วันพุธ ที่ 02 กันยายน พ.ศ. 2569, 13.27 น.
อายุยังน้อย ไม่ได้แปลว่าไกลมะเร็ง รู้เร็ว เตรียมพร้อมเร็ว เพื่อรับมือโรคร้ายได้อย่างหายห่วง
เมื่อพูดถึง “โรคมะเร็ง” หลายคนอาจยังนึกถึงโรคที่มาพร้อมกับอายุที่มากขึ้น ขณะที่คนวัย 20–30–40 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงกำลังสร้างตัว ทำงาน ดูแลครอบครัว หรือกำลังสนุกกับการใช้ชีวิต มักรู้สึกว่ามะเร็งยังเป็นเรื่องไกลตัวแต่ในความเป็นจริง “อายุยังน้อย” ไม่ได้หมายความว่าเราจะอยู่ห่างจากความเสี่ยงของโรคมะเร็งเสมอไป
ข้อมูลจากการศึกษาเรื่อง Global trends in incidence, death, burden and risk factors of early-onset cancer from 1990 to 2019 ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร BMJ Oncology ชี้ว่าจำนวนผู้ที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่อายุยังน้อย เพิ่มขึ้นจาก 1.82 ล้านคน ในปี 1990 มาอยู่ที่ 3.26 ล้านคน ในปี 2019 ส่วนจำนวนผู้ที่เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ทั้งที่ยังอยู่ในวัยเพียง 30-40 ปี เพิ่มสูงขึ้น 27% ทำให้ปัจจุบันมีคนอายุต่ำกว่า 50 ปี ที่ต้องเสียชีวิตไปก่อนวัยอันควรด้วยโรคมะเร็ง มากกว่าปีละ 1 ล้านคนทั่วโลก
เมื่อ “ยังไม่ถึงวัย” ไม่ได้หมายความว่า “ยังไม่เสี่ยง”
หนึ่งในความท้าทายของมะเร