วันพุธ ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2569 03:21 น.

กิจกรรม

บพท.สานพลังความรู้ รณรงค์พัฒนาปุ๋ยชีวภาพช่วยเกษตรกร บรรเทาผลกระทบปุ๋ยเคมีนำเข้าขาดแคลน-ราคาแพง

วันอังคาร ที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.53 น.

เครือข่ายคณาจารย์ นักวิจัย และหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ (บพท.) เคี่ยวพลังความรู้จากงานวิจัย พัฒนาปุ๋ยชีวภาพ จากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ ช่วยเหลือเกษตรกร บรรเทาผลกระทบจากปุ๋ยเคมีราคาแพงและอาจขาดแคลน อันเนื่องมาจากสงครามในอ่าวเปอร์เชีย ตะวันออกกลาง สนองนโยบายรัฐบาล
               
ดร.นิสานาถ  แก้ววินัด คณบดีคณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์ กล่าวว่าคณาจารย์และนักวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าวิจัยแก้ปัญหาความยากจน ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำจากหน่วยบริหารจัดการทุนด้านการพัฒนาพื้นที่ สำนักงานเร่งรัดการวิจัยและนวัตกรรมเพื่อเพิ่มความสามารถการแข่งขันและการพัฒนาพื้นที่ (องค์การมหาชน) หรือ รวพ.ภายใต้กำกับกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ตระหนักดีถึงผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางต่อเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเคมีในการเพาะปลูก ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะต้องแบกรับภาระค่าปุ๋ยที่แพงขึ้น และความเสี่ยงจากการขาดแคลนปุ๋ย จึงได้ร่วมกันขยายผลองค์ความรู้จากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาปุ๋ยชีวภาพ จากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ ส่งเสริมให้เกษตรกรทำปุ๋ยใช้เอง ลดการพึ่งพาปุ๋ยเคมี และลดผลกระทบจากปัญหาปุ๋ยแพงและขาดแคลน 

“เราได้ลงมือทำแล้วกับเกษตรกรในพื้นที่หลายกลุ่ม ได้แก่กลุ่มยะวึก กลุ่มไทรงาม กลุ่มบุตาโสม กลุ่มบ้านศรีณรงค์ กลุ่มบ้านหัวนาคำ โดยรณรงค์ถ่ายทอดองค์ความรู้ในการทำปุ๋ยใช้เอง จากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ เพื่อให้มีปุ๋ยสำหรับใช้ในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกในช่วงเดือนพฤษภาคม นับจากวันพืชมงคลเป็นต้นไป”

ผศ.ดร.ชัญญรินทร์ สมพร  รองผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด กล่าวว่าคณะนักวิจัยมหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด ได้ประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รณรงค์ส่งเสริมให้เกษตรกรทำปุ๋ยอินทรีย์ จากวัสดุชีวมวลไว้ใช้เอง เพื่อรับมือกับปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพงและอาจขาดแคลน อันเนื่องมาจากสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากต้นทุนค่าปุ๋ยเป็นต้นทุนที่มีสัดส่วนสูงถึง 40-60% ของต้นทุนการผลิตทางการเกษตร

“คณะวิจัยได้นำชุดความรู้จากงานวิจัยในการทำปุ๋ยอินทรีย์ที่เกษตรกรทำได้เอง ไปถ่ายทอดแก่เกษตรกร ด้วยการนำมูลวัว มูลหมู มูลไก่ ซึ่งเป็นสัตว์ที่เกษตรกรเลี้ยงกันอยู่ทั่วไป ไปหมักกับน้ำเชื้อจุลินทรีย์ผสมกับแกลบ โดยน้ำเชื้อจุลินทรีย์ เกษตรก็สามารถทำได้เอง ด้วยการนำเศษผักไปหมัก ซึ่งช่วยให้เกษตรกรพึ่งพาตัวเองเรื่องปุ๋ยได้มากขึ้น”  

ผศ.ดร.กัมปนาท เภสัชชา อาจารย์และนักวิจัยคณะเกษตรและเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนครพนม กล่าวว่าคณะนักวิจัยได้พัฒนาชุดความรู้จากงานวิจัยไปช่วบรรเทาผลกระทบจากปัญหาปุ๋ยแพง รวมทั้งปัญหาอาหารสัตว์ราคาแพง อันเนื่องมาจากสงครามตะวันออกกลาง ด้วยการคิดค้นสูตรอาหารสัตว์ สำหรับเลี้ยงโค ที่เน้นการใช้มันสำปะหลัง และรำข้าว ที่มีอยู่ในพื้นที่มาใช้ทดแทนวัตถุดิบที่ต้องพึ่งพาการนำเข้า ควบคู่ไปกับการรวบรวมมูลโคไปหมักเป็นปุ๋ยอินทรีย์ สำหรับใช้ทดแทนปุ๋ยเคมี

