กทม-สาธารณสุข
เลขาฯ สพฉ.ชงรัฐยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องลงทุน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
จากนาทีชีวิตสู่อนาคตประเทศ! เลขาฯ สพฉ. ชงรัฐยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องลงทุน มุ่งเป้าลดการเสียชีวิตและความพิการ เสริมแกร่งเศรษฐกิจไทย
วันที่ 16 มกราคม 2569 ดร.พิเชษฐ์ หนองช้าง เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ร่วมแถลงข้อเสนอการกำหนดนโยบายของรัฐบาลใหม่ในการพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินของประเทศไทย ยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักของรัฐที่ต้องลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ ขยายความครอบคลุมทุกตำบล มุ่งเป้าลดการเจ็บป่วยฉุกเฉิน ลดอัตราการเสียชีวิตและพิการ พร้อมหนุนเศรษฐกิจด้วยระบบความปลอดภัยระดับมาตรฐานสากล สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวและนักลงทุน ในเวทีแถลงการณ์ “เสียงจากองค์กรสุขภาพ เพื่อคนไทยมีอายุยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี” ภายใต้การผนึกกำลัง 8 องค์กรสุขภาพ (กระทรวงสาธารณสุข สพฉ. สวรส. สช. สสส. สรพ. สปสช. และสถาบันวัคซีน) ร่วมกันแถลงการณ์ยื่นข้อเสนอเร่งด่วนต่อพรรคการเมืองหรือว่าที่รัฐบาล เพื่อปฏิรูประบบสุขภาพไทยด้วยการปลดล็อกข้อจำกัดและแก้ไขปัญหาสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตประชาชนและเศรษฐกิจไทย ณ ห้องประชุม 112 สัปปายะสภาสถาน (รัฐสภา)

ดร.พิเชษฐ์ เปิดเผยว่า “ระบบการแพทย์ฉุกเฉินไม่ใช่เพียงการให้บริการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นที่รัฐจะต้องลงทุนในเชิงยุทธศาสตร์ ในการสร้างความปลอดภัยและการคุ้มครองประชาชนที่เจ็บป่วยฉุกเฉิน เพื่อลดการเสียชีวิตและความพิการ ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน และแน่นอนว่าไม่เพียงลดความสูญเสียชีวิตเท่านั้น...แต่ยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย โดยเฉพาะจากการท่องเที่ยวอีกด้วย”
เลขาธิการ สพฉ. ย้ำว่า ข้อเสนอสำคัญที่ สพฉ. ต้องการให้ “ว่าที่รัฐบาล” ขับเคลื่อนเป็นนโยบายระดับชาติเพื่อปฏิรูประบบการแพทย์ฉุกเฉินของไทย มี 4 ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลต้องลงทุนเพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน ดังนี้ 1. ลงทุนให้มีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ฉุกเฉิน โดยมีรถพยาบาล อุปกรณ์ และบุคลากร ครอบคลุมทุกตำบล และมีหน่วยปฏิบัติการแพทย์ระดับสูงในการให้บริการผู้ป่วยวิกฤตอย่างเพียงพอและรวดเร็ว 2. ก้าวสู่ยุค Digital EMS เต็มรูปแบบ รัฐบาลต้องลงทุนเทคโนโลยีสารสนเทศ ดิจิทัล และฐานข้อมูล ทั้งระบบการรับแจ้งเหตุ ระบุพิกัดอัตโนมัติ ระบบปฏิบัติการเรียลไทม์ พร้อมระบบ Emergency Telemedicine เพื่อการปฏิบัติการแพทย์ที่มีประสิทธิภาพ โดยยังคงมาตรฐานสูงสุดในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของคนไข้ 3.สร้างความเข้มแข็งของระบบแพทย์ฉุกเฉินในภาวะวิกฤต สร้างระบบการแพทย์ฉุกเฉินในสถานการณ์ฉุกเฉินและสาธารณภัย ให้พร้อมรับมือภัยพิบัติและสาธารณภัย เช่น ยานพาหนะฉุกเฉินสำหรับผู้ป่วย อุปกรณ์สื่อสาร ยานพาหนะสำหรับการสื่อสารทางวิทยุ อินเทอร์เน็ต และดาวเทียม รวมทั้งวัสดุอุปกรณ์การแพทย์ และทีมบุคลากรการแพทย์ฉุกเฉิน เพื่อตอบสนองต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างทันท่วงที 4.สร้างชุมชนที่ปลอดภัย โดยมุ่งเน้นให้ชุมชน สถานที่สาธารณะ สถานบริการ หน่วยงาน มีความพร้อมในการตอบโต้ภาวะฉุกเฉินเบื้องต้น เช่น จัดให้มีเครื่อง AED ในชุมชน สนับสนุนให้บุคลากร ประชาชน มีความรู้พื้นฐานในการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐาน การช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (CPR) เพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตก่อนถึงมือแพทย์ การแจ้งเหตุที่ถูกต้องผ่านสายด่วน 1669 รวมทั้งส่งเสริมให้เกิด “อาสาฉุกเฉินชุมชน” ในทุกครัวเรือน

"เป้าหมายของเราคือ การทำให้ระบบการแพทย์ฉุกเฉินไทยเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม แม่นยำ ทันท่วงที ด้วยโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ควบคู่กับคุณภาพและความเพียงพอของยานพาหนะ เครื่องมือ และบุคลากร เพื่อให้ประชาชนทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยเข้าถึงบริการได้อย่างเท่าเทียมกัน ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่รัฐจะต้องลงทุนโดยเร็ว หากรัฐบาลใหม่เห็นชอบและผลักยุทธศาสตร์การลงทุนด้านสุขภาพเหล่านี้เป็นนโยบาย จะส่งผลให้ประเทศไทยมีระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างความมั่นใจเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจไทยได้อย่างยั่งยืน ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนชาวไทยทุกคน นอกจากนั้น ยังสามารถลดความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้อย่างมหาศาล และทำให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ปลอดภัยที่สุดในด้านการแพทย์ฉุกเฉิน" เลขาธิการ สพฉ. กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข
ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข ![]()
"พัฒนา" เปิดคลินิกนวดไทย-ศูนย์ฝึกอบรมฯ ในรพ.เครือมหาวิทยาลัยแพทย์กานซู่ สานสัมพันธ์ด้านสาธารณสุขไทย-จีน ให้บริการผู้ป่วยนอกตามการวินิจฉัยแพทย์แผนจีน 20:09 น.- สสส.ผนึกภาคีเดินหน้า “SAVE FOR KIDS เด็กปลอดภัยสวมหมวกกันน็อก” 15:20 น.
- รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ จัดกิจกรรมระบบส่งต่อและติดตามการรักษาต่อเนื่องภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน 17:16 น.
- "พัฒนา" นำทีมสาธารณสุขเยือน "จีน" สร้างความร่วมมือใช้เทคโนโลยี Heavy Ion Therapy รักษามะเร็งในไทย 16:29 น.
- สสส.ผนึกภาคีปั้น“ผู้นำสร้างสุขภาวะองค์กร”หยุดแรงงานไทยป่วยตาย NCDs 16:28 น.


