วันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2569 05:13 น.

กทม-สาธารณสุข

“โลกปั่นป่วน อาจถึงคราวยาขาดแคลน  ‘วิทยาลัยเภสัชสมุนไพร อย.–อภัยภูเบศร’ ผนึกกำลัง เปิดสูตรเอาตัวรอด ชู “สมุนไพรใกล้ตัว” ทางรอดสุขภาพไทย แต่ต้องใช้ให้ถูกและปลอดภัย

วันพฤหัสบดี ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.22 น.

ท่ามกลางความผันผวนของโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ โรคอุบัติใหม่ และวิกฤตห่วงโซ่อุปทานที่กระทบการนำเข้ายาแผนปัจจุบัน วิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพรแห่งประเทศไทย ผนึกกำลัง มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เปิดเวทีเสวนา “เมื่อโลกเปลี่ยน สุขภาพเราจะอยู่รอดอย่างไร” ผ่านการถ่ายทอดสด เพื่อถอดบทเรียนและชี้ทางรอดด้านสุขภาพของคนไทยในภาวะวิกฤต

รศ.ดร.ภญ.นริศา คำแก่น ประธานวิทยาลัยเภสัชกรรมสมุนไพร ภายใต้ราชวิทยาลัยเภสัชกรรมแห่งประเทศไทย ระบุว่า โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนในทุกมิติ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบสุขภาพและความมั่นคงทางยา โดยเฉพาะการพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงความเสี่ยง แต่คือโอกาสของประเทศไทย เพราะเรามีสมุนไพรเป็นทุนทางสุขภาพสำคัญ หากสามารถนำองค์ความรู้ดั้งเดิมมาบูรณาการกับวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลสุขภาพประชาชนได้อย่างยั่งยืน

ด้าน ดร.ภญ.ผกากรอง ขวัญข้าว ผู้ดำเนินรายการ กล่าวว่า สถานการณ์โลกที่ตึงเครียดทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และเศรษฐกิจ กำลังส่งผลต่อความมั่นคงด้านยาอย่างมีนัยสำคัญ กระทรวงสาธารณสุขจึงเร่งประเมินสถานการณ์ร่วมกับสถานพยาบาลทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าประชาชนจะเข้าถึงยาได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเตรียมความพร้อมของประชาชนด้วย “องค์ความรู้ด้านสมุนไพรใกล้ตัว” กลายเป็นอีกกลไกสำคัญในการรับมือวิกฤตที่ไม่อาจรอได้

ภญ.ศิริพร ฉวานนท์ ผู้อำนวยการกองผลิตภัณฑ์สมุนไพร อย. เปิดเผยว่า จากผลกระทบของวิกฤตโลก โดยเฉพาะปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ อย. ได้ออกมาตรการผ่อนปรนเพื่อช่วยผู้ประกอบการ เช่น การอนุญาตให้ปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์หรือวัตถุดิบสำคัญได้อย่างรวดเร็ว เพื่อลดผลกระทบต่อการผลิตและการเข้าถึงยา พร้อมย้ำว่า ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ผ่านการประเมินด้านคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยแล้ว แต่ผู้บริโภคต้องมีความรู้ในการเลือกใช้

โดย อย. แนะนำ “3 หลักเลือกซื้อสมุนไพรอย่างปลอดภัย” ได้แก่ ตรวจสอบเลขทะเบียน อย. อ่านฉลากให้ครบถ้วน และไม่เชื่อโฆษณาเกินจริง พร้อมเตือนว่า “มีเลขทะเบียน ไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป” ผู้บริโภคต้องตรวจสอบว่าเลขนั้นตรงกับผลิตภัณฑ์จริง และสามารถสืบค้นได้ผ่านระบบของ อย. เพื่อป้องกันสินค้าปลอมในตลาด

นอกจากนี้ การใช้สมุนไพรให้ได้ผลและปลอดภัย ต้องยึดหลัก “5 ถูก” คือ ถูกโรค ถูกคน ถูกขนาด ถูกเวลา และถูกวิธี โดยเฉพาะผู้มีโรคประจำตัว เด็ก และผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ ขณะเดียวกันต้องเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ผื่นแพ้ คลื่นไส้อาเจียน หรือสัญญาณผิดปกติของตับ เช่น ตาเหลือง ตัวเหลือง ซึ่งหากเกิดขึ้นต้องหยุดใช้ทันทีและพบแพทย์ รวมถึงสามารถรายงานต่อ อย. เพื่อร่วมเฝ้าระวังความปลอดภัยของระบบ

ด้าน ดร.ภญ.สุภาภรณ์ ปิติพร ประธานกรรมการบริหารมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า วิกฤตไม่เคยรอให้มนุษย์พร้อม แต่เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมเสมอ ประสบการณ์จากโควิด-19 และภัยพิบัติต่าง ๆ ชี้ให้เห็นว่า “สมุนไพรใกล้ตัว” มีบทบาทสำคัญในยามที่เข้าถึงระบบสาธารณสุขได้จำกัด จึงควรเริ่มจากการสำรวจสมุนไพรในบ้านและชุมชนก่อนว่ามีอะไร และเรียนรู้การใช้จริง ซึ่งสมุนไพร 1 ชนิด สามารถใช้ได้หลายโรคและอาการ เช่น ภูมิปัญญาสมัยก่อนไม่มียาไมเกรน แต่เมื่อปวดหัวไมเกรนให้กินดอกไม้หอมช่วยบรรเทาได้ หรือ ในยามที่เราไม่สามารถหายาปฏิชีวนะได้จริง 

สมุนไพรที่ฤทธิ์ฆ่าเชื้อจะมีความจำเป็น อย่างเช่น หูเสือ พบว่าช่วยฆ่าเชื้อได้ดี รักษาอาการหอบหืด ไอ แก้หู แก้หนอง หรือ น้ำนมราชสียอกจากช่วยเพิ่มน้ำนมในหลังคลอด มีข้อมูลว่าเวียดนามใช้ทั้งต้นต้มกินแก้หอบหืดได้ ดูแลทางเดินหายใจ หวัดไอเสมหะ ทำยาจากมะนาว น้ำผึ้ง ใช้ขมิ้นชันรักษาผดผื่นคันผิวหนัง เหล่านี้ เพื่อสร้างความมั่นคงทางสุขภาพในระดับครัวเรือน และจากประสบการณ์เมื่อเกิดภาวะวิกฤตสิ่วที่ควรเตรียมนอกจากสมุนไพรแล้ว ควรมี เกลือ ติดบ้าน เพราะคนเราจะขาดเกลือได้แค่ 3 วันเท่านั้น กรณีที่ไม่ได้รับจากแหล่งใดเลย เกลือหรือ โซเดียมเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ช่วยควบคุมสมดุลน้ำ ความดันโลหิต และการทำงานของระบบประสาท-กล้ามเนื้อ และถ่านจากกะลามะพร้าวเพื่อใช้ในหารช่วยกรองและดูดซับสาร สิ่งสกปรกจากน้ำได้ในยามขาดแคลน

ทั้งนี้ ทางมูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ร่วมกับ อย. เตรียมทำข้อมูล เผยแพร่การใช้สมุนไพรทางช่อง YOUTUBE เพื่อให้ความรู้กับประชาชนได้เข้าถึงและใช้ได้อย่างถูกต้อง  คาดว่าจะเริ่มตอนแรกกลางเดือนเมษายน ทางช่องทางสื่อสารของอภัยภูเบศรและอย.
 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข