วันพุธ ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569 02:46 น.

สังคม-สตรี

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ภัยเงียบที่ควรเฝ้าสังเกตอาการ

วันอังคาร ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2569, 16.18 น.

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ภัยเงียบอันตราย รู้เร็ว รักษาได้ทันที

เมื่อเกิดภาวะเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงกะทันหัน อย่ามองข้าม เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนได้อย่างรวดเร็วการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาการเตือน และขั้นตอนการรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที และเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้อย่างปลอดภัย


กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome) คืออะไร อันตรายไหม

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome) คือภาวะวิกฤตที่เกิดจากหลอดเลือดหัวใจอุดตันอย่างฉับพลัน โดยมักมีสาเหตุจากคราบไขมันในหลอดเลือดเกิดการ ปริแตก จนลิ่มเลือดก่อตัวขึ้นมาขวางทางไหลเวียนของเลือด

 

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันถือเป็นภาวะที่มีความอันตรายมาก เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนเกินกว่า 20 นาที จะส่งผลให้เนื้อเยื่อหัวใจเริ่มเสียหายหรือตายลงทันที ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที


กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง

ในทางการแพทย์จะจำแนกความรุนแรงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันตามระดับการอุดตันของหลอดเลือดและการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อวางแผนการรักษาด่วน ดังนี้

 

  • ชนิด STEMI : คือภาวะที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจอย่างสมบูรณ์ กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลายรุนแรง คลื่นไฟฟ้าหัวใจยกตัวผิดปกติ เสี่ยงเสียชีวิตกะทันหันสูงสุด
  • ชนิด NSTEMI : คือภาวะที่เกิดจากการอุดตันเพียงบางส่วน คลื่นไฟฟ้าหัวใจไม่ยกตัว แต่ตรวจพบเอนไซม์หัวใจในเลือดสูง แสดงถึงภาวะเนื้อเยื่อหัวใจเริ่มตาย
  • อาการเจ็บหน้าอกชนิดไม่คงที่ (Unstable Angina) : สัญญาณเตือนอันตราย เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้เอนไซม์หัวใจยังปกติ แต่ต้องรีบรักษาเพื่อป้องกันหัวใจวาย

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักมีอาการอย่างไร

เมื่อเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนที่รุนแรงและชัดเจน ควรรีบสังเกตอาการสำคัญดังต่อไปนี้

 

  • เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง : รู้สึกเจ็บตรงกลางอกจี๊ด ๆ เจ็บเหมือนมีของหนักทับ มีอาการเจ็บหน้าอกหรือบีบรัดบริเวณใต้หน้าอกอย่างต่อเนื่อง แม้ขณะนั่งพัก อาการก็ไม่ทุเลาลง
  • เจ็บร้าวไปส่วนอื่น : อาการเจ็บอาจลามไปที่แขนซ้าย ไหล่ คอ กราม หรือหลัง
  • อาการร่วมอื่น ๆ : มีเหงื่อออกมากจนตัวชุ่มแม้แต่อากาศไม่ร้อน รู้สึกเหนื่อยหอบง่ายผิดปกติ หายใจลำบาก ใจสั่น คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะ

กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แนวทางการวินิจฉัย มีอะไรบ้าง

 

การวินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันอย่างรวดเร็วและแม่นยำมีความสำคัญเพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วย แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างเร่งด่วน ควบคู่กับการทำคำนวณคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อระบุประเภทและความรุนแรงของการขาดเลือดทันที

 

รวมถึงการตรวจเลือดหาเอนไซม์หัวใจ (Troponin) เพื่อยืนยันความเสียหายของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ อาจมีการเอกซเรย์ทรวงอก และในรายที่จำเป็น จะทำการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (CAG) เพื่อหาตำแหน่งการอุดตันที่แน่นอนสำหรับวางแผนการรักษาขั้นต่อไป


กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน มีวิธีรักษาไหม

เป้าหมายหลักของการรักษาคือการเปิดหลอดเลือดเพื่อให้เลือดกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจให้เร็วที่สุด โดยวิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของโรค ดังนี้

 

  • การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด (PCI) : เป็นวิธีหลักในการรักษากลุ่ม STEMI อย่างเร่งด่วน และพิจารณาทำในกลุ่ม NSTEMI ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อขยายบริเวณที่ตีบหรืออุดตัน
  • การใช้ยา : ผู้ป่วยจะได้รับยาต้านเกล็ดเลือด ยาละลายลิ่มเลือด (ในบางกรณี) และยาบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก เพื่อประคองอาการและป้องกันลิ่มเลือดก่อตัวเพิ่ม
  • การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG) : หรือการทำบายพาส จะพิจารณาในรายที่ไม่สามารถรักษาด้วยบอลลูนได้ หรือมีการตีบหลายตำแหน่งและรุนแรง

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หมั่นสังเกตอาการ เข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเป็นภัยเงียบอันตรายถึงชีวิตที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนอย่างอาการเจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปกรามหรือแขน เหนื่อยหอบ และเหงื่อออกมาก จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้ารับการเปิดหลอดเลือดหัวใจได้ทันเวลา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตและช่วยฟื้นฟูการทำงานของหัวใจให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง

 

ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมดูแลภาวะวิกฤตหลอดเลือดหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและห้องปฏิบัติการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Cath Lab) ที่มีเทคโนโลยีขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยันทันสมัย เพื่อการวินิจฉัยและเปิดหลอดเลือดอุดตันได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ช่วยเซฟชีวิตกล้ามเนื้อหัวใจและคืนความปลอดภัยให้ทุกการเต้นของหัวใจคุณ

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

  • Facebook: Vibhavadi Hospital
  • Line: @Vibhavadihospital
  • Email: custserv@vibhavadi.com
  • Tel: 02-561-1111 หรือ 02-581-1111

 

 

หน้าแรก » สังคม-สตรี

ข่าวในหมวดสังคม-สตรี