัวรอด สู่การสร้างการเติบโต ผู้ก่อตั้งมองว่า คนที่ผ่านวิกฤตได้ ไม่ใช่คนที่พร้อมที่สุด แต่คือคนที่ใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดคุณค่าสูงสุด เหมือนวัยเด็กที่เธอใช้เศษผ้าและของเหลือ สร้างรายได้เป็นทุนเรียน เหมือนวันที่ธุรกิจแทบล้ม แต่ใช้ความรู้และวิจัยพลิกเกมเหมือนวันที่หลายคนเห็นทางตัน แต่เธอกลับมองเห็นต้นทุนที่ยังเหลือ นั่นทำให้ “การเอาตัวรอด” กลายเป็น “โมเดลการเติบโต” “เมื่อไม่มีทางง่าย จงใช้สิ่งที่เหลืออยู่สร้างทางใหม่” และนี่อาจเป็นบทเรียนสำคัญที่สุดของ 15 ปีเดิมมาดิกไม่ใช่เพียงสู้จนรอด แต่สู้ด้วยวิธีคิดที่เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส

#เดิมมาดิก #dermadic #นักสู้ #วิกฤต






 

หน้าแรก » สังคม-สตรี

ข่าวในหมวดสังคม-สตรี