สังคม-สตรี
เบาหวานขึ้นตา อาการเป็นอย่างไร สัญญาณเตือนที่ต้องรู้ก่อนสายเกินแก้
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เบาหวานขึ้นตา อาการที่ผู้ป่วยเบาหวานไม่ควรมองข้าม
เบาหวานขึ้นตา เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นหรือตาบอดในผู้ใหญ่วัยทำงาน ความอันตรายของภาวะนี้คือ เบาหวานขึ้นตา อาการ ในระยะเริ่มแรกมักไม่แสดงความผิดปกติให้เห็นชัดเจน ผู้ป่วยจำนวนมากจึงละเลยการตรวจตาจน
กระทั่งการมองเห็นเริ่มแย่ลง ซึ่งในขณะนั้นโรคอาจลุกลามไปมากแล้ว
การทำความเข้าใจกลไกการเกิดโรค สัญญาณเตือน และระยะความรุนแรงของเบาหวานขึ้นตาจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยเบาหวานทุกคน เพื่อให้สามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่จะสายเกินแก้ไข
ทำความรู้จักภาวะเบาหวานขึ้นตาคืออะไร
เบาหวานขึ้นตา (Diabetic Retinopathy) คือภาวะแทรกซ้อนทางตาที่เกิดจากโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นผลมาจากระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงเป็นเวลานาน ส่งผลให้หลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณจอตา (Retina) ได้รับความเสียหาย ผนังหลอดเลือดอ่อนแอลง เกิดการรั่วซึมของเลือดและของเหลว หรือเกิดการอุดตันจนขาดเลือดไปเลี้ยงจอตา หากปล่อยไว้โดยไม่ควบคุม จะนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้
ความเชื่อมโยงระหว่างโรคเบาหวานกับดวงตา
เมื่อเป็นเบาหวาน ร่างกายจะมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง น้ำตาลส่วนเกินนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผนังหลอดเลือดทั่วร่างกาย รวมถึงหลอดเลือดฝอยขนาดเล็กที่จอตา ซึ่งมีความบอบบางเป็นพิเศษ เมื่อหลอดเลือดเหล่านี้เสียหาย จะเกิดการรั่วไหลของเลือดหรือของเหลว ทำให้จอตาบวม หรือในรายที่รุนแรงจะเกิดการขาดเลือดจนร่างกายพยายามสร้างหลอดเลือดใหม่ขึ้นมาทดแทน แต่หลอดเลือดที่สร้างขึ้นใหม่นี้มักมีคุณภาพต่ำ เปราะบาง และแตกง่าย อาการเบาหวานขึ้นตาจึงเป็นผลลัพธ์ปลายทางของกระบวนการทำลายหลอดเลือดที่สะสมมานาน
กลุ่มเสี่ยงที่ควรเฝ้าระวัง
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดเบาหวานขึ้นตา ได้แก่ ผู้ที่เป็นเบาหวานมานานกว่า 10 ปี ผู้ที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดี ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงร่วมด้วย ผู้ที่มีไขมันในเลือดสูง ผู้ที่สูบบุหรี่ และสตรีมีครรภ์ที่เป็นเบาหวาน กลุ่มเหล่านี้ควรได้รับการตรวจตาอย่างสม่ำเสมอ แม้จะยังไม่มีอาการผิดปกติใดๆ ก็ตาม เนื่องจากอาการเบาหวานขึ้นตาในระยะแรกมักไม่แสดงออกให้เห็นชัดเจน
เบาหวานขึ้นตา อาการเป็นอย่างไร สังเกตได้จากอะไรบ้าง
การทำความเข้าใจลักษณะอาการเบาหวานขึ้นตาในแต่ละระยะจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถสังเกตความผิดปกติของตนเองและเข้ารับการตรวจรักษาได้ทันเวลา ก่อนที่โรคจะลุกลามจนยากต่อการควบคุม
อาการเบาหวานขึ้นตาในระยะแรกที่สังเกตได้ยาก
ในระยะเริ่มต้นของเบาหวานขึ้นตา หรือที่เรียกว่าระยะที่ยังไม่มีหลอดเลือดเกิดใหม่ (Nonproliferative Diabetic Retinopathy) ผนังหลอดเลือดที่จอตาจะเริ่มอ่อนแอและโป่งพอง แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใด ๆ เลย เนื่องจากยังไม่มีการรั่วของเลือดหรือของเหลวในปริมาณที่มากพอจะกระทบต่อการมองเห็น ทำให้หลายคนละเลยการตรวจตาเป็นประจำ ทั้งที่ความจริงแล้วโรคได้เริ่มดำเนินไปแล้ว อาการเบาหวานขึ้นตาในลักษณะนี้จึงถือเป็นจุดอันตรายที่ควรได้รับการตรวจคัดกรองอย่างสม่ำเสมอ แม้จะยังไม่มีอาการผิดปกติทางสายตาก็ตาม