ผศ.ดร.ณรงค์ คชภัคดี รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา และอาจารย์สาขาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง กล่าวว่าได้ขยายผลจากงานวิจัยการทำปุ๋ยชีวภาพจากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ไปรณรงค์ส่งเสริมเกษตรกร เพื่อรับมือกับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง โดยแนะนำเกษตรกรนำใบกระถินไปหมักกับนมเปรี้ยว และกากน้ำตาล เพื่อให้ได้ปุ๋ยชีวภาพที่มีสารอาหารและแร่ธาตุจำเป็นสำหรับพืชครบถ้วน ซึ่งปุ๋ยชีวภาพสูตรนี้ใช้ได้ผลมาแล้วทั้งข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ถั่วลายเสือและลำใย รวมทั้งผัก

รศ.ดร.จรีรัตน์  รวมเจริญ ผศ.ดร.ณัฏฐากร  วรอัฐสิน และผศ.ดร.เอกนรินทร์  เรืองรักษ์  อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กล่าวว่า คณาจารย์และนักวิจัย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มีชุดความรู้จากงานวิจัยในการทำปุ๋ยอินทรีย์ ทดแทนการพึ่งพาปุ๋ยเคมีอยู่หลายสูตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ต้นปาล์มน้ำมันไปหมักกับมูลไก่ หรือนำมูลแพะไปหมักกับใบปาล์มน้ำมัน หรือการนำเศษวัสดุจากทะเล อย่างเศษปลา แกนปลาหมึก เปลือกกุ้ง เปลือกหอย เปลือกปู ไปหมักร่วมกับน้ำต้มปลา และน้ำจุลินทรีย์ ซึ่งจะได้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพดี สามารถทดแทนปุ๋ยเคมี และช่วยบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากปัญหาปุ๋ยเคมีแพงและขาดแคลน อันเนื่องมาจากสงครามตะวันออกกลางได้

ผศ.ดร.ปริศนา วงค์ล้อม อาจารย์คณะเทคโนโลยีและการพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยทักษิณ กล่าวว่าได้เร่งรัดพัฒนาสารปรับปรุงดิน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรจากปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพงและขาดแคลน ตอบสนองนโยบายรัฐบาล โดยนำมูลค้างคาวจากถ้ำเขากลาง จ.พัทลุง มาใช้เป็นวัตถุดิบ 

“ปุ๋ยตัวนี้มาจากมูลค้างคาวที่อยู่ในถ้ำจ.พัทลุง ซึ่งมีปริมาณมากเป็นตัน ๆ และในมูลค้างคาวมีธาตุไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปตัสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่พืชต้องการอยู่สูงมาก สามารถใช้ทดแทนปุ๋ยเคมีได้อย่างดี”
 
ผศ.ดร.พีรนาฏ คิดดี คณะวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมดิจิทัล สาขาวิทยาศาสตร์ชีวภาพและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยทักษิณ ได้ใช้ความรู้จากงานวิจัยอีกชุดหนึ่งช่วยเหลือเกษตรกรจากปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพงและขาดแคลน โดยนำสาหร่ายหางกระรอก ซึ่งเป็นวัชพืชน้ำ ไปหมักกับมูลโคเป็นปุ๋ยหมักจากสาหร่ายหางกระรอก 

ดร.กิตติ  สัจจาวัฒนา ผู้อำนวยการ บพท.กล่าวว่าเป็นนิมิตรหมายที่ดี และเป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่คณาจารย์ นักวิจัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจาก บพท.มีความกระตือรือร้นในการพัฒนาต่อยอดขยายผลงานวิจัย นำเอาองค์ความรู้จากงานวิจัยไปรณรงค์ส่งเสริมการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุชีวมวลในพื้นที่ ทดแทนการพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ ลดผลกระทบแก่เกษตกรจากปัญหาปุ๋ยเคมีราคาแพง และอาจขาดแคลน ตอบสนองนโยบายของรัฐบาล

“ผมคาดหวังว่าวิกฤตการสงครามที่สร้างปัญหาต่อเกษตรกรในเรื่องปุ๋ยเคมี จะสร้างโอกาสใหม่ที่ดีในการพึ่งพาตัวเองเรื่องปุ๋ยของภาคการเกษตรไทย โดยลดการพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศที่มีปริมาณสูงถึง 5 ล้านตันในแต่ละปี หรือคิดเป็นมูลค่าสูงถึงกว่าปีละ 9.4 หมื่นล้านบาทให้น้อยลง ซึ่งจะเป็นประโยชน์คุณภาพชีวิตเกษตรกร ระบบเศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมโดยรวมของประเทศ”

หน้าแรก » กิจกรรม