การเมือง » คอลัมน์
แยกรัชวิภา
บ้านเมืองออนไลน์ : วันอังคาร ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2565, 15.27 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
กรุงเทพฯกลางแปลง สีสันเมืองหลวงกับลมหายใจเศรษฐกิจไทย
กรุงเทพฯกลางแปลง สีสันเมืองหลวงกับลมหายใจเศรษฐกิจไทย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
สาขาวิชาการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
กว่ากึ่งศตวรรษ กาลเวลานานกว่า 50 ปี ที่หนังกลางแปลงถูกพับจอ พักยาวเข้าสู่นิทราหลับลึก เป็นการหลับสนิทเนื่องจากถูกทุบให้หมดสติยาวด้วยเทคโนโลยีภาพยนตร์สมัยใหม่ กระแสความนิยมม้วนวิดิโอ และแผ่นซีดีหนัง ตลอดจนความทันสมัยของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และรูปแบบความบันเทิงได้เปลี่ยนรสนิยมของคนไปจากหนังกลางแปลง ที่ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมต่างกินรวบพื้นที่ทางวัฒนธรรมและความเป็นชนบทที่มีพื้นที่ขยายออกไปทุกพื้นที่ ทั้งหมู่บ้าน ร้านค้า ต่างม้วนเสื่อหนีหายไปจากวิถีดั้งเดิม เปลี่ยนไปสู่โหมดดิจิทัลวิถีที่วัฒนธรรมถูกผสมผสานปรุงรสด้วยความเป็นนวัตกรรมและดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้กลิ่นอายแห่งรสนิยมยุคคลาสิคเทศกาลแบบงานวัด งานประจำปี ปิดทอง ฝังลูกนิมิต ต่างๆ ในย่านเขตเมืองและต่างจังหวัดถูกกระแสความทันสมัยโลกาภิวัตน์พัดพาหายไปเสียสิ้น จากชีวิตผู้คนในสังคม
แต่หลังจากกรุงเทพฯ ได้ผู้ว่าฯคนล่าสุด กรุงเทพกลางแปลง เกิดผุดเป็นไอเดียกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เป็นกิจกรรมเส้นเลือดฝอยที่เปิดช่องให้คนตัวเล็กตัวน้อย อย่างพ่อค้าแม่ค้า ตามตรอกซอกซอยได้มีพื้นที่ขายของแบบที่ครั้งอดีต เคยเป็นอาชีพทำมาหากินหลักได้กลับมาเป็นฟันเฟืองสำคัญขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยขณะนี้เป็นช่วงจังหวะที่รัฐบาลผ่อนปรอนมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 กรุงเทพฯกลางแปลง จึงน่าจะะเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่จะสร้างความเชื่อมั่นในมาตรการป้องกันที่รัฐออกมา เพื่อให้ประชาชนเกิดความมั่นใจกลับมาใช้ชีวิตปกติแบบเก่าได้อีกครั้งซึ่งในมุม ของทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทยมองว่ากรุงเทพฯกลางแปลงเป็นประชาธิปไตยบนภาพเคลื่อนไหว เพื่อปลุกเศรษฐกิจ เป็นการเติมสีสันชีวิตยามค่ำคืนให้กรุงเทพฯขณะที่ผู้ไปร่วมชมหนังกลางแปลงที่กรุงเทพจัดขึ้น มีความเห็นว่าภาพยนตร์ที่นำมาฉาย ในบรรยากาศกลางแจ้งแบบนี้ ทำให้ได้สัมผัสกับชีวิตและอารมณ์ที่ถูกเก็บไว้บนแผ่นฟิล์มภาพยนตร์ในอีกอารมณืหนึ่ง มีคุณค่ามาก เหมือนได้นั่งอ่านบันทึกประวัติศาสตร์สังคมร่วมกันกับคนจำนวนมากๆ
กรุงเทพหนังกลางแปลง เป็นอีกนโยบาย ที่มีวัตถุประสงค์คือการส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน กระตุ้นเส้นเลือกฝอยของทีมบริหารกรุงเทพฯ การเปิดตัวโครงการนั้น ได้รับการตอบรับอย่างดี ส่งผลให้ช่วงนี้หนังกลางแปลงอยู่ในช่วงคึกคักและร้อนแรง เจ้าของหนัง ทีมงานหนัง อดีตนักพากษ์เสียงสด หลายคนกลับมามีชีวิตชีวาและสร้างความคึกคักให้กรุงเทพ ผ่านไอเดียฉายหนังกางแปลง กลางเมืองหลวง อีกครั้ง
.png)
สำหรับคนรุ่นหลัง คือนับตั้งแต่หลัง พ.ศ.2510 คือนับย้อนกลับไป 50 ปี จากยุคนั้นเป็นต้นมา หลายคนได้มีโอกาสเห็นบรรยายการและอารมณ์แห่งอดีตที่รุ่งเรืองของหนังกลางแปลง จนมาได้เห็นระบบอุตสาหกรรมหนังไทยภาพยนตร์ไทยที่ซึ่งเรามีสถาบัน มูลนิธิ หอภาพยนตร์อยู่มากก็จริงแต่การเข้าชมแต่ละครั้ง อารมณ์ความรู้สึกไม่เท่ากับได้ไปสัมผัสบรรยายกาศหนังกลางแปลงจริงๆ อย่างที่กรุงเทพฯ จัดขึ้นในหลายๆ จุด และที่สำคัญคือเจ้าของภาพยนตร์หลายคนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เพราะกว่า 50 ปี หลายคนที่เป็นผู้ประกอบการหนังกลางแปลง ได้นำเอาอุปกรณ์ฉายหนังไปเก็บไว้ในโรงนา บางคนเอาไปประดับร้านอาหาร ร้านกาแฟ พอเกิดกระแสกรุงเทพกลางแปลง ขึ้น จึงได้มีโอกาสปัดฝุ่นอดีตมาผนึกกำลังสร้างเคมเปญกรุงเทพกลางแปลงกันอีกคำรบหนึ่ง ทำให้เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับหนังกลางแปลง ชนิดต่างๆ กันในหมู่ประชาชน นิสิตนักศึกษา หันมาอ่านและศึกษาเรียนรู้อดีตหนังไทยอีกครั้ง กระแสความนิยมหนังระบบฟิล์ม เตาถ่าน ระบบฟิล์ม ซีนอน ระบบดิจิตอลอันทันสมัย และระบบเสียงโดยที่นักพากย์สดต่างคึกคัก
ที่จริงนั้น ความหมายของหนังกลางแปลง ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554เขียนอธิบายไว้ว่า หนังกลางแปลง เป็นคำนาม หมายถึงภาพยนตร์ที่ตั้งจอฉายกลางแจ้ง ไม่เก็บเงินคนดู เน้นว่าเดิมทีหนังกลางแปลง ไม่ได้เก็บค่าเข้าชม ต่างจากหนังที่เก็บเงินเข้าชม อันนั้นเรียกว่าหนังปิดวิกกล่าวสำหรับที่มาของภาพยนตร์หรือหนังนั้น เกิดจากระบวนการบันทึกภาพด้วยฟิล์ม เสร็จแล้วนำออกฉายให้เห็นภาพเคลื่อนไหว ภาพที่ปรากฏบนฟิล์มภาพยนตร์หลังจากผ่านกระบวนการถ่ายทำแล้วเป็นเพียงภาพนิ่งจำนวนมาก ที่มีอิริยาบถหรือแสดงอาการเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยต่อเนื่องกันเป็นช่วงๆ ตามเรื่องราวที่ได้รับการถ่ายทำและตัดต่อมา ซึ่งอาจเป็นเรื่องราวหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง เป็นการแสดงให้เหมือนจริง เป็นการแสดงและสร้างภาพจากจินตนาการของผู้สร้างก็เป็นได้หมด ฟิล์มที่ใช้จะเป็นฟิล์มเนกาทีฟฟิล์มโพซิทีฟ ผ่านการนำมาถ่าย อัด ตามกระบวนการ ให้ปรากฏรูปเสียงหรือทั้งรูปและเสียง ไปยังผู้ชมด้วยเครื่องฉายภาพยนตร์ ขึ้นกับการนำเทคโนโลยีภาพยนตร์มาประกอบสร้าง กล่าวได้ว่าภาพยนตร์หรือหนังเป็นกระบวนการที่นำภาพนิ่งจำนวนมากเรียงติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง ใช้หลักการของการเห็นภาพติดตา เมื่อนำเอาภาพนิ่งเหล่านั้นมาฉายดูทีละภาพด้วยอัตราความเร็วในการฉายต่อภาพเท่า ๆ กัน สายตามนุษย์จะยังคงรักษาภาพไว้ที่เรติน่าเป็นช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณ 1 ส่วน 3 วินาที ความเร็วที่ใช้ในการถ่ายทำคือ 24 เฟรม ต่อ 1 วินาทีและระยะต่อมา ได้มีการต่อยอดพัฒนาเป็นภาพยนตร์สามมิติที่ต้องให้ผู้ชมสวมใส่แว่นตาพิเศษเพื่อให้ได้อรรถรสในการชม สำหรับสังคมไทยเป็นเวลานานกว่า 125-127 ปี หากจะนับตั้งแต่ยุคเริ่มแรก ปีพ.ศ. 2438-2440 ยุคที่ล้นเกล้าฯพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสทวีปยุโรป และมีช่างภาพของบริษัทลูมิแอร์ ประเทศฝรั่งเศส เป็นผู้บันทึกภาพยนตร์เมื่อครั้งเสด็จกรุงเบิร์นของพระองค์แล้วนำมาออกฉาย ส่งผลให้เกิดพัฒนาการภาพยนตร์ขณะนี้มีช่องทางเผยแพร่ไปตามช่องทางต่างๆ มีการฉายตามโรงภาพยนตร์ ภาพยนตร์กลางแปลง ภาพยนตร์เร่ ถ่ายทอดลงแผ่น VCD, DVD และ Blu-ray Disc เผยแพร่ทางโทรทัศน์ ตลอดจนอินเทอร์เน็ต
งามนิส เขมาชฎากร คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพามองว่า สำหรับหนังกลางแปลงมีวิธีการบริหารจัดการที่ดีและคึกคักในช่วง พ.ศ. 2530 – 2559 หนังกลางแปลงมีคุณค่าต่อสังคมไทย ภาครัฐและภาคอื่นๆ ต้องเข้ามาช่วยกันประคับประคองให้หนังกลางแปลงอยู่ได้ในระยะยาว ให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย เป็นเรื่องที่ต้องทำเร่งด่วน ตัวอย่างหนังกลางแปลงที่เป็นตำนาน อย่าง เช่น คณะกาเหว่าภาพยนตร์ จังหวัดนครปฐม คณะท่าพระภาพยนตร์ ย่านบางแวก เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานครจะมีช่องทางส่งเสริมและรักษาไว้ได้ในรูปแบบใด ขณะที่ภาพยนตร์หรือหนังในยุคนี้ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต กล่าวคือโรงภาพยนตร์ เป็นสื่อบันเทิงที่เข้าถึงที่พักอาศัยได้ง่ายโรงหนังมีการเน้นบรรยากาศในการรับชมภาพยนตร์หลากหลายขึ้น ขณะที่เสน่ห์ดั้งเดิมทางสังคม อย่างเช่น การพากย์หนัง การแก้บน และทัศนคติทางสังคมถูกทอดทิ้งไปตามกาลเวลาและช่วงสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป
มานพ อยู่ในใจเสมอ นักพากษ์หนังเร่หรือหนังขายยาชื่อดัง แห่งเมืองศรีประจันต์ สุพรรณบุรี ซึ่งเติมโตกับธุรกิจหนังกลางแปลงใน ยุค พ.ศ.2500 เล่าให้ฟังว่า 60 ปีที่ผ่านมาถือเป็นยุคทองของการมีมหรสพ ประเภทหนังกลางแปลง ถือว่าเป็นยุครุ่งเรืองของมหรสพแบบชาวบ้านก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นความบันเทิงที่มีคู่แข่งเดียวคือรำวงชาวบ้าน ในยุคนั้นถือว่าเป็นยุคเชียร์รำวง สำหรับหนังกลางแปลงย่านสุพรรณบุรีและใกล้ๆ มีหลายเจ้าที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ไม่ว่าจะปรีชาฟิล์ม ทองเจือภาพยนตร์ สุวรรณฟิล์ม บัวทองภาพยนตร์ อยู่ย่านวัดไชนาวาสในตัวเมืองสุพรรณบุรี ที่สมุทรสงครามก็มีหลายเจ้าของ อย่างเช่น ปรีชาภาพยนตร์ เมืองไทยภาพยนตร์ กุหลาบภาพยนตร์ กิมแชร์ภาพยนตร์ พรนภาภาพยนตร์ วัชรินทร์ฟิล์ม ช่วงแรกฉายเป็นหนังขายยา รับยาจากบริษัทไบเออร์เยอรมันนี ซึ่งชื่อไทยคือบริษัทแหลมทอง ฟาร์มาซี ยุคนั้นเครื่องฉายเป็นแบบ 16 มม. หรือ 35 มม. หนังฮิตคือมีหลายเรื่อง แต่ที่ฮิตตลอดกลาลคือหนังเรื่อง ลุงเทิงลุงทองกะลาเปียก นี่ถือเป็นหนังทำเงินในยุคนั้น สำหรับมานพ อยู่ในใจเสมอ นั้น ถือเป็นสุดยอดตำนานนายหนังกลางแปลง ของเมืองศรีประจันต์สุพรรณบุรี ใบหน้าที่หล่อเหลาถอดพิมพ์มาจาก ระพินทร์ ภูไท น้ำเสียง ลีลาการโฆษณาบนรถที่ขับไปประชาสัมพันธ์ในสถานที่ต่างๆ นั้น เรียกผู้ชมได้แน่นทุกที่ เทคนิคการพากษ์ หาตัวจับยาก เขาเป็นทั้งผู้จัดการหนัง คนฉายหนัง นักพากษ์หนัง ตลอดจนขับรถหนังเร่ ที่ตระเวนฉายหนังมาเกือบทั่วทุกภาค ปัจจุบันได้หันมาจับธุรกิจมหรสพตามวัดและสถานที่ราชการต่างๆ เล่าประสบการณ์ที่เก็บความอิ่มเอมไว้ในความทรงจำผ่านสายตาที่เต็มไปด้วยความสุขที่สั่งสมมากับประสบการณ์หนังกลางแปลงกว่า 20 ปี
แน่นอน กรุงเทพ กลางแปลง ทำให้หลายคนคิดถึงบรรยากาศเก่าๆที่ผ่านมา สมัย30-60กว่าปี ที่เมื่อตะวันตกดิน อารมณ์ยามเย็น ต่างเดินกลับมาจากทำไร่ทำนา ฟังเพลงพุ่มพวง ดวงจันทร์ เบาๆ จากวิทยุทรานซิสเตอร์ พอรู้ว่ามีหนังกลางแปลงมาฉาย วัยรุ่นสมัยนั้นจะตื่นเต้นมากอยากให้มืดเร็วๆ จะได้ไปดูหนัง บางคนจะชอบไปดูพี่ๆ คนฉายหนัง ที่ก่อนฉายจะต้องมากรอฟิล์มในกล่องฟิล์มก่อน เรียกว่ากรอหนัง ถ้ามีฟิล์มเสียก็จะตัดฟิล์มทีเสียทิ้ง เด็กๆ จะไปนั่งรอใกล้ๆ แล้วแย่งฟิล์มกัน เพื่อเก็บเอากลับมาส่องกับแสงไฟที่บ้านดูกัน หรือบางทีก็เอามาส่งแสงอาทิตย์ตอนเช้าๆ ดูรูปดารานักแสดงที่ชื่นชอบในแผ่นฟิล์มนั้น ถือว่าเป็นอารมณ์ที่พีคถึงขีดสุดในแง่ความบันเทิงยุคนั้น
เส้นทางที่ไม่สะดวกของกรุงเทพกลางแปลง ส่อคุกรุ่นมากับกลิ่นอายการเมือง ที่เป็นคลื่นแทรกในขณะนี้ อาจจะทำให้กรุงเทพกลางแปลงมีข้อจำกัด ประกอบกับเกิดข้อห่วงใยจากภัยโควิด-19 ที่ยังไม่สะเด็ดน้ำจากบางฝ่าย จึงต้องมีข้อควรระมัดระวังให้มากขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม กระแสกรุงเทพกลางแปลงได้ส่งไปยังจังหวัดต่างๆ เกิดกระแสความต้องการและการตอบรับมากในต่างจังหวัด อย่างเช่น อยุธยากลางแปลง ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจและความสัมพันธ์เชิงสังคมของคนไทยกลับมาชุ่มฉ่ำท่ามกลางบรรยากาศฝนพร่ำในหน้าเข้าพรรษาอีกครั้ง ที่น่าสนใจก็คือขณะนี้ จะเห็นได้ว่ามีหนังกลางแปลง ได้ชีวิตกลับคืนมาหลายแห่ง อย่างเช่น สุริยะ ภาพยนตร์ที่มีทีมงานรับฉายหนังกลางแปลงทั่วประเทศมีทั้งระบบฟิล์มย้อนยุค และ ดิจิตอลใหม่ล่าสุด งานอีเว้นท์ บนห้าง งานเข้าฉากMV ภาพยนตร์ งานบุญงานแก้บนงานวัดประจำปีงานศาลเจ้า ไม่เว้นแต่รับฉายหนังให้ผีดูตามสุสาน มีขนาดจอ 4-6-8-10-13-16-20 เมตร มีระบบการฉายทั้ง ระบบฟิล์ม เตาถ่าน ระบบฟิล์ม ซีนอน ระบบดิจิตอลอันทันสมัย เสียงโดยที่นักพากย์สดก็มีให้เลือกได้ตามความต้องการ
ปี่ กลอง เสียงม้วนฟิล์ม เครื่องฉายหนัง จอขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านในพื้นที่โล่งแจ้ง มนต์เสน่ห์ของหนังกลางแปลงที่มาพร้อมกับนักพากย์หนังสด มนต์เสน่ห์แห่งชุมชนบ้านๆ ที่เน้นการมีปฏิสัมพันธ์บนพื้นที่เปิดเผย โล่งกว้าง ท่ามกลางเสื่อหรือผ้า สำหรับนั่ง สำหรับนอน ของขบเคี้ยวอย่างถั่วแระ อ้อยควั่น เสียงพูดคุยของครอบครัว เพื่อน คู่รัก ที่มานั่งตากน้ำค้างเพื่อรับชมหนังกลางแปลง เป็นช่องลมทางสังคมที่แสนจะหายากในราคาที่แสนถูก หวังว่ากรุงเทพกลางแปลง จะเป็นพื้นที่แห่งความสัมพันธ์และความสุขของสังคมไทยในระยะยาวต่อไป
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง » คอลัมน์
คอลัมน์ล่าสุด ![]()
...คำถามประจำวันเด็ก...
ใต้ถุนสภา- ปรากฏการณ์ "ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน" 21:25 น.
- “หนี้นอกระบบ” 05:33 น.




