วันอาทิตย์ ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2569 06:07 น.

กทม-สาธารณสุข

เครือข่ายงดเหล้าร้องโฆษณาตราเสมือนของธุรกิจเบียร์เหล้ารายใหญ่ยังเกลื่อน ชี้งานอีเว้นส์ดนตรีของค่ายเบียร์สอดไส้

วันเสาร์ ที่ 04 เมษายน พ.ศ. 2569, 12.52 น.

เครือข่ายงดเหล้าร้องโฆษณาตราเสมือนของธุรกิจเบียร์เหล้ารายใหญ่ยังเกลื่อน ชี้งานอีเว้นส์ดนตรีของค่ายเบียร์สอดไส้ ย้ำธรรมาภิบาลของธุรกิจเบียร์ใหญ่รู้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ดี เตือนสงกรานต์อย่าทำผิดกฎหมาย

เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569   นายธีระ วัชรปราณี ผอ.เครือข่ายงดเหล้า กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนได้ทำจดหมายส่งถึงสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (สคอ.) กรมควบคุมโรค ได้ตรวจสอบกิจกรรมการตลาดของบริษัทเบียร์เหล้ารายใหญ่ที่เข้าข่ายทำผิดกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) 2568 โดยเฉพาะการควบคุมการโฆษณาการตลาดของธุรกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งของเจตนารมณ์กฎหมาย และเป็นมาตรการในการลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ 3เรื่อง ที่มีประสิทธิภาพลดปัญหาได้ คือ 1.ให้มีการควบคุมการโฆษณาและส่งเสริมการขาย 2.ให้ควบคุมสถานที่ดื่ม/สถานที่ขาย/อายุ/วันเวลา รวมเรียกว่าลดการเข้าถึงโดยง่าย 3.การขึ้นภาษีทำให้ราคาสูงขึ้น 

นายธีระ กล่าวต่อว่า กฎหมายควบคุมแอลกอฮอล์ ฉบับที่ 2 ที่แก้ไขใหม่นี้ ได้วางหลักการควบคุมโฆษณาในมาตรา 32/1 ถึง มาตรา 32/5 โดยแตกรายละเอียดให้สอดคล้องกับสถานการณ์บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง แต่ยังยึดในเจตนารมณ์เดิม ทั้งนี้ ในส่วนของมาตรา 32/3 เป็นการควบคุมการใช้ตราเสมือนของยี่ห้อเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาใช้ในการโฆษณา (Surrogate Marketing) โดยมีข้อความทั้งหมด ดังนี้ “มาตรา 32/3 ห้ามผู้ใดโฆษณาผลิตภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์หรือสิ่งนั้น หรือโฆษณาโดยการนำเอาชื่อ เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาตัด ต่อเติม หรือดัดแปลงข้อความให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของชื่อหรือเครื่องหมายของผลิตภัณฑ์หรือสิ่งนั้น มีลักษณะทำนองทำให้เข้าใจได้ว่าหมายความถึงการโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” หรือจะแปลง่ายๆ คือ ห้ามเนียนใช้โลโก้ ชื่อ เครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มาใช้กับผลิตภัณฑ์อื่น เช่น น้ำดื่ม, โซดา, เสื้อผ้า ในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดว่าเป็นการโฆษณาเหล้า/เบียร์ หรือห้ามนำสัญลักษณ์มาดัดแปลง เติมแต่ง เพื่อให้สื่อถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  โดยฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าผู้กระทำผิดเป็นผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้ขายแอลกอฮอล์ จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท 

นายธีระ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในขั้นตอนการพิจารณาแก้ไขกฎหมายในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีตัวแทน สส. จากพรรคการเมือง ตัวแทนราชการ ตัวแทนฝ่ายรณรงค์ และตัวแทนภาคธุรกิจ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ 42 คนใช้เวลาพิจารณาปีกว่า ซึ่งมีความคิดเห็นแย้งกันหลายเรื่อง แต่เรื่องการควบคุมตราเสมือนมาตรา 32/3 ถือว่าเห็นตรงกันและไม่มีการแก้ไขจากร่างที่เสนอมา แต่จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่เห็นการแก้ไข และน่าผิดหวังที่ภาคธุรกิจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตนและเครือข่ายฯ จึงได้เก็บข้อมูล 2 เรื่องสำคัญ 1. สื่อดั้งเดิมที่เห็นกลางแจ้ง ได้แก่ ป้ายโฆษณาบิลบอร์ดขนาดใหญ่ แบนเนอร์ ตู้ไฟ ธงชายหาด ผ้าใบม้วนกันแดด ฯลฯ ใน 32 จังหวัด และ กทม. พบว่บิลบอร์ดริมถนนขนาดใหญ่ของทุกค่ายกว่า 40 ป้าย ป้ายโฆษณาอื่นๆ กว่า 426 ชิ้น และ2. กิจกรรม งานดนตรี ซึ่งมีการขายบัตรลงทะเบียนหรืองานฟรี  แต่ภายในงานพบเห็นตราเสมือน หรือบางแห่งก็ใช้ตราสินค้าจริงมาโฆษณา โดยเครือข่ายได้เฝ้าระวังเก็บข้อมูลส่งเจ้าหน้าที่แล้ว เช่น งานพุ่งใต้เฟส งานบอลลูนเฟส งานนั่งชิล งานแหลมงอบเฟส รวมทั้งงานที่กำลังประกาศจัดอีกหลายแห่งในเพจของผู้ประกอบการ ซึ่งต้องรอให้พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการพิจารณาว่าเข้าข่ายทำผิด และบังคับใช้กฎหมายต่อไป    

“นอกจากนั้น เครือข่ายฯ ได้เตรียมเฝ้าระวังเก็บข้อมูลในช่วงสงกรานต์นี้ ซึ่งจาก 2ปีที่ผ่านมา ได้เก็บข้อมูลพบว่า มีการทำผิดกฎหมายด้านโฆษณาในงานอีเว้นส์ต่างๆ  ด้านขายให้เด็ก ขายให้คนเมา ขายแบบเร่ขาย ไม่มีใบอนุญาต จึงต้องเรียกร้องให้ภาครัฐได้เข้มงวด และให้ผู้ประกอบการรับผิดชอบสังคมมากกว่านี้”  นายธีระ กล่าว
 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข