วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569 18:11 น.

สังคม-สตรี

อว. โดย TILSNA จับมือ สธ. ดันนวัตกรรมแพทย์ไทยใช้จริง ประหยัดงบรัฐกว่า 557 ล้านบาท ‘รมว.อว.’ ชูโรงพยาบาลอุดรธานี โมเดลต้นแบบ พลิกโฉมสู่เมืองนวัตกรรม

วันจันทร์ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 10.46 น.

อุดรธานี (15 ส.ค. 2569) – ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผลการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมการแพทย์และสุขภาพ ณ โรงพยาบาลอุดรธานี พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) คณะกรรมการสำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ (สทนว.) ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วยผู้บริหาร สทนว. และภาคีเครือข่ายด้านสาธารณสุข

การจัดงานในครั้งนี้ เป็นการบูรณาการร่วมกันของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.), กระทรวงสาธารณสุข และภาคีเครือข่ายด้านการแพทย์และสุขภาพ ในการผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพ “โดยคนไทยเพื่อคนไทย” ให้เกิดการใช้ประโยชน์จริงในประชาชน ตลอดจนเพิ่มโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชนต่อไปอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการแพทย์ สุขภาพ และสุขภาวะ ที่ได้รับการสนับสนุนและขับเคลื่อนภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือกองทุน ววน. ผ่านการดำเนินงานของ สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ หรือ TILSNA ไปสู่การใช้ประโยชน์จริงในระบบบริการสุขภาพ 4 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่

  1. ถุงและแป้นทวารเทียมที่ใช้ยางพาราไทยเป็นส่วนประกอบ เหมาะกับการใช้งานของผู้ป่วย ช่วยลดการรั่วซึมและการระคายเคือง
  2. แผ่นปิดกะโหลกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล ที่ออกแบบจากข้อมูล CT Scan
  3. ระบบ AI อ่านภาพรังสีทรวงอก (AI CXR) ระบบปัญญาประดิษฐ์เพื่อวิเคราะห์ภาพเอกซเรย์ทรวงอก ช่วยคัดกรองและจัดลำดับความเร่งด่วนของผู้ป่วย
  4. วัคซีนป้องกันโรคไอกรนในหญิงตั้งครรภ์ ที่พัฒนาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงของโรคไอกรนให้ทารกในช่วงแรกเกิด

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวถึงทิศทางและวิสัยทัศน์ในการผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยว่า กระทรวง อว. มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากรวิจัยและแหล่งทุนสนับสนุน เพื่อร่วมผลักดันความต้องการของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และสามารถนำกลับมาใช้ดูแลสุขภาพของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้การพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์จะมีความซับซ้อน แต่การที่โรงพยาบาลอุดรธานีนำนวัตกรรมไทยไปประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมจนได้รับรางวัลจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) นับเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญและเป็นกำลังใจอย่างยิ่งแก่นักวิจัยไทย

การดำเนินงานดังกล่าวถือเป็นการบูรณาการความร่วมมือข้ามกระทรวงอย่างชัดเจน โดยปรับเปลี่ยนบทบาทของกระทรวงสาธารณสุขจาก “ผู้ใช้” ให้เป็น “ผู้ร่วมพัฒนาและคิดค้นนวัตกรรม” ขณะที่กระทรวง อว. ทำหน้าที่สนับสนุนด้านการวิจัยและทุนพัฒนา เพื่อเปลี่ยนโจทย์ความต้องการของแพทย์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ได้จริง โดยมีองค์ประกอบสนับสนุนสำคัญ 2 ส่วน ได้แก่ นักลงทุนที่ร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพเทคโนโลยีและภาคอุตสาหกรรม และ สปสช. ที่สนับสนุนการนำนวัตกรรมไปใช้ในระบบบริการสาธารณสุข ซึ่งปัจจุบัน นวัตกรรมทางการแพทย์ของไทยได้รับการต่อยอดและนำไปใช้งานจริงแล้วหลากหลายด้าน อาทิ วัคซีนไอกรน ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) วิเคราะห์ภาพถ่ายรังสีทรวงอก (Chest X-Ray) กะโหลกเทียมไททาเนียมด้วยเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) ถุงทวารเทียมจากยางพาราธรรมชาติ ที่ถูกนำมาใช้ในระบบบริการทางการแพทย์

นอกจากนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อว. ได้เน้นย้ำถึงแนวทางการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์ผู้ใช้งานและภาคการผลิต โดยมุ่งส่งเสริมให้บุคลากรทางการแพทย์เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนานวัตกรรมตั้งแต่ต้นน้ำ เช่นแนวคิดของโรงพยาบาลอุดรธานีที่ขยายผลไปสู่การพัฒนาหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดและหุ่นยนต์ฟื้นฟูกายภาพบำบัด หากสามารถเชื่อมโยงอุปสงค์ (Demand) เข้ากับศักยภาพของผู้ผลิตและขับเคลื่อนให้ครอบคลุมทั่วประเทศ จะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็น “ประเทศแห่งนวัตกรรม” อย่างแท้จริง

โดย TILSNA (สำนักงานเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์) เป็นหน่วยงานกลางในการเชื่อมโยงและผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพสู่การใช้งานจริง ภายใต้กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ กองทุน ววน. รวมถึง สปสช. ซึ่งถือเป็นสะพานเชื่อมระหว่างนักวิจัย ผู้ประกอบการ โรงพยาบาล และระบบหลักประกันสุขภาพ โดย ภก.ปรีชา พันธุ์ติเวช กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ TILSNA ได้กล่าวขอบคุณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่ากระทรวง อว. กระทรวงสาธารณสุข ประธานกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี โรงพยาบาลอุดรธานี สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตลอดจนผู้บริหารและภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง พร้อมกันนี้ ดร.จิตติ์พร ธรรมจินดา ผู้อำนวยการ TILSNA ได้กล่าวรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในการส่งเสริมและผลักดันนวัตกรรมทางการแพทย์และสุขภาพเข้าสู่ระบบหลักประกันสุขภาพ รวม 13 ผลิตภัณฑ์ (เช่น แผ่นปิดกะโหลกศีรษะไทเทเนียมเฉพาะบุคคล, ถุงและแป้นทวารเทียมจากยางพาราไทย, ระบบ AI อ่านภาพรังสีทรวงอก, รากฟันเทียม และวัคซีนไอกรน) สร้างการเข้าถึงบริการของประชาชนทั่วประเทศแล้วกว่า 2.93 ล้านคน โดยมียอดขายสะสม: รวม 654.54 ล้านบาท ซึ่งเป็นยอดจัดซื้อจากตลาดภาครัฐสูงถึง 572.27 ล้านบาท (คิดเป็น 87.4%) และช่วยประหยัดงบประมาณรัฐของระบบสุขภาพได้ถึง 557.39 ล้านบาท (ลดค่าใช้จ่ายลงได้ถึง 46% เมื่อเทียบกับราคาตลาดนำเข้าเดิมมูลค่า 1,211.93 ล้านบาท)

สำหรับพื้นที่เขตสุขภาพที่ 8 โดยเฉพาะ โรงพยาบาลอุดรธานี ซึ่งเป็นหน่วยบริการนำร่องที่ได้รับรางวัลดีเด่นระดับประเทศจาก สปสช. ประจำปี 2568 ได้นำนวัตกรรมสำคัญไปใช้อย่างเห็นผลจริง มีผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาแล้ว 3,044 คน ใช้นวัตกรรมไปรวม 119,912 ชิ้น ไฮไลต์สำคัญได้แก่ ระบบ AI อ่านภาพรังสีทรวงอก ที่มีความแม่นยำสูง ช่วยลดภาระและเวลาของแพทย์, แผ่นปิดกะโหลกไทเทเนียมเฉพาะบุคคล จากเทคโนโลยี 3D Printing, ถุงทวารเทียม ผลิตจากยางพาราไทยลดการระคายเคือง และ วัคซีนป้องกันโรคไอกรนชนิดไร้เซลล์ สำหรับหญิงตั้งครรภ์

ความสำเร็จในครั้งนี้สะท้อนถึงการบูรณาการความร่วมมืออย่างแข็งแกร่ง โดยมี TILSNA เป็นผู้เชื่อมโยงระบบนิเวศของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ซึ่งทำให้เกิดผลลัพท์และตอกย้ำถึงการผลักดันงานวิจัยของคนไทยให้กลายเป็นนวัตกรรมที่ใช้ประโยชน์ได้จริง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และการยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทยที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

หน้าแรก » สังคม-สตรี