การเมือง » คอลัมน์
แยกรัชวิภา
บ้านเมืองออนไลน์ : วันศุกร์ ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2566, 19.31 น.
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
เศรษฐกิจไทยกับดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet) จุดติดหรือจุดตาย
เศรษฐกิจไทยกับดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet) จุดติดหรือจุดตาย
รองศาสตราจารย์ ดร.ณกมล ปุญชเขตต์ทิกุล
ต้องยอมรับกระแสร้อนแรงเกี่ยวกับการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายแจกเงินหนึ่งหมื่นบาทของรัฐบาลขณะนี้ เป็นกระแสที่นักวิเคราะห์หลายสำนักออกมาให้ความเห็นกันค่อนข้างมาก ประเด็นหลัก ๆ คือ เงินดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet) จะไปในทิศทางไหน จะสร้างปาฏิหารย์พารัฐบาลอยู่ครบเทอม สร้างกระแสความนิยมติดลมบน เงินจำนวนนี้กลายเป็นไม้เด็ดที่ใช้สร้างกระแสความนิยมได้สำเร็จ เรียกง่าย ๆ ว่า เป็นนโยบายที่จุดติด ส่งผลให้รัฐบาลมีแต้มต่ออยู่ไปได้อีกหลายสมัย หรือว่าเงินนี้ยังไม่ทันเริ่มแจกก็จอดไม่ต้องแจว กลายเป็นจุดตาย เป็นชนักที่ปักหลัง ส่งให้จะไปข้างหน้าก็ไม่ได้ ชักขากลับมาก็ไม่ทันแล้วส่งผลให้นโยบายแจกเงินหนึ่งหมื่นของรัฐบาล เป็นเรื่องต้องรอลุ้นกันไปเรื่อย ๆ เพราะรัฐบาลดูเหมือนจะแก้เกมเรื่องนี้ด้วยการเลือกเล่นเกมยาว คือถ้าประเมินแล้วว่าทำแล้วยังมีความเสี่ยงก็ยังไม่รีบ หมายความว่า หากมีเสียงทักท้วงอยู่ก็เลื่อนการแจกเงินออกไป ศึกษารายละเอียดในประเด็นที่มีผู้ท้วงติง ศึกษาไปเรื่อย ๆ ดูจากท่าทีของรัฐบาลขณะนี้ การแจกเงินน่าจะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ เงินก้อนนี้รัฐบาลต้องแจก แต่ขณะเดียวกันประชาชนก็ต้องรอ
ดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet)โครงการที่นับว่าร้อนแรงและมีคนรอคอยกว่า 50 ล้านคนขณะนี้ น่าจะเป็นหนึ่งในหลาย ๆ โครงการของรัฐบาลที่ผู้นำรัฐบาลโดยเฉพาะนายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าจะเป็นโครงการที่ดี ผลลัพธ์ที่เกิดในระบบเศรษฐกิจจะมีมาก เป็นการใช้เม็ดเงินมหาศาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าทุกรัฐบาลเท่าที่เคยมีมา โดยเพิ่มเงินทุนเข้าระบบเศรษฐกิจมูลค่า 6 แสนล้านบาท
โดยเงินดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet)จำนวนนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน คือส่วนแรก เงิน5 แสนล้านบาทสำหรับกระเป๋าเงินดิจิทัลที่มีผู้มีสิทธิ์ 50 ล้านคน และส่วนที่สองอีก 1 แสนล้านบาทเข้ากองทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ทั้งนี้ผู้มีสิทธิได้รับคือคนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไป จำนวน 10,000 บาท โดยจำกัดเฉพาะผู้ที่มีรายได้เดือนละไม่เกิน 70,000 บาท และมีเงินฝากน้อยกว่า 500,000 บาท ให้สิทธิการใช้ครั้งแรกภายใน 6 เดือน และขยายขอบเขตการใช้ให้ครอบคลุมระดับอำเภอตามที่ได้กำหนดไว้แถมด้วยได้สิทธิ์เข้าร่วมโครงการe-Refund ลดหย่อนภาษี ไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับผู้ที่ได้สิทธิ์ดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet)พ่วงท้ายมาด้วย
สำหรับเม็ดเงินส่วนที่สอง จำนวน100,000 ล้านบาท รัฐบาลจะส่งเสริมการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น เทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมดิจิทัล การพัฒนาผู้มีความสามารถด้านการศึกษาด้านการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นต้น กองทุนนี้จะถูกนำมาใช้เพื่อดึงดูดผู้มีความสามารถให้มีส่วนร่วมในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจ
การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลด้วยเงินดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet)มีจุดเด่นอย่างน้อย 2 ประการ คือ ประการแรก นโยบายนี้กระตุ้นเศรษฐกิจสู่ประชาชนทุกสาขาอาชีพอย่างเป็นระบบ ในระยะเร่งด่วน เป็นกลไกสำคัญในการทำให้เกิดการบริโภคและการลงทุน ประการที่สอง เป็นการนำร่องในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศสู่การยกระดับเศรษฐกิจแบบดิจิทัลและ e-government เป็นการวางรากฐานประเทศในเชิงโครงสร้างในระยะยาว
ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยช่วงระยะ10 ปีที่ผ่านมา มีการเจริญเติบโตแค่1.9% โดยเฉลี่ย 1.9% ตัวเลขนี้นับว่าน้อยมาก และเมื่อเทียบกับกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านของเราก็ยังต่ำอยู่มาก โดยเฉพาะในช่วงวิกฤตโควิด-19 ส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจที่เรียกว่าK-shaped recovery ลักษณะทางเศรษฐกิจต่ำเตี้ยแบบนี้ ทำให้คนจนที่ลำบากอยู่แล้ว มีความลำบากมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน คนที่มีฐานะดีก็จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ผลคือเศรษฐกิจแบบนี้ทำให้คนรวย 20% บนสุดกับคนจน 20% ล่างสุด มีรายได้ต่างกัน 9 เท่า นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบไปยังกลุ่มคนผู้สูงอายุ ที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการและสาธารณสุขถีบตัวสูงขึ้น
ดังนั้น การจับจ่ายใช้สอยเงินดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet) ตามร้านค้าที่อยู่ในอำเภอตามบัตรประชาชนของแต่ละคน จ่ายกันแบบ Face-to-face ตลอด6 เดือน คือจะยาวไปถึงราวเดือนเมษาปี 2570นั้น จะทำให้เกิดกระแสการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน ตามรายการที่รัฐบาลกำหนดไว้ ทั้งการซื้อสินค้า อาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค
รัฐบาลได้ชี้แจงว่าเงินที่เติมเข้ามาในระบบที่เรียกว่าดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet) ไม่สามารถนำไปใช้กับการจ่ายอย่างอื่นได้ไม่ว่าจะเป็นการใช้ซื้อสินค้าออนไลน์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผลิตภัณฑ์ยาสูบ กัญชา กระท่อม พืชกระท่อม และผลิตภัณฑ์จากกัญชาและพืชกระท่อมทองคำ เพชร พลอย อัญมณีไม่สามารถนำไปชำระหนี้ไม่สามารถจ่ายค่าเรียน ค่าเทอม ไม่สามารถนำไปจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ หรือซื้อน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติแลกเป็นเงินสดไม่ได้ แลกเปลี่ยนในตลาดต่างๆ ไม่ได้เงินดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet)มีการกำหนดพื้นที่ไว้ชัดเจน คือระดับอำเภอเท่านั้นรัฐบาลมองว่าจะเป็นการรดน้ำทั่วประเทศให้เขียวไปพร้อมๆ กัน ทำให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจนี้ เงินตัวนี้จะเป็นเงินที่ประชาชนจะช่วยกันกอบกู้เศรษฐกิจ เป็นการลงทุนในภาคประชาชน รวมทั้งเงินในครัวเรือนเพื่อประกอบอาชีพ การซื้อการขายสินค้ากลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ไปจนถึงการสั่งผลิตสินค้าในโรงงาน SME ไปจนถึงโรงงานขนาดใหญ่
แม้ว่าสถานการณ์เงินเฟ้อของประเทศไทยในปัจจุบันอยู่ในภาวะต่ำลง และรัฐบาลยืนยันว่าโครงการนี้ จะไม่ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อและจะไม่ส่งผลเสียต่อประชาชน ภาครัฐมีแผนการบริหารโครงการที่ดี จัดทำประมาณการต้นทุนและแหล่งเงินทุนที่ใช้ตลอดโครงการ ตลอดจนให้ความสำคัญต่อข้อกฎหมาย ที่หลายฝ่ายเป็นข้อกังวล ก็จะมีการปรับให้เข้ากับสถานการณ์ทางการคลังของประเทศแม้ว่าการนำแนวคิดการใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ตมาใช้กับสังคมไทย จะเป็นเรื่องใหม่ และเป็นเรื่องที่ก่อให้เกิดความคิดสองฝ่าย คือสนับสนุนและคัดค้านที่ไม่แน่ว่าจะส่งผลต่อความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของรัฐบาลในระยะต่อไปหรือไม่ นั่นก็เป็นข้อกังวลที่สังคมไทยไม่อยากให้เกิดขึ้น
ดังนั้น แม้ว่า เงินดิจิทัลวอลเล็ต(Digital Wallet)จะเป็นอีกนวัตกรรมทางการเงินที่รัฐบาล โดยพรรคเพื่อไทยนำมาเป็นนโยบายขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ และแม้ว่าจะสามารถสร้างความสะดวกสบายและความรวดเร็วในการทำกระตุ้นเศรษฐกิจและการเงิน แต่ในขณะเดียวกัน มีความสำคัญที่จะคำนึงถึงผลกระทบต่อระบบการคลังและการเงินของประเทศด้วย รัฐบาลอาจต้องพัฒนานโยบายและกฎระเบียบที่เหมาะสมเพื่อรักษาวินัยการเงินการคลัง และทำความสมดุลในระบบการเงินของประเทศให้มีความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม การใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ตมีข้อดีและความสะดวกสบายในการทำธุรกรรม แต่ก็ยังมีผู้ค้านหรือมีความไม่พอใจกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงินแบบนี้ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับมุมมองและประสบการณ์ของแต่ละบุคคล
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การเมือง » คอลัมน์
คอลัมน์ล่าสุด ![]()
...คำถามประจำวันเด็ก...
ใต้ถุนสภา- ปรากฏการณ์ "ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน" 21:25 น.
- “หนี้นอกระบบ” 05:33 น.