อาการเบาหวานขึ้นตาเมื่อโรคลุกลาม
เมื่อโรคดำเนินเข้าสู่ระยะก้าวหน้า หรือระยะที่มีการสร้างหลอดเลือดใหม่ (Proliferative Diabetic Retinopathy) ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการเบาหวานขึ้นตาที่ชัดเจนมากขึ้น เช่น ตาพร่า การมองเห็นแย่ลงอย่างรวดเร็ว สายตาไม่คงที่ หรือมีเลือดออกในวุ้นตาจากหลอดเลือดที่สร้างขึ้นใหม่ซึ่งมีผนังเปราะบาง หากเกิดพังผืดดึงรั้งจอตาจนจอตาลอก อาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้ อาการเบาหวานขึ้นตาในระยะนี้จึงถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องรีบพบจักษุแพทย์โดยด่วน เพื่อป้องกันภาวะตาบอดที่อาจเกิดขึ้นตามมา
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเบาหวานขึ้นตา
เบาหวานขึ้นตาเกิดจากการที่ระดับน้ำตาลในเลือดสูงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ส่งผลให้ผนังหลอดเลือดขนาดเล็กบริเวณจอตาเสื่อมสภาพ เกิดการรั่วซึมของเลือดและของเหลวเข้าสู่เนื้อเยื่อจอตา ทำให้จอตาบวมและการทำงานของเซลล์รับภาพบกพร่อง การทำความเข้าใจสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องจึงเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเบาหวานต้องเผชิญกับภาวะแทรกซ้อนทางตานี้
แนวทางป้องกันและดูแลตัวเองเพื่อลดความเสี่ยงเบาหวานขึ้นตา
เบาหวานขึ้นตาเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สามารถป้องกันและชะลอความรุนแรงได้ หากผู้ป่วยเบาหวานให้ความสำคัญกับการดูแลตนเองอย่างเหมาะสม แม้ว่าเบาหวานขึ้นตาจะไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้อย่างสมบูรณ์ แต่การป้องกันตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ ผู้ป่วยเบาหวานจึงควรทำความเข้าใจแนวทางการดูแลสุขภาพโดยรวม ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม
การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจัยสำคัญที่สุดในการป้องกันเบาหวานขึ้นตาคือการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับน้ำตาลสะสมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากอาการเบาหวานที่ไม่ได้รับการควบคุมเป็นเวลานานจะส่งผลให้หลอดเลือดที่จอตาเกิดความเสียหายสะสม ผู้ป่วยควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมทั้งควบคุมโรคประจำตัวอื่นที่เกี่ยวข้อง เช่น ความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูง เพราะปัจจัยเหล่านี้ล้วนเร่งให้อาการเบาหวานขึ้นตารุนแรงขึ้นได้เร็วกว่าปกติ การรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ไม่ปรับลดหรือหยุดยาเอง เป็นสิ่งที่ผู้ป่วยเบาหวานทุกรายควรปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตเพื่อสุขภาพตาที่ดี
นอกเหนือจากการควบคุมน้ำตาลในเลือด การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตก็มีบทบาทสำคัญไม่แพ้กัน ผู้ป่วยควรเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดอาหารรสเค็ม หวาน และไขมันสูง โดยเน้นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน เช่น เนื้อปลา อกไก่ รวมถึงผลไม้ที่ไม่หวานจัด เช่น ฝรั่ง แอปเปิ้ล ส้ม และหลีกเลี่ยงขนมหวานหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูงโดยเด็ดขาด การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ การงดสูบบุหรี่ และการพักผ่อนให้เพียงพอ ล้วนช่วยลดความเสี่ยงของอาการเบาหวานขึ้นตาได้ นอกจากนี้ การตรวจตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้งเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากไม่รักษาเบาหวานขึ้นตา
หากผู้ป่วยละเลยการรักษาหรือปล่อยให้เบาหวานขึ้นตาดำเนินไปโดยไม่ได้รับการควบคุม ภาวะนี้จะลุกลามจากระยะเริ่มแรกที่ยังไม่มีหลอดเลือดเกิดใหม่ ไปสู่ระยะก้าวหน้าที่มีการสร้างหลอดเลือดผิดปกติขึ้นที่จอตา หลอดเลือดเหล่านี้มีความเปราะบางสูงและสามารถแตกหรือรั่วซึมได้ง่าย ส่งผลให้เกิดเลือดออกในวุ้นตาและจอตาบวม ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการมองเห็นที่แย่ลงอย่างรวดเร็ว
ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงที่สุดประการหนึ่งคือจอตาหลุดลอก ซึ่งเกิดจากพังผืดที่ก่อตัวขึ้นจากหลอดเลือดผิดปกติไปดึงรั้งจอประสาทตาให้หลุดออกจากตำแหน่งเดิม หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีด้วยการผ่าตัดวุ้นตา ผู้ป่วยมีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียการมองเห็น
บทสรุป
เบาหวานขึ้นตา เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคเบาหวาน และถือเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของการสูญเสียการมองเห็นในผู้ใหญ่วัยทำงาน ความอันตรายที่สำคัญที่สุดของภาวะนี้คือ เบาหวานขึ้นตา อาการในระยะเริ่มแรกมักไม่แสดงความผิดปกติให้เห็นชัดเจน ซึ่งทำให้ผู้ป่วยจำนวนมากละเลยการตรวจตาจนกระทั่งการมองเห็นเริ่มแย่ลง อย่างไรก็ตาม เบาหวานขึ้นตาเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สามารถป้องกันและชะลอความรุนแรงได้หากผู้ป่วยให้ความสำคัญกับการดูแลตนเอง การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต การออกกำลังกาย การงดสูบบุหรี่ พร้อมกับการตรวจตากับจักษุแพทย์อย่างน้อยปีละครั้ง จะช่วยให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถเข้ารับการตรวจวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที ก่อนที่โรคจะลุกลามและสายเกินแก้ไข
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » สังคม-สตรี
Top 5 ข่าวสังคม-สตรี ![]()
- โซเชียลแห่ทำตาม! “ควิกแสบต้มโคล้งใส่ต้นหอม” เมนูไวรัลมาแรง ชาวเน็ตแชร์สูตรเด็ด อร่อยแซ่บ หอมเข้มข้น 12 ต.ค. 2569
- สมาคมนักข่าวฯ จับมือ “แอร์ออร์คิดส์” อบรมการเลี้ยงกล้วยไม้ให้สมาชิกนำไปต่อยอดสู่อาชีพเสริม 12 ต.ค. 2569
- ต้อกระจก (Cataract) คืออะไร สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา 12 ต.ค. 2569
- 80 สาวงามฟาดเดือด! Miss Grand International 2026 ชิงมงกุฎสุดยิ่งใหญ่ ตัวเต็ง “จีฮาน โมฮิน ดิมาชค์” สร้างประวัติศาสตร์ แทนซาเนีย ผงาดคว้ามงกุฎ MGI คนที่ 14 ของโลก 12 ต.ค. 2569
- เบาหวานขึ้นตา อาการเป็นอย่างไร สัญญาณเตือนที่ต้องรู้ก่อนสายเกินแก้ 12 ต.ค. 2569
ข่าวในหมวดสังคม-สตรี ![]()
กระทรวงมหาดไทย เปิดตัวสมุดภาพ “นารีรัตน์หัตถศิลป์” สมุดภาพประวัติศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ 40 พรรษา ถ่ายทอดพระวิสัยทัศน์การสืบสานผ้าไทย จากภูมิปัญญาท้องถิ่น สู่หัตถศิลป์ร่วมสมัยและความยั่งยืน 17:43 น.- TILSNA จัดงาน TILSNA High-Level Networking Dinner เชื่อม โยงพันธมิตรทุกภาคส่วน เชื่อมโยงการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมชีววิทยา 19:46 น.
- “ฮันนี่ ณภัค” นางงามสายบุญ ร่วมสร้าง “พระพุทธเจ้าปางเปิดโลก” จ.พิษณุโลก เททองหล่อพระสูง 1.9 เมตร สร้างเป็นถาวรวัตถุ ประดิษฐานในวิหารทองคำ 10:42 น.
- GIT ฉลองครบรอบ 20 ปี เวทีออกแบบเครื่องประดับโลก ผนึกเวทีพลอยเจียระไนโลก ดันไทยสู่ศูนย์กลางอัญมณีและเครื่องประดับสากล สะท้อนพลังนักสร้างสรรค์และช่างฝีมือไทย 23:32 น.
- เลือกกระเบื้องหลังคา ให้เหมาะกับบ้านและใช้งานได้ยาวนาน 17:10 น.



