สังคม-สตรี
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ภัยเงียบที่ควรเฝ้าสังเกตอาการ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ภัยเงียบอันตราย รู้เร็ว รักษาได้ทันที
เมื่อเกิดภาวะเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงกะทันหัน อย่ามองข้าม เพราะนั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ซึ่งเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้คนได้อย่างรวดเร็วการทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน อาการเตือน และขั้นตอนการรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยให้สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที และเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิตได้อย่างปลอดภัย
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome) คืออะไร อันตรายไหม
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome) คือภาวะวิกฤตที่เกิดจากหลอดเลือดหัวใจอุดตันอย่างฉับพลัน โดยมักมีสาเหตุจากคราบไขมันในหลอดเลือดเกิดการ ปริแตก จนลิ่มเลือดก่อตัวขึ้นมาขวางทางไหลเวียนของเลือด
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันถือเป็นภาวะที่มีความอันตรายมาก เพราะเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดออกซิเจนเกินกว่า 20 นาที จะส่งผลให้เนื้อเยื่อหัวใจเริ่มเสียหายหรือตายลงทันที ซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตหากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แบ่งเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง
ในทางการแพทย์จะจำแนกความรุนแรงภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันตามระดับการอุดตันของหลอดเลือดและการเปลี่ยนแปลงของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อวางแผนการรักษาด่วน ดังนี้
- ชนิด STEMI : คือภาวะที่เกิดจากการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจอย่างสมบูรณ์ กล้ามเนื้อหัวใจถูกทำลายรุนแรง คลื่นไฟฟ้าหัวใจยกตัวผิดปกติ เสี่ยงเสียชีวิตกะทันหันสูงสุด
- ชนิด NSTEMI : คือภาวะที่เกิดจากการอุดตันเพียงบางส่วน คลื่นไฟฟ้าหัวใจไม่ยกตัว แต่ตรวจพบเอนไซม์หัวใจในเลือดสูง แสดงถึงภาวะเนื้อเยื่อหัวใจเริ่มตาย
- อาการเจ็บหน้าอกชนิดไม่คงที่ (Unstable Angina) : สัญญาณเตือนอันตราย เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ แม้เอนไซม์หัวใจยังปกติ แต่ต้องรีบรักษาเพื่อป้องกันหัวใจวาย
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ผู้ป่วยมักมีอาการอย่างไร
เมื่อเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ร่างกายจะส่งสัญญาณเตือนที่รุนแรงและชัดเจน ควรรีบสังเกตอาการสำคัญดังต่อไปนี้
- เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง : รู้สึกเจ็บตรงกลางอกจี๊ด ๆ เจ็บเหมือนมีของหนักทับ มีอาการเจ็บหน้าอกหรือบีบรัดบริเวณใต้หน้าอกอย่างต่อเนื่อง แม้ขณะนั่งพัก อาการก็ไม่ทุเลาลง
- เจ็บร้าวไปส่วนอื่น : อาการเจ็บอาจลามไปที่แขนซ้าย ไหล่ คอ กราม หรือหลัง
- อาการร่วมอื่น ๆ : มีเหงื่อออกมากจนตัวชุ่มแม้แต่อากาศไม่ร้อน รู้สึกเหนื่อยหอบง่ายผิดปกติ หายใจลำบาก ใจสั่น คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะ
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน แนวทางการวินิจฉัย มีอะไรบ้าง
.jpg)
การวินิจฉัยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันอย่างรวดเร็วและแม่นยำมีความสำคัญเพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วย แพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างเร่งด่วน ควบคู่กับการทำคำนวณคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG) เพื่อระบุประเภทและความรุนแรงของการขาดเลือดทันที
รวมถึงการตรวจเลือดหาเอนไซม์หัวใจ (Troponin) เพื่อยืนยันความเสียหายของกล้ามเนื้อ นอกจากนี้ อาจมีการเอกซเรย์ทรวงอก และในรายที่จำเป็น จะทำการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (CAG) เพื่อหาตำแหน่งการอุดตันที่แน่นอนสำหรับวางแผนการรักษาขั้นต่อไป
กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน มีวิธีรักษาไหม
เป้าหมายหลักของการรักษาคือการเปิดหลอดเลือดเพื่อให้เลือดกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจให้เร็วที่สุด โดยวิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของโรค ดังนี้
- การขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวด (PCI) : เป็นวิธีหลักในการรักษากลุ่ม STEMI อย่างเร่งด่วน และพิจารณาทำในกลุ่ม NSTEMI ที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อขยายบริเวณที่ตีบหรืออุดตัน
- การใช้ยา : ผู้ป่วยจะได้รับยาต้านเกล็ดเลือด ยาละลายลิ่มเลือด (ในบางกรณี) และยาบรรเทาอาการเจ็บหน้าอก เพื่อประคองอาการและป้องกันลิ่มเลือดก่อตัวเพิ่ม
- การผ่าตัดทำทางเบี่ยงหลอดเลือดหัวใจ (CABG) : หรือการทำบายพาส จะพิจารณาในรายที่ไม่สามารถรักษาด้วยบอลลูนได้ หรือมีการตีบหลายตำแหน่งและรุนแรง
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน หมั่นสังเกตอาการ เข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที
ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันเป็นภัยเงียบอันตรายถึงชีวิตที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน การสังเกตสัญญาณเตือนอย่างอาการเจ็บแน่นหน้าอกร้าวไปกรามหรือแขน เหนื่อยหอบ และเหงื่อออกมาก จะช่วยให้ผู้ป่วยเข้ารับการเปิดหลอดเลือดหัวใจได้ทันเวลา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตและช่วยฟื้นฟูการทำงานของหัวใจให้กลับมาแข็งแรงได้อีกครั้ง
ที่ศูนย์หัวใจและหลอดเลือด โรงพยาบาลวิภาวดี พร้อมดูแลภาวะวิกฤตหลอดเลือดหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางและห้องปฏิบัติการฉีดสีหลอดเลือดหัวใจ (Cath Lab) ที่มีเทคโนโลยีขยายหลอดเลือดด้วยบอลลูนและใส่ขดลวดค้ำยันทันสมัย เพื่อการวินิจฉัยและเปิดหลอดเลือดอุดตันได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ช่วยเซฟชีวิตกล้ามเนื้อหัวใจและคืนความปลอดภัยให้ทุกการเต้นของหัวใจคุณ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- Facebook: Vibhavadi Hospital
- Line: @Vibhavadihospital
- Email: custserv@vibhavadi.com
- Tel: 02-561-1111 หรือ 02-581-1111
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » สังคม-สตรี
Top 5 ข่าวสังคม-สตรี ![]()
- ไปรษณีย์ไทยเดินหน้า "ไปรษณีย์เชื่อมสุข" สร้างโอกาสให้ชุมชน เติบโตอย่างยั่งยืน 25 ส.ค. 2569
- กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน ภัยเงียบที่ควรเฝ้าสังเกตอาการ 25 ส.ค. 2569
- คำบูลลี่ฝังใจ “หน้าเหมือนแม่มด” IDL เปลี่ยนชีวิตคุณมด สู่วันที่กล้ายิ้มสดใสอีกครั้ง 25 ส.ค. 2569
- ไทยเบฟ ขับเคลื่อนโครงการบริหารจัดการขยะภายในโรงเรียน 25 ส.ค. 2569
- ทีมเยาวชน 4 ชาติ พร้อมลุยศึก “TEIJIN U-17 New Generation CUP 2026 in Thailand" ที่มหิดล ศาลายา 27–30 ส.ค.นี้ 25 ส.ค. 2569
ข่าวในหมวดสังคม-สตรี ![]()
บริษัท เอ็นจีเนียส กรุ๊ป จำกัด จัดสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ E-ELT ตามกรอบมาตรฐานสากล CEFR แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากรุงเทพมหานคร จำนวน 1,185 คน 21:56 น.- ททท. เปิดตัว “Amazing Chiang Mai Green Guide Fest 2026” ปลุกเชียงใหม่สู่ Global Green Destination เดินหน้าต่อยอดโมเดล “Chiang Mai Prototype” ขับเคลื่อนท่องเที่ยวสู่ความยั่งยืน 22:34 น.
- Under Armour ปลดล็อกแคมเปญใหม่ ไปให้สุดทุกการทุ่มเทที่แลกมาด้วยหยาดเหงื่อ สู่ความหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะ 12:16 น.
- “Uranus Clinic” บุกภาคใต้เปิดตัวสาขาใหม่ “เซ็นทรัล กระบี่” ขยายอาณาจักรความงามเหนือระดับใจกลางอันดามัน 11:33 น.
- ก.เกษตรฯ เตรียมจัดงานเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึก ในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระหว่างวันที่ 28-30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน 11:27 น.



