วันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 18:05 น.

กิจกรรม

The Art Auction Center ชวนสัมผัส 133 ผลงานมาสเตอร์พีชใน “housewarming”

วันจันทร์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 21.39 น.
The Art Auction Center ชวนสัมผัส 133 ผลงานมาสเตอร์พีชใน “housewarming”
นิทรรศการและการประมูลครั้งสำคัญ ที่จะเปลี่ยนพื้นที่ศิลปะให้เป็นนิยามแห่งความผูกพัน
 
 
The Art Auction Center บริษัทประมูลงานศิลปะอันดับหนึ่งของประเทศไทย เชิญชวนผู้ชมร่วมสัมผัสนิทรรศการและงานประมูลครั้งสำคัญ “housewarming” ถักทอพื้นที่ของศิลปะ ความทรงจำ และความสัมพันธ์เข้าด้วยกัน ผ่านผลงานศิลปะมาสเตอร์พีช 133 ชิ้น เพื่อเปลี่ยนนิยามของสถานที่ให้กลายเป็น “บ้าน” ที่อบอวลด้วยสายใยแห่งความผูกพัน ประตูที่ค่อย ๆ แง้มออกพร้อมเปิดรับเรื่องราวบทใหม่จากผู้ชมที่ก้าวเข้ามาภายใน เพื่อร่วมกันแต่งแต้มสีสันและแลกเปลี่ยนบทสนทนาอันมีเสน่ห์ ที่ทำให้ศิลปะมีชีวิตชีวาเกินกว่าเพียงสิ่งที่ตาเห็น จัดแสดงระหว่างวันที่ 9-17 พฤษภาคมนี้ ณ ท่าพิพิธภัณฑ์ (Museum Pier)
 
housewarming: เมื่อ “บ้าน” คือพื้นที่แห่งความหมายของชีวิต
 
นิทรรศการ housewarming ชวนผู้ชมสำรวจ “บ้าน” ที่เป็นมากกว่าสิ่งปลูกสร้าง หากแต่เป็นพื้นที่ของการพบพาน การแลกเปลี่ยน และการสร้างความทรงจำร่วมกัน บทสนทนาที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่นี้จะค่อย ๆ ขยายนิยามของศิลปะให้ก้าวพ้นขอบเขตเดิม สู่การมีชีวิตอยู่ในประสบการณ์ของผู้ชมแต่ละคนและรอการตีความอย่างไม่มีที่สิ้นสุด     
 
ท่ามกลางคืนวันที่ล่วงเลยผ่าน แสงแรกพลันถูกจุดขึ้น ดุจเเสงสว่างที่นิยามรูปทรงว่างเปล่านั้นให้เรียกว่า “บ้าน” ทางเดินที่ทอดยาวเป็นเส้นสายสู่โครงสร้างที่เปล่งประกายประหนึ่งไม่เคยผ่านร่องรอยของกาลเวลา ประตูที่ยังไม่เคยเปิดรับผู้ใดค่อย ๆ แง้มออก เผยพื้นที่ราวกับผืนผ้าใบรอคอยจังหวะการบรรจงสีแต่งแต้มเรื่องราวใหม่ ๆ ด้วยผู้คนที่ก้าวเข้ามาสู่ค่ำคืนแห่งการเฉลิมฉลอง
 
 
 
housewarming จึงเปรียบเสมือน “บทสนทนา” ต่างเเลกเปลี่ยนและมอบความหมายให้ศิลปะมีชีวิตเกินกว่าที่ศิลปินได้สร้างไว้ ก่อเกิดรูปความทรงจำใหม่เติมเต็มพื้นที่แห่งนี้ในทุกอณู ย่ำสนธยา เปลวไฟแห่งสัมพันธภาพและความงาม กลายเป็นสิ่งที่ไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตา แต่หากต้องสัมผัสด้วยใจ ดั่งนัยของศิลปะที่ซ่อนเร้นไว้อย่างลึกซึ้ง เฉกเช่นประกายที่ส่องนำเรื่องราวทั้งหลายให้ขยายขอบเขตออกไป บัดนี้ได้เผยแล้วซึ่งความหมาย
 
 
“เหตุผลที่ราเลือกใช้ชื่อว่า housewarming เพราะต้องการสื่อถึงบรรยากาศของบ้านที่อบอุ่น สำหรับผมงานศิลปะไม่ใช่เพียงวัตถุที่นำมาประดับบ้าน แต่เป็นสมาชิกคนสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มจิตวิญญาณให้กับพื้นที่ที่เราเรียกว่า “บ้าน” ดั่งแสงสว่างที่จุดประกายให้ผู้คนเห็นว่า ศิลปะสามารถร้อยเรียงความสัมพันธ์ของครอบครัวเข้าด้วยกัน ผ่านผลงานทั้ง 133 ชิ้นที่เราคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน เปรียบเสมือนเรื่องราวใหม่ที่รอคอยการเริ่มต้นปฐมบท ในบ้านหลังใหม่ของนักสะสมทุกท่าน” พิริยะ วัชจิตพันธ์ ผู้ก่อตั้ง The Art Auction Center กล่าวถึงนิยามของการจัดนิทรรศการในครั้ง
 
 
“บ้าน” ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รองรับเพื่อการอยู่อาศัย หากคือความสัมพันธ์ที่ถักทอเข้าด้วยกันอย่างยากที่จะลืมเลือน แด่เหล่าครอบครัวอันเป็นที่รัก ประตูยังคงเปิดต้อนรับ และรอคอยเรื่องราวใหม่ ในทุกครั้งที่เราหวนกลับมาพบกันอีกครา
 
 
 
 
11 ผลงานไฮไลต์ที่เปรียบเหมือนหัวใจของบ้านใน “housewarming”  
      จากการคัดสรรอย่างประณีต ผลงานศิลปะทั้ง 133 ชิ้นในนิทรรศการและการประมูล “housewarming” เปรียบเสมือน เศษเสี้ยวของความทรงจำ ที่พร้อมจะเข้าไปทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและพื้นที่ทางจิตใจ โดยมี 11 ผลงานไฮไลต์ ดังนี้
 
ถวัลย์ ดัชนี: FISHERMAN (ปี 1964/ 2507) Oil on canvas 
•     Estimated Price: 13,000,000 – 18,000,000 บาท
•     Starting Price: 6,500,000 บาท
 
ผลงานชิ้นนี้ของ ถวัลย์ ดัชนี ถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากในเชิงประวัติศาสตร์ศิลปะ เนื่องจากเป็นหมุดหมายอันแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการและลักษณะผลงาน ที่จะนำไปสู่ความเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินในช่วงเวลาต่อมา ผลงานชิ้นนี้เป็นช่วงยุคแรก ๆก่อนที่ศิลปินจะไปศึกษาต่อยังประเทศเนเธอร์แลนด์ ในแง่ของความงามทางสุนทรียะ ผลงานแสดงให้เห็นถึงความโดดเด่นในการใช้สีที่สื่อถึงความเหน็ดเหนื่อย ขณะเดียวกันกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ด้วยเส้นสายที่ตัดกันรุนแรงของจุดเด่นในผลงานยิ่งผลักดันให้อารมณ์ของผลงานยิ่งรุนแรงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดที่ศิลปินได้เปรียบเปรยตนเองว่าเป็นประหนึ่งคนหาปลา ที่จะต้องออกไปดิ้นรนเสาะแสวงค้นหา แม้จะเห็นว่ามีปลาอยู่เกือบเต็มตะกร้าแล้ว แต่ก็ยังคงแสวงหาต่อไป
 
 
เชาว์ ศิษย์คเณศ: FIELD ทุ่งนา (ปี 1980/ 2523) Oil on canvas 
•     Estimated Price: 4,000,000 – 5,000,000 บาท
•     Starting Price: THB 1,800,000
ผลงานจิตรกรรมชิ้นนี้ของสุเชาว์ ถือได้ว่ามีคุณค่าเป็นอย่างมาก เนื่องจากอยู่ในสภาพที่ดีด้วยถูกเก็บรักษาไว้ที่ต่างประเทศเป็นเวลาหลายปี รวมถึงเอกลักษณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานในรูปแบบสำแดงอารมณ์ (expressionism) ซึ่งเป็นการถ่ายทอดสภาวะภายในออกมาอย่างดุเดือดด้วยการลดทอนรายละเอียดความเหมือนจริง เผยให้เห็นห้วงอารมณ์ความรู้สึกของศิลปินออกมาอย่างเด่นชัด ความสำคัญของผลงานชิ้นนี้คือขั้วตรงข้ามของสีและความรู้สึกที่ศิลปินส่งไปยังคนดู สุเชาว์ใช้สีโทนร้อนอย่างสีเหลืองและสีส้มในการสร้างผลงาน พร้อมทั้งรายละเอียดของแต่ละทีแปรงที่มีการแทรกสีอื่น ๆ ลงไปด้วย ซึ่งถือได้ว่ามีสีสันสดใส แต่ผลงานกลับสะท้อนถึงความรู้สึกเศร้าสร้อยและความยากเข็ญของชีวิต
 
 
 
 
 
เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์: UNTITLED (ปี 1995/ 2538) Acrylic on canvas 
•     Estimated Price: 3,000,000 – 4,000,000 บาท
•     Starting Price: 1,200,000 บาท
ผลงานชิ้นนี้ของ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เป็นอีกหนึ่งผลงานที่นับได้ว่าสวยงามเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะความเป็นเอกลักษณ์ในลายเส้นที่อ่อนช้อย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการตกผลึกจากทักษะฝีมือทางศิลปะ โดยเฉพาะความเจนจัดในการวาดด้วยลายเส้นแบบจิตรกรรมไทยประเพณีที่มีการคลี่คลายจนกลายเป็นลายเส้นส่วนตัว เห็นได้จากความอ่อนช้อยอันวิจิตรบรรจงของลายกนกที่สอดรับกันจนสร้างความเคลื่อนไหวอันทรงพลัง นอกจากนั้น ศิลปินยังมีการใช้สีแดง ซึ่งในทางความหมายตามคติแบบจิตรกรรมฝาผนังของไทยนั้นหมายถึงสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์หรือแดนสวรรค์ องค์ประกอบทั้งหมดยิ่งช่วยขับเน้นให้เปล่งประกายความเป็นอุดมคติออกมาอย่างหาที่ติมิได้
 
 
ซันเต๋อ - ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล FOUND AND LOST (ปี 2022/ 2565) Acrylic on canvas
•     Estimated Price: 1,400,000 – 1,800,000 บาท
•     Starting Price: 750,000 บาท
ภายใต้แสงแดดยามเย็นก่อนพลบค่ำ จากแสงแดดที่เคยแรงกล้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นแสงสีม่วงฟ้าอมชมพูอันอ่อนโยน ราวกับเป็นสัญญาณเงียบงันที่กำลังกระซิบบอกว่า เวลาของการจากลากำลังจะใกล้เข้ามาแล้ว...ใกล้เหลือเกิน ช่วงเวลาที่ต้องเอ่ยคำบอกลาวันวานอันแสนสั้น ซันเต๋อได้ถ่ายทอดความคิด ความรู้สึก และช่วงเวลาของชีวิตตลอดระยะเวลา 33 ปี ผ่านการบันทึกเศษเสี้ยวของความทรงจำที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้ผืนภาพวาดบนพื้นที่ว่างและระนาบสีที่เรียบง่ายแต่ลุ่มลึก เชื้อเชิญให้ผู้ชมได้ค่อย ๆ สังเกต ประกอบสร้างเรื่องราวขึ้น ผลงานชุดนี้จึงเปรียบเสมือนการบันทึกถึงห้วงเวลาของการจากลาที่ถือเป็นหนึ่งในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างมนุษย์ ผู้คนที่เคยพบเจอ เคยผูกพัน ต่างค่อย ๆ หล่นหายไปจากพื้นที่เดิมที่เคยอยู่ ท้ายที่สุดความทรงจำและปัจจุบัน  จึงซ้อนทับกันอย่างงดงาม เปราะบาง กลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่ไม่อาจหวนคืน
 
 
ชาติชาย ปุยเปีย: UNTITLED Oil on canvasฃ
•     Estimated Price: 900,000 – 1,200,000 บาท
•     Starting Price: 600,000 บาท
ผลงานชิ้นนี้ของ ชาติชาย ปุยเปีย มีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก ในเรื่องการนำเสนอภาพผลงาน ด้วยการวาดภาพใบหน้าของตนเองในลักษณะแสยะยิ้มขยายขนาดจนเกือบเต็มพื้นที่ผืนผ้าใบ องค์ประกอบสำคัญอีกประการหนึ่งคือดวงตาอันเปี่ยมไปด้วยห้วงอารมณ์ความรู้สึกเย้ยหยัน สะท้อนท่าทีของคนที่มองโลกด้วยความฉงนแฝงความเอือมระอา และเมื่อพิจารณาไปยังรายละเอียด
 
 
ของผลงาน สิ่งที่ปรากฏคือรอยทีแปรงอันดุดันกับชุดสีที่มีความจัดจ้านและตัดกันอย่างเด่นชัด องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนทำหน้าที่สนับสนุนแนวคิดหลักของผลงานในการเสียดสีวัฒนธรรม “ยิ้มสยาม” ได้อย่างเฉียบคม อีกทั้งยังสะท้อนถึงศักยภาพของศิลปินในการกระตุ้นและสั่นสะเทือนความรู้สึกของผู้ชมได้อย่างทรงพลัง
 
 
ไลน์ เซ็นเซอร์ - เกียรติอนันต์ เอี่ยมจันทร์ NAIVE (ปี 2016/ 2559) Acrylic on canvas
•     Estimated Price: 600,000 – 800,000 บาท
•     Starting Price: 400,000 บาท
ผลงานจิตรกรรมของไลน์ เซ็นเซอร์ ถือได้ว่ามีความน่าสนใจด้วยเอกลักษณ์ที่ชัดเจนในเรื่องการสร้างตัวละครที่ผสมผสานความเป็นการ์ตูนลงไป ทั้งผลงานยังแสดงให้เห็นถึงจินตนาการอันไม่สิ้นสุดผ่านรายละเอียดรอบ ๆ ตัวละครเอกตรงกลางภาพผลงาน ซึ่งเป็นภาพเหตุการณ์จากการ์ตูนหลายเรื่องผนวกกับจินตนาการส่วนตัวที่มีการดัดแปลงรูปร่างตามแนวทางสุนทรียะของศิลปิน รวมถึงความใส่ใจในรายละเอียดและการวาดที่ประณีตอันเป็นจุดเด่นของศิลปิน เมื่อมองไปถึงเรื่องการจัดวางองค์ประกอบจะเห็นได้ชัดเจนถึงเส้นกรอบแบบสามเหลี่ยม ซึ่งในส่วนนี้เองแสดงให้เห็นถึงการที่ศิลปินได้มีการนำเอาลักษณะทางจิตรกรรมฝาผนังแบบไทยมาปรับใช้
 
 
ชำเรือง วิเชียรเขตต์: DEITY แดนทิพย์ (ปี 1984/ 2527) Bronze 
•     Estimated Price: 400,000 – 500,000 บาท
•     Starting Price: 190,000 บาท
ชำเรือง วิเชียรเขตต์ ศิลปินผู้บุกเบิกงานประติมากรรมนามธรรม ผลงานชุดนี้นับได้ว่าเป็นประติมากรรมเพียงไม่กี่ชิ้นที่ศิลปินได้สร้างสรรค์ขึ้นโดยยังคงรูปแบบประติมากรรมกึ่งนามธรรมไว้ได้อย่างงดงามและทรงคุณค่า ด้วยเทคนิครูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ ผลงานของชำเรือง เกิดขึ้นจากความประทับใจในพุทธศิลป์ ศิลปะสุโขทัย ที่ศิลปินได้ถอดเอารูปทรงความงามแบบอุดมคติมาลดทอน และผสานเข้ากับรูปทรงของมนุษย์ได้อย่างละเมียดละไม จนก่อเกิดเป็นรูปทรงที่บริสุทธิ์ สงบนิ่ง เเต่แฝงด้วยจังหวะเส้นสายโครงสร้างอันเรียบง่าย ความงามของผลงานจึงดำรงอยู่ในสภาวะกึ่งนิ่งกึ่งไหว เปล่งประกายงดงามเหนือกาลเวลา ชำเรืองได้กล่าวว่า “แดนทิพย์ หมายถึงผู้หญิงที่บริสุทธิ์ อยู่ในถิ่นที่บริสุทธิ์ เส้นในรูปที่เรียบง่ายและอ่อนหวาน เป็นงานศิลปะไทยเห็นรูปความอิ่มที่เรียบง่าย เห็นความงามของโครง”
 
 
 
 
 
 
อเล็กซ์ เฟส - พัชรพล แตงรื่น: UNTITLED (ปี 2009/ 2552) Acrylic and spray paint on canvas
•     Estimated Price: 600,000 – 800,000 บาท
•     Starting Price: 400,000 บาท
ผลงานชิ้นนี้ของอเล็กซ์ เฟส สะท้อนจุดเริ่มต้นของลักษณะผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปินในเวลาต่อมา โดยนำเสนอภาพใบหน้าขนาดใหญ่ที่ดูราวกับงอกออกมาจากต้นไม้ พร้อมอากัปกิริยาแหงนมองขึ้นสู่ท้องฟ้าอันสว่างสดใส ซึ่งสามารถตีความได้ว่าเป็นการแสวงหาเสรีภาพ ทั้งในผลงานชิ้นนี้ยังมีร่องรอยของการสร้างผลงานในรูปแบบสตรีตอาร์ตอย่างชัดเจน สังเกตได้จากการนำเอาลักษณะของความเป็นกราฟฟิตีเข้ามาผสมผสานในผลงานจิตรกรรม ผ่านการเลือกใช้เทคนิคการตัดเส้นด้วยสีดำ การคัดมิติด้วยน้ำหนักของสีเพียงแค่ไม่กี่ระดับ และพื้นหลังของผลงานที่ปรากฏพื้นผิวของการพ่นสเปรย์ องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนตอกย้ำอัตลักษณ์เฉพาะตัวของศิลปินได้อย่างชัดเจน
 
 
MUEBON (มือบอญ): I AM YOUR SUN (ปี 2024/ 2567) Acrylic, gouaches, and aerosol on vintage metal sign
•     Estimated Price: 700,000 – 900,000 บาท
•     Starting Price: 400,000 บาท
ในระยะหลังของผลงานยังปรากฏโลโกของแบรนด์ เครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ ศิลปินต้องการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาของแนวคิดทุนนิยมที่สามารถสร้างอิทธิพลต่อคนทั้งโลกด้วยการใช้สิ่งเร้าต่าง ๆ มากมายทั้งยังเป็นการนำแนวคิดวัฒนธรรมประชานิยมมาตีความ ถือได้ว่ามือบอญได้ชูความเป็นผลงานกราฟฟิตีออกมาได้อย่างครบเครื่อง
 
 
ประเทือง เอมเจริญ: THE MELODY OF STREAMS บทเพลงแห่งสายน้ำ (ปี 1991/ 2534) Oil on canvas
•     Estimated Price: 1,200,000 – 1,500,000 บาท
•     Starting Price: 600,000 บาท
ผลงานชิ้นนี้ของ ประเทือง เอมเจริญ ถือได้ว่ามีความโดดเด่น ด้วยทักษะและมุมมองในการถ่ายทอดความงดงามของแสงที่คนอื่นมองไม่เห็น ซึ่งเป็นสิ่งที่ศิลปินได้สั่งสมมาจากประสบการณ์ในการเฝ้าสังเกตของจริงมายาวน