กทม-สาธารณสุข
สคอ. หนุน “ด่านชุมชน-บังคับใช้กฎหมายเข้ม” คุมเสี่ยงสงกรานต์ ชี้ลดอุบัติเหตุได้จริง พร้อมแนะลดภาระค่าใช้จ่ายฉลองใกล้บ้าน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
สคอ. หนุน “ด่านชุมชน-บังคับใช้กฎหมายเข้ม” คุมเสี่ยงสงกรานต์ ชี้ลดอุบัติเหตุได้จริง พร้อมแนะลดภาระค่าใช้จ่ายฉลองใกล้บ้าน ย้ำบทเรียน 253 ศพ ดื่มแล้วขับ-ซิ่งเร็ว ยังเป็นตัวการหลักของความสูญเสีย
เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2569 สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 อย่างต่อเนื่อง โดยเน้นบทบาทของ “ด่านชุมชน” ควบคู่การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงบนท้องถนน พร้อมแนะประชาชนวางแผนการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม และลดการเดินทางที่ไม่จำเป็น
นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ กล่าวว่า บทเรียนจากสถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา ข้อมูลจาก ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนสะสม

7 วันของเทศกาลสงกรานต์ ปี 2568 พบเกิดอุบัติเหตุรวม 1,538 ครั้ง บาดเจ็บ 1,495 คน และเสียชีวิต 253 ราย โดยสาเหตุหลักยังคงมาจาก การดื่มแล้วขับ และการขับรถเร็ว ยังคงสะท้อนว่าปัจจัยหลักมาจาก “ดื่มแล้วขับ และขับรถเร็ว” ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ต้องควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งในระดับบุคคลและชุมชน โดยด่านชุมชนเป็นกลไกสำคัญที่ช่วย “สกัดความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง” โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่บ้านและชุมชน ซึ่งสามารถเฝ้าระวังและตักเตือนผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การดื่มแล้วขับ หรือการขับขี่โดยประมาท ก่อนออกสู่ถนนสายหลัก หลายพื้นที่พิสูจน์แล้วว่า ด่านชุมชนช่วยลดอุบัติเหตุได้จริง เพราะเป็นการดูแลกันเองในพื้นที่ เมื่อผนวกกับการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่อย่างจริงจัง จะช่วยลดความสูญเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายพรหมมินทร์ กล่าวต่อว่า ด้านการบังคับใช้กฎหมาย สคอ. สนับสนุนการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ในจุดเสี่ยง และการดำเนินการกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความตระหนักและลดพฤติกรรมเสี่ยง โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนและพื้นที่จัดกิจกรรมที่มีการรวมตัวจำนวนมาก ขณะเดียวกัน แนะให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตในช่วงเทศกาลอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการใช้จ่ายและการเดินทาง “การเลือกฉลองใกล้บ้าน” ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงอุบัติเหตุ แต่ยังช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ทั้งค่าน้ำมัน ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในช่วงที่ค่าครองชีพยังอยู่ในระดับสูง
นอกจากนี้หากชุมชนร่วมกำหนดกติกาในการจัดกิจกรรม เช่น การจำกัดเวลาและพื้นที่ในการดื่มแอลกอฮอล์ การดูแลความปลอดภัยในงานคอนเสิร์ต และการสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน ความปลอดภัยก็จะเกิดขึ้นได้จริง ในอีกด้านหนึ่ง สคอ. ขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ร้านค้า และจุดจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดย ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่เด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงและป้องกันปัญหาในระยะยาว ทั้งนี้ ผู้ขายมีหน้าที่ต้องตรวจสอบอายุของผู้ซื้ออย่างรอบคอบ หากฝ่าฝืนถือเป็นความผิดร้ายแรง โดยมีบทลงโทษ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งอาจนำไปสู่พฤติกรรมเสี่ยงและอุบัติเหตุ ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ ชุมชน และครอบครัว โดยเฉพาะการช่วยกันเตือนคนใกล้ตัว ไม่ให้ดื่มแล้วขับ เพราะทุกความสูญเสียส่งผลกระทบไปถึงคนที่อยู่ข้างหลัง สงกรานต์นี้ขอให้ยึดหลัก “ดื่มไม่ขับ ไม่ขับเร็ว ไม่ประมาท” และใช้โอกาสนี้ในการดูแลกันและกัน เพื่อให้เทศกาลแห่งความสุข ไม่กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความสูญเสีย หยุดเสี่ยงในวันนี้ เพื่อไม่ให้มีใครต้องเสียใจในวันพรุ่งนี้ เพราะคนข้างหลังเป็นห่วงคุณอยู่เสมอ
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข
ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข ![]()
เครือข่ายงดเหล้าร้องโฆษณาตราเสมือนของธุรกิจเบียร์เหล้ารายใหญ่ยังเกลื่อน ชี้งานอีเว้นส์ดนตรีของค่ายเบียร์สอดไส้ 12:52 น.- แล้งนี้ไม่แล้งน้ำใจ ฉลองสงกรานต์ปีใหม่ไทย ด้วยการให้โลหิต 11:31 น.
- สสส.ผนึกภาคีทั่วประเทศย้ำเตือนสงกรานต์ปลอดภัยดื่มไม่ขับคนข้างหลังเป็นห่วง 15:58 น.
- อย. ชวนช้อป “ตลาด อย. เติมสุข ปลุกพลังชุมชน” ลดค่าครองชีพ เสริมความรู้สมุนไพร สร้างสุขภาพดีพึ่งตนเองได้ 14:16 น.
- สอบคัดเลือก “ทุนจุฬาราชมนตรี” หลักสูตร Caregiver Plus คึกคัก ปั้นนักบริบาลมุสลิมยุคใหม่ สู่มาตรฐานสากล รองรับสังคมผู้สูงวัย 10:28 น.



