วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:24 น.

การเมือง » คอลัมน์

แยกรัชวิภา

บ้านเมืองออนไลน์ : วันศุกร์ ที่ 05 เมษายน พ.ศ. 2567, 21.12 น.

รู้ได้อย่างไรว่า “ข้าวโพด” ไม่ผ่านการเผาแปลง

รู้ได้อย่างไรว่า “ข้าวโพด” ไม่ผ่านการเผาแปลง

โดย..สมรรถพล ยุทธพิชัย

การที่เมืองใดเมืองหนึ่งของประเทศไทย ติดอันดับโลกด้านฝุ่นพิษ PM2.5 ไม่ใช่เรื่องน่ายินดี แต่เป็นเรื่องจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จากทุกภาคส่วน จากคนทุกคนที่ร่วมหายใจบนแผ่นดินนี้ ในส่วนของภาครัฐมีความพยายามในการออกกฎหมาย การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ระดมความช่วยเหลือด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนเจ้าหน้าที่ดับไฟป่า ตลอดจนการรณรงค์กิจกรรมใดๆ ที่จะทำให้ลดปัญหาฝุ่นควัน เช่น การรณรงค์ใช้รถไฟฟ้า แทนน้ำมัน เป็นต้น 

ห่วงโซ่การผลิตอาหารเป็นภาคส่วนหนึ่งที่ถูกพาดพิงว่ามีส่วนในการสนับสนุนให้เกิด PM2.5 และก็เป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่สามารถแสดงความรับผิดชอบออกมาได้อย่างชัดเจน พร้อมลงมือแก้ไขทันทีในส่วนที่ตนจะทำได้โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีส่วนในการ “รับซื้อ” พืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ทั้งเพื่อช่วยให้โลกลดปริมาณฝุ่นและเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคู่ค้าในสหภาพยุโรปที่ต้องตรวจสอบย้อนกลับได้ว่ากระบวนการผลิตอาหารของประเทศไทยนั้นไม่ก่อมลพิษ

มาตรการนี้มี“ผู้ประกอบการรายใหญ่”ของไทยดำเนินโครงการจัดหาข้าวโพดยั่งยืนมาหลายปีแล้วสามารถทำระบบตรวจสอบย้อนกลับข้าวโพด(corntraceability)ได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นตัวอย่างให้อีกหลายบริษัทเดินตามซึ่งมีวิธีดำเนินการที่น่าสนใจ ดังนี้

1.ในฐานะผู้รับซื้อ ภาคเอกชนดังกล่าว ทำการตั้งกติกาการรับซื้อให้ ผู้ขายเมล็ดข้าวโพด แสดงเอกสารสิทธิ์ของที่ดินที่ปลูก เพื่อยืนยันว่าเป็นข้าวโพดจากที่ดินที่ไม่รุกป่าและจูงใจด้วยราคารับซื้อที่สูงกว่าข้าวโพดทั่วไป รวมถึง ปฎิเสธการรับซื้อข้าวโพดทุกเมล็ดที่ไม่มีเอกสารสิทธิแสดง

2.สร้างแอพพลิเคชั่นFor Farm ให้เกษตรกรยืนยันตัวตนและแปลงปลูก โดยมีข้อมูลความรู้ที่จะสนับสนุนประสิทธิผลการปลูกข้าวโพดให้เกษตรกรด้วย เช่น ปริมาณน้ำฝน ราคารับซื้อ ขณะเดียวกันก็จัดทีมลงพื้นที่ให้ความรู้กับเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง ถึงการปลูกข้าวโพดโดยไม่มีการเผาแปลงนั้น สามารถเพิ่มผลผลิตได้ขนาดไหน บนปัจจัยใดบ้าง เป็นการปลูกข้าวโพดแบบไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ที่จะสร้างรายได้มั่นคงให้แก่เกษตรกรอย่างยั่งยืน

3.ใช้ “เทคโนโลยีภาพถ่ายดาวเทียม” โดยดึงจุดHotspotจาก NASA-FIRMS สำหรับตรวจสอบจุดความร้อนหากพบจุดความร้อนในแปลงปลูกที่ลงทะเบียนไว้ จะมีมาตรการตักเตือน ซึ่งหากทำซ้ำจะถูกตัดออกจากรายชื่อเกษตรกรที่จะสามารถขายเมล็ดข้าวโพดให้บริษัทได้เป็นเวลา 1 ปี

4.เมื่อถึงขั้นตอนการรับซื้อ จะเชื่อมโยงทุกการซื้อขายเข้าสู่เทคโนโลยีบล็อกเชน รวบรวมข้อมูลทั้งหมด ตั้งแต่แปลงเพาะปลูก ผ่านการขนส่งจนถึงโรงงานอาหารสัตว์ เพื่อความโปร่งใส

ข้อดีอีกข้อที่จะช่วยสังคมลดมลพิษ PM2.5 ได้คือ การที่แอพพลิเคชั่นFor Farm สามารถใช้เป็นแหล่งแจ้งเบาะแสการเผาแปลง โดยผู้พบการเผาสามารถถ่ายรูปเป็นหลักฐาน พร้อมแจ้งข้อมูลและระบุตำแหน่งจีพีเอสของแปลงที่เผาผ่านทางแอพพลิเคชั่นหากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นแปลงของเกษตรกรที่ลงทะเบียนกับบริษัทไว้ก็จะดำเนินการตักเตือนตามขั้นตอน แต่หากพบว่าเป็นแปลงของผู้อื่นก็จะประสานงานไปยังหน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลเรื่องนี้นับเป็นอีกข้อดีในการช่วยสังคมสอดส่องดูแลเพื่อลดปัญหา PM2.5 ได้อีกทางหนึ่ง 

เท่านี้ก็มั่นใจได้ว่าข้าวโพดที่ผู้ประกอบการรายดังกล่าวใช้ไม่ได้ปลูกในพื้นที่ที่รุกป่าหรือเผาแปลง นับเป็นบทพิสูจน์ความตั้งใจที่จะช่วยให้ประเทศไทยลดการเผาแปลงเกษตรในที่โล่ง มาตรการนี้ยังขยายผลไปใช้ในประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อจัดหาข้าวโพดที่ตรวจสอบย้อนกลับได้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การเผาแปลงในที่โล่ง ยังเกิดขึ้นอยู่ในพืชชนิดอื่นๆ ด้วย เช่น นาข้าว ไร่อ้อย ซึ่งต้องรอดูผู้เกี่ยวข้อง แสดงความรับผิดชอบออกมาอย่างเป็นรูปธรรมเช่นนี้บ้าง ต้องหันมาช่วยกันคนละไม้คนละมืออย่างจริงจังเพื่อช่วยกันลดปัญหา PM2.5 ที่น่ากลัวมากขึ้นทุกวัน