วันเสาร์ ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 00:35 น.

กทม-สาธารณสุข

สสส. จับมือ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ฯ เปิดตัวนวัตกรรม AI "Platform Social Telecare" นำร่องยกระดับ รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 สู่ Smart Hospital ที่มีหัวใจเป็นมนุษย์ดูแลทางสังคมอย่างไร้รอยต่อ 

วันศุกร์ ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569, 13.53 น.

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ​ ครงการ การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์พัฒนาระบบและกลไก Platform Social Telecare (PST) เพื่อการดูแลทางสังคมสำหรับผู้ป่วย ครอบครัวและชุมชนกับ สอน.บัดดี้ ในระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิ หรือ PST AI ของ สมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย ซึ่งสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดแถลงข่าวและประชุมเชิงปฏิบัติการเปิดตัวโครงการ “ก้าวต่อไป..โรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) เชื่อมต่อการดูแลสุขภาพและสังคม” ณ โรงพยาบาลสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 จังหวัดสุพรรณบุรี นำร่องยกระดับระบบบริการสุขภาพปฐมภูมิด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI)

​ดร.สค.ร.ขนิษฐา บูรณพันศักดิ์ หัวหน้างานสังคมสงเคราะห์ชำนาญการพิเศษ ในนามของสมาคมนักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ไทย และภาคีเครือข่าย ระบุว่า โครงการฯ ดังกล่าว จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าระบบสาธารณสุขไทย โดยระบบ PST AI จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคัดกรอง พร้อมชูแนวคิดองค์ประกอบความ "SMART" 5 ด้าน คือ Specific มุ่งเป้าสร้างระบบนิเวศดูแลสังคมและสุขภาพปฐมภูมิอย่างไร้รอยต่อ รวมถึง Measurable ใช้ AI วิเคราะห์จัดทำแผนการดูแลทางสังคมที่แม่นยำวัดผลได้จริง Achievable อบรมพัฒนาสมรรถนะดิจิทัลแก่ทีมสหวิชาชีพ Relevant  สอดรับนโยบายดิจิทัลสุขภาพปฐมภูมิ ยกระดับการแพทย์ทางไกล และ Timely บูรณาการ 4 แพลตฟอร์มหลัก ให้ข้อมูลไหลเวียนแบบเรียลไทม์ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางได้อย่างรวดเร็ว ​ลดงานเอกสาร 40% คืนเวลาอันมีค่าให้นักสังคมสงเคราะห์ได้นำไปใช้ในการเยียวยาจิตใจให้ "หัวใจ" ได้ดูแลมนุษย์

นพ.จิรภัทร กัลยาณพจน์พร ผอ.รพ.สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 17 เน้นย้ำว่า การจะเป็น Smart Hospital ที่สมบูรณ์แบบได้นั้น ระบบดิจิทัลต้องทลายกำแพงระหว่างโรงพยาบาลกับชุมชน การรักษาที่ยั่งยืนจำเป็นต้องเข้าถึงรากเหง้าของปัญหา เช่น ความเหลื่อมล้ำทางสังคมและการขาดแคลนผู้ดูแล ขณะเดียวกัน ต้องการเพิ่มศักยภาพ ในการให้บริการคนไข้ด้วยการเชื่อมโยง ข้อมูลต่างๆของโรงพยาบาล ให้อยู่ในระบบเดียวกัน ซึ่งแพลตฟอร์ม Social telecare จะเป็นจิ๊กซอว์ ช่วยเสริมให้ Smart Hospital ครบวงจรมากยิ่งขึ้น คนไข้สามารถจองคิวจากที่บ้านไม่ต้องรอคิวที่โรงพยาบาล ตั้งแต่เช้า แพทย์เห็นข้อมูลที่เชื่อมโยงในระบบจะสามารถทำให้ ตรวจคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว คนไข้ใช้เวลาในโรงพยาบาลน้อยลง โรงพยาบาลก็ไม่แออัด ทั้งนี้ต้องเตรียมความพร้อมของบุคลากรในการเข้าสู่เทคโนโลยี เช่นเดียวกับคนไข้ก็ต้องเรียนรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยี เพื่อทำให้ระบบขับเคลื่อนได้อย่างยั่งยืน

นายวัชระ อมศิริ คณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้พัฒนาระบบ PST กล่าวว่า สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการ พยายามใช้ AI เข้ามา ให้นักสังคมสงเคราะห์สามารถนำมาใช้ให้ บริการทางสังคม ให้มีมาตรฐาน แต่การดูแลทางสังคมสงเคราะห์ไม่ใช่แค่การเอาเทคโนโลยีมาใช้ เพราะจำเป็นต้องเข้าใจบริบท ทางสังคมและเข้าใจคนด้วย การเอาAI มาใช้มีทั้งเรื่องจรรยาบรรณ ความเข้าใจการเป็นมนุษย์ ผู้พัฒนาต้องไตร่ตรองอย่างมาก เพื่อให้ผู้รับบริการ หรือผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุด และหากเราสามารถพัฒนา การดูแลทางสังคมให้มั่นคงได้ จะสามารถทำให้ภาพรวมการดูแลทางการแพทย์ดีขึ้น

นางสาวอมรรัตน์ สุนทรวิภาต นักสังคมสงเคราะห์ เชื่อว่าแพลตฟอร์ม Social telecare นี้จะทำให้การดูแลผู้ป่วยมีประสิทธิภาพ ให้ประชาชนได้เข้าถึงบริการอย่างทั่วถึง ทำให้ดูแลได้อย่างครอบคลุม บุคลากรเข้าถึงตัวผู้ป่วย ได้ง่ายขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น รวมถึงได้รับบริการครบถ้วนไม่ตกหล่น

 
 

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข