วันเสาร์ ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2569 15:20 น.

การเมือง » คอลัมน์

แยกรัชวิภา

บ้านเมืองออนไลน์ : วันศุกร์ ที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2565, 15.45 น.

ผู้ว่าฯกทม. เลือกแบบไหนจะแก้ไขปัญหาได้จริง

ผู้ว่าฯ กทม. เลือกแบบไหนจะแก้ไขปัญหาได้จริง

 

ดร.ปณิธิ อ้นสุวรรณ

อดีตสมาชิกสภาเขตกรุงเทพมหานคร เขตบึงกุ่ม

 

หลังการยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. ของ พลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง เมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 24 มีนาคม 2565 ที่ผ่านมา กระแสลมการเมืองว่าด้วยการเลือกตั้งชิงเก้าอี้ ผู้ว่าฯ กทม. ก็ชัดเจนขึ้นทันที  หลายเดือนที่ผ่านมานั้น กระแสลมการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร แต่ขณะนี้ สถานการณ์ปี่กลองการเมืองกระฮึ่มขึ้นแล้ว  เริ่มจับกระแสลมการเมืองได้ชัดขึ้นระดับหนึ่ง สำหรับเกมการเลือกตั้งที่ถือว่าน่าจะดุเดือดมากที่สุดของการเมืองสนามเล็กที่ไม่เล็กอย่าง กทม.ในครั้งนี้

ตอนนี้มีผู้เล่นหลากหลายจากหลายพรรคและหลายกลุ่มการเมืองภาพการแข่งขันจะออกมาเป็นอย่างไรนั้น คงต้องย้อนไปวิเคราะห์ศึกการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่ผ่านมา ซึ่งทุกครั้งต่างก็เป็นที่สนใจมาตลอด เนื่องจากผู้ที่เสนอตัวมานั่งเก้าอี้ตัวนี้ ล้วนแล้วแต่มาจากพรรคการเมืองใหญ่ๆ เกือบทั้งสิ้น และดีกรีต่างๆ ความรู้ ประสบการณ์ไม่ธรรมดาทีเดียว ทั้งนักการเมือง สถาปนิก นักธุรกิจเครือธนาคาร หรือแม้แต่นายทหารใหญ่ก็ตาม  ทำให้บรรยายกาศการเลือกตั้งทุกครั้ง การหาเสียงมีความน่าสนใจมาตลอด

ต้องยอมรับว่าขณะนี้ ตลาดการเมืองเริ่มเปิดแล้ว ว่าที่ผู้สมัครฯ มีให้เลือก ให้พิจารณามากมาย จากหลายพรรคการเมือง ที่บรรยากาศแม้จะถูกเทียบว่าเป็นตลาด หากแต่สินค้าคือผู้สมัครชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.นั้น จะถูกพิจารณาจากคนกรุงเทพฯ ว่าเป็นสินค้าชิ้นดีหรือสินค้าตกยุค  สิ่งที่เราจะต้องคิดต่อก็คือว่าคนกรุงเทพฯ ในฐานะเป็นผู้ซื้อสินค้าและเป็นผู้รับการบริการและสวัสดิของกรุงเทพฯ  โดยการออกไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ จะได้รับความคุ้มค่ามากน้อยเพียงไร

คนกรุงเทพฯ จะมีความมั่นใจได้อย่างไรกับบรรดาว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่า กทม.และพรรคการเมืองที่มีความหลากหลาย ทุกพรรค ทุกกลุ่มการเมืองที่เข้ามาเสนอขายสินค้าจะส่งมอบสินค้าและบริการการเมืองให้แก่ประชาชนในฐานะผู้ซื้อให้ได้รับความพึงพอใจและประโยชน์สูงสุด เพราะในตลาดการเมืองผู้ซื้อ คือผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ที่ต้องจ่ายเงินเป็นคะแนนเสียงให้ก่อน และหวังที่จะได้รับสินค้าและบริการการเมืองในภายหลัง ซึ่งก็ไม่อยากให้ผิดหวังเช่นการขายสินค้าแบบกล่องสุ่มในโลกออนไลน์ที่ต้องลุ้นกันแทบเป็นลม

ความหมายคือว่า สิ่งที่ซื้อขายกันในตลาดการเมือง เป็นการซื้อขายและแลกเปลี่ยนบริการการเมืองโดยมีคนกรุงเทพฯผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้ซื้อ ส่วนว่าที่ผู้สมัคร และพรรคการเมืองเป็นผู้ยึดกุมอำนาจการบริหารและเป็นผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการการเมืองว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. เป็นผู้ผลิตนโยบายเสนอขายนโยบายของพรรคการเมืองเพื่อแลกกับคะแนนเสียงของประชาชนเป็นผู้นำทางอำนาจซึ่งคนกรุงเทพฯเองในฐานะผู้ซื้อต้องฉลาดซื้อ ไม่ว่าสินค้านั้นจะเป็นยี่ห้อไหนก็ตาม และที่สำคัญโอกาสได้ซื้อเพียงครั้งเดียวในรอบ 4 ปี ต่อจากนี้

ที่ผ่านมา พบว่ามีคำถามหลายข้อ ที่สำคัญคือ จะเกิดอะไรขึ้น หากผู้ว่าฯกทม.มาจากขั้วตรงข้ามรัฐบาลจะส่งผลทางการเมืองอย่างไร โดยเฉพาะบทบาทในการประสานงานการควบคุมดูแลการเคลื่อนไหวมวลชนบนท้องถนน ซึ่งข้อนี้ อาจจะวิเคราะห์ได้ว่า ความนิยมเชื่อถือในรัฐบาลผู้บริหารประเทศ ของคนกรุงเทพฯ นั้นจะสะท้อนผ่านผลการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หากพรรคที่เป็นรัฐบาลขณะนั้น เสื่อมความนิยมลง ฝ่ายรัฐบาลเองก็จะไม่ได้รับการยอมรับ ทั้งผู้สมัคร หรือแม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลเองด้วยก็ตาม  การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในช่วงที่ถูกมองว่ารัฐบาลขาลง มักจะถูกมองว่ามีความเสี่ยงสูง เป็นการเอาชีวิตทางการเมืองมาทิ้ง ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการเมืองสนามใหญ่เลือกตั้งทั่วไปได้อีกด้วย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนสุดในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ในปี 2528 อันเป็นจุดเริ่มต้นทางการเมืองครั้งสำคัญของลุงจำลอง หรือพลตรีจำลอง ศรีเมือง ซึ่งสมัครในนามพรรคพลังธรรม ชนะการเลือกตั้งเหนือผู้สมัครจากพรรคร่วมรัฐบาลทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคประชากรไทยได้ และปี 2547 ในสมัยที่กระแสความไม่ไว้วางใจและไม่พอใจในรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร กำลังก่อตัว นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็เอาชนะผู้สมัครจากพรรคไทยรักไทยไปได้ ด้วยคะแนนเสียงทิ้งห่าง  แม้แต่ปี 2556 ซึ่งเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งก่อนหน้าล่าสุดที่ชาวกรุงเทพฯ แห่กันไปเลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร แบบหักปากกาเซียนทุกสำนัก แม้ว่าก่อนหน้านี้ชาวกรุงก็ไม่ได้ประทับใจการทำงานช่วง 4 ปีที่นั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.

คนกรุงใช้การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในการแสดงออกหรือให้คำตอบการเมืองระดับชาติมากกว่ามุ่งหวังที่จะได้ผู้มาบริหารกิจการของมหานาครแห่งนี้ ดังนั้น การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ที่จะมาถึงโดยความเห็นส่วนตัวยังคงมีเชื่อว่าชาว กทม.ก็คงจะอาศัยเวทีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ นี้ในการแสดงออกทางการเมืองระดับชาติอยู่เหมือนเดิม หลายปีที่ผ่านมา คนกรุงเทพฯได้ซึมซับเรื่องราวมากมาย เป็นทั้งบททดสอบการดำเนินชีวิตในเมืองกรุงหลายอย่าง มีทั้งปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ การศึกษา อาชีพ และภัยพิบัติการแพร่ระบาดของโควิด-19 การมีผู้ว่าฯ ที่จะสามารถเดินหน้าแก้ไขปัญหาคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ได้ จะเป็นโอกาสและทางเลือกให้กับคนกรุงเทพฯ อีกครั้ง  ดังนั้น รายชื่อของว่าที่ผู้สมัครฯ ผู้ว่าฯกรุงเทพฯ ที่เปิดออกมา ในครั้งนี้น่าจะเป็นอะไรที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกับคนกรุงเทพฯมากทีเดียว เพราะมีทั้งคนรุ่นใหม่ สายวิชาการ สายการบริหาร ให้เลือกตัดสินใจ การเป็นคนดี ขยันลงพื้นที่ ซื่อสัตย์น่าเชื่อถือ มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ตรงกับเจตนารมณ์ของคนกรุงเทพฯ ตอนนี้น่าจะเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองและว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กรุงเทพฯ เตรียมไว้อวดโฉมกันเร็วๆนี้

ยกนาฬิกา ดูเข็มเวลา สำรวจระยะเวลาการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ทิ้งเวลามานานกว่า 9 ปี และคาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคม กลางปี 2565 จะมีเยาวชนที่จะได้ใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งครั้งแรกไม่น้อย คุณสมบัติส่วนตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จะเป็นอีกตัวแปรสำคัญ ที่จะชี้ว่าคะแนนของคนกลุ่มนี้จะเทไปทางไหน

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จึงเป็นการชี้ชะตาคนกรุงเทพฯ ครั้งสำคัญที่สุดก็ว่าได้ ที่ต้องตัดสินใจจะเลือกผู้ว่าฯ เพื่อมาจัดการดูแลเมืองที่เราอยู่ให้ดี การเลือกตั้งเป็นเพียงการแสดงเจตจำนงทางการเมืองอย่างตรงไปตรงมาและนี่ก็ไม่ใช่การเลือกตั้งระดับชาติที่อาจจะต้องประเมินเงื่อนไขอื่น

ต่อข้อคำถามที่ว่าแล้วมุมมองการเมืองภาพใหญ่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้จะมีมากน้อยเพียงไรนั้น ต้องยอมรับว่าการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยโดยเฉพาะเมืองไทยขณะนี้ มุ่งเน้นที่การเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม การนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะผู้มีสิทธ์ลงคะแนนเป็นนักสืบที่เก่งทีเดียว อะไรที่ไม่ใช่ความจริงและเป็นเรื่องที่ไม่ได้จริงจะถูกปฏิเสธและด้อยค่าทันที ดังนั้น ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และแนวคิดที่สัมผัสได้ของว่าที่ผู้สมัครฯ จะเป็นตัวกำหนดหรือสร้างความนิยมในหมู่คนกรุงเทพฯ ได้เป็นอันดับแรกๆ

ในภาพรวมของผู้สมัครฯ ชิงเก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.รอบนี้ อายุไม่มาก วุฒิการศึกษาค่อนข้างสูงและมีสถาบันการศึกษาที่จบมาเป็นตัวการันตีได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญมีสายวิศวกรหลายท่านคนกรุงเทพฯ คงจะได้เห็นภาพของผังเมืองหลวงในหลายๆ มิติ พร้อมๆ กันก็มีสายเอ็นจีโอ สายบริหาร และคนในแวดวงการเมืองอยู่มาก ชนิดที่บอกได้คำเดียวว่าคุณภาพเต็มแก้ว การประชันความคิดในเวทีต่างๆ ที่ถูกจัดขึ้นจะเข้มข้นมากในเชิงข้อมูล และการสื่อสารกับคนกรุงเทพฯ รอบนี้ คาดว่าโซเซียลมิเดียจะมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้รับสารอย่างคนกรุงเทพฯ อย่างชนิดที่เรียกว่าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทีเดียว ซึ่งน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง

การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ถือเป็นเกมที่วัดระดับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศไทย หลายเรื่องทีเดียว ดังนั้น คนกรุงเทพฯ จะได้ใช้สิทธิ์นั้น อย่างเหมาะสมและคุ้มค่าแก่การรอคอย เพื่อเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดเข้ามานั่งเก้าอี้ตัวนี้ เป็นนายใหญ่ของมหานครที่มีปัญหาซับซ้อนรอการแก้ไขอยู่ข้างหน้ามากมายของขวัญชิ้นสำคัญคือ ผู้ว่าฯกทม. จะต้องเป็นทั้งผู้บริหาร นักปกครอง นักปฏิบัติการที่ดีมีความรู้ความสามารถที่สำคัญคือประสบการณ์ บวกกับวิสัยทัศน์แนวคิดในการบริหารจัดการกับเมืองขนาดใหญ่ให้ทันโลกทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลนั้นจะขาดไม่ได้