กทม-สาธารณสุข
มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกับ สสส. รุกจัดกิจกรรมเอนเตอร์เทนดนตรี ดูหนังกลางแปลง แทรกภัยแอลกอฮอล์
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกับ สสส. รุกจัดกิจกรรมเอนเตอร์เทนดนตรี ดูหนังกลางแปลง แทรกภัยแอลกอฮอล์ต้นเหตุ ความรุนแรงในครอบครัว ก่อโรคมะเร็ง โรคทางจิตเวช เสี่ยงฆ่าตัวตาย อุบัติเหตุทางถนน อดีตเยาวชนบ้านกาญฯ เล่าบทเรียนชีวิตผ่านภาพยนตร์ หวังวัยรุ่นตระหนักภัยน้ำเมา ความรุนแรงในครอบครัว
เมื่อเร็วๆ นี้ มหาวิทยาลัยพะเยาได้จัดกิจกรรม “ชวนเพื่อนกินเล่า” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพการรณรงค์และการประเมินผลของเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันแอลกอฮอล์ สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ณ ลานหน้าทางเข้ามหาวิทยาลัยพะเยา โดยภายในงานมีดนตรีโฟล์คซองของนักศึกษาวง FlatLive การเสวนาหัวข้อ “บุหรี่ไฟฟ้าและกัญชา ภัยร้ายใกล้ตัว” การแสดง cover dance และฉายหนังกลางแปลง พร้อมเสวนาถอดสาระจากหนัง “เยาวชนก้าวพลาดกับความฝันและความจริง” นายธานัท ฟูแสง ตัวแทนกองกิจการนิสิต (หัวหน้างานวินัยนิสิต) นายอนุรักษ์ ธรรมวงศ์ตัวแทนเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันปัญหาแอลกอฮอล์ นายวิวัฒน์วงศ์ ดูวา (เดเนียล) อดีตเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก และ ผศ.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

นายธานัท ฟูแสง ตัวแทนกองกิจการนิสิต (หัวหน้างานวินัยนิสิต) มหาวิทยาลัยพะเยา กล่าวว่า ที่มหาวิทยาลัยจะจัดกิจกรรมเช่นนี้ทุกปี และมีหลายรูปแบบ แต่ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือและโซเชียลมีเดียเข้ามามีบบาทมาก หากจัดเสวนาเพียงอย่างเดียวก็ทำให้นิสิตถูกดึงความสนใจไปหมด ดังนั้นจึงมีการสำรวจความเห็นของน้องๆ เพื่อนำมาปรับรูปแบบการจัดกิจกรรมก็พบว่า จะเป็นสื่อแบบใดก็ได้ที่ไม่ใช่การเสวนาเพียงอย่างเดียว ไม่น่าเบื่อ ดังนั้น ปีนี้เราจึงจัดกิจกรรมหลากหลายมากขึ้น มีดนตรีโฟล์คซอง มีการฉายหนังกลางแปลงที่สอดแทรกการให้ความรู้พิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความรุนแรงในครอบครัว ความหวังความฝันของเยาวชน มีการเล่นเกมสอดแทรกพิษภัยจากปัจจัยเสี่ยง เหล้า บุหรี่ไฟฟ้า ตลอดจนกิจกรรมเล่าประสบการณ์ของนิสิตที่ได้รับผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ซึ่งการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเช่นนี้ทำให้น้อง ๆ ที่มาร่วมงานให้ความสนใจและอยู่ร่วมจนจบกิจกรรมได้ และที่สำคัญการจะทำให้นิสิตของเราตระหนักถึงพิษภัยปัจจัยเสี่ยงต้องมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ยืดหยุ่นและมีการประยุกต์ปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป

ด้าน นายอนุรักษ์ ธรรมวงศ์ นายกองค์การบริหารนิสิตมหาวิทยาลัยพะเยาว และเป็นตัวแทนเครือข่ายมหาวิทยาลัยรู้เท่าทันปัญหาแอลกอฮอล์ กล่าวว่า กิจกรรมครั้งนี้นอกจาการให้ความรู้เรื่องพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้ว ผ่านภาพยนตร์แล้ว ยังทำให้รู้ว่าเมื่อเผชิญปัญหาขึ้นมาจริงๆ แล้วเราจะจัดการ หรือแก้ไขปัญหาอย่างไร ให้รู้ว่า เพียงหนึ่งคนในครอบครัวเมื่อเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วจะส่งผลกระทบกับทั้งตัวเอง และคนอื่นๆ ในครอบครัวด้วย รวมถึงการมีวิทยากรจากบ้านกาญจนาภิเษก ที่มาเล่าประสบการณ์ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ทั้งนี้ที่ผ่านมา เราจะไม่เน้นการจัดกิจกรรมใหญ่ๆ ยัดเยียดข้อมูลวิชาการ หรือบรรยายแต่จะเน้นกิจกรรมเขนาดไม่ใหญ่มาก เน้นการเล่นเกม การตั้งแคมป์ ที่สอดคล้องกับความสนใจของนิสิต โดยจัดบ่อยๆ เพื่อให้เกิดการตระหนักรู้ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าพื้นที่มหาวิทยาลัยพะเยามีหลายจุดที่เป็นความเสี่ยงให้เกิดการดื่ม และเกิดอุบัติเหตุ เพราะมีร้านเหล้าอยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัย การที่มีจุดกลับรถห่างจากมหาวิทยาลัย เลยทำให้คนฝ่าฝืนกลับรถในที่ห้ามกลับรถ เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ ซึ่งตรงนี้เป็นเรื่องของวินัยจราจร แต่ก็มีแอลกอฮอล์กระตุ้นให้ทำผิดได้เช่นกัน เราจึงต้องมีกิจกรรมกระตุ้นสร้างการรับรู้ต่อเนื่อง
ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ กล่าวว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของการเกิดโรคทางกายทั้งระยะสั้น อย่างเมาแล้วขับ ทำร้ายร่างกาย ตลอดจนส่งผลระยะยาว เช่น เกิดโรคตับ มะเร็งตับ มะเร็งช่อง มะเร็งหลอดอาหาร มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งลำไส้เล็ก มะเร็งทวารหนัก สำหรับผู้หญิงยังเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งเต้านมด้วย นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ซึ่งจากการสำรวจพบว่านักศึกษามักดื่มเพื่อคลายเครียด คลายกังวล แต่ที่จริงแล้วเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสารเสพติดที่เข้าไปกระตุ้นสมอง ส่งผลต่อโรคทางจิตเวช มีโอกาสเพิ่มความเสี่ยงฆ่าตัวตายได้ จากข้อมูลว่า คนรุ่นใหม่ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 76.8% โดยเฉพาะความไม่สบายใน ถูกทำร้ายด้วยวาจา จิตใจ ทำให้รู้สึกกลัว รวมถึงผลกระทบที่ต้องรับภาระงานมากขึ้นจากการที่คนเมาแล้วทำงานไม่ได้

“นอกจากนี้ ผลกระทบหนึ่งที่ค่อนข้างรุนแรง แต่คนไม่ได้พูดถึงนักคือแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุของการก่อความรุนแรงในครองครัว โดยมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้เก็บสถิติจากข่าวเมื่อปี 2567 พบว่า 34% ความรุนแรงในครอบครัวมาจากแอลกอฮอล์ เช่น ฆ่ากันในครอบครัว 13% โดยเป็นเป็นแบบสามี ภรรยา หรือแฟนกัน 62% โดยผู้ชายทำต่อผู้หญิงส่วนใหญ่เพราะหุงหวง ส่วนผู้หญิงทำต่อผู้ชายเพราะถูกทำร้ายจนทนไม่ไหว ส่วนความสัมพันธ์แบบพ่อ แม่ ลูก ฆ่ากันตาย 18% นอกจากนี้ยังมีข่า ฆ่าตัวตาย 20% และทำร้ายร่างกายกันของสามี ภรรยา แฟน ทำร้ายกัน 60% พ่อแม่ ทำร้ายลูก ลูกทำร้ายพ่อแม่ 30%” ผศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ กล่าว
ขณะที่ นายวิวัฒน์วงศ์ ดูวา อดีตเยาวนจากศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชน(ชาย) บ้านกาญจนาภิเษก กล่าวว่า ตอนอายุ 12 ปี บิดาของตนเสียชีวิต ต่อมาแม่ กับพ่อเลี้ยงพาตนย้ายมาอยู่กับยายและสามีใหม่ของยาย ที่จังหวัดนนทบุรี ตลอด 5 ปี ภาพที่เห็นบ่อยมาก คือ ยายถูกตาเลี้ยงทำร้ายร่างกายตอนเมา และรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงวันที่เกิดเรื่องขึ้น ตาเลี้ยงเมาอาละวาดเหมือนเดิม เราจึงช่วยกันห้ามปรามและป้องกันตัวเอง แต่ช่วงชุลมุนก็เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ซึ่งเราตั้งใจพาตาเลี้ยงไปหาหมอ แต่ก็เสียชีวิต และมีการอำพรางศพ เวลาผ่านไป 6 เดือน เราทุกคนถูกจับถูกตัดสินจำคุกทั้งครอบครัว ซึ่งตอนนั้นตนอายุ 17 ปี เข้าสถานพินิจและฝึกอบรม 3 ปี พ่อเลี้ยงกับแม่ก็ติดคุก ส่วนยายนั้นศาลให้รอลงอาญา 2 ปี ปัจจุบันคดีทุกอย่างสิ้นสุดแล้ว ครอบครัวจึงเปิดร้านขายเฟอร์นิเจอร์

“หลังถูกจับกุม ตอนอยู่บ้านแรกรับ ก่อนจะมาอยู่ที่ศูนย์ฝึกบ้านกาญจนาฯ ตนก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อความอยู่รอด และไม่เคยคิดหรือสำนึกในความผิดของตัวเองเลย ทุกอย่างมาเปลี่ยนเอาที่บ้านกาญจนาภิเษก ด้วยกระบวนการของป้ามล ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการฯ ที่เปลี่ยนความคิดตนอย่างสิ้นเชิง ทำให้ตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว การเห็นคุณค่าในตัวเองและสำนึกในความผิดที่ทำลงไป ตนจึงเลือกให้โอกาสตัวเองและนำบทเรียนผู้ที่เคยก้าวพลาดทำผิดมาเล่า รวมถึงภาพยนตร์เรื่อง “แก๊งหิมะเดือด” ก็มีเนื้อหาส่วนหนึ่งมาจากบ้านกาญจนาภิเษก ซึ่งตนตั้งใจสื่อสารเพื่อเตือนใจให้คนอื่นๆ อย่าทำผิดซ้ำรอยตนเอง ช่วยลดอาชญากรรม ลดความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งหากเกิดขึ้นครั้งแรกแล้วก็จะมีครั้งต่อๆ ไป เหมือนเป็นอุตสาหกรรมที่มันผลิตซ้ำทุกวันๆ ดังนั้นขอให้จำไว้ว่าการไม่ดื่มเหล้าได้จะดีที่สุด เพราะมันเป็นประตูบานแรกไปสู่ปัญหาอื่นๆ จริงๆ และการเคารพในเนื้อตัวร่างกาย ให้เกียรติกันของคนในครอบครัวต้องยึดถือเป็นสำคัญ” นายวิวัฒน์วงศ์ กล่าว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข
ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข ![]()
กสพท. ลงนาม MOA“พลังกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย 17:38 น.- เลขาฯ สพฉ.ชงรัฐยกระดับระบบการแพทย์ฉุกเฉินเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องลงทุน 16:18 น.
- เมื่อคนที่คุณรักต้องการ..การดูแลเป็นพิเศษ 07:28 น.
- หางานในกรุงเทพ เริ่มอย่างไรให้โดนใจ HR แถมได้งานไวขึ้น! 17:16 น.
- อย. ชวนคนไทยเปิดประสบการณ์ผลิตภัณฑ์สุขภาพแห่งปี “อย. Expo 2026” ชม-ช้อป-ชิม ผลิตภัณฑ์สุขภาพ จากชุมชนสู่สากล 09:27 น.


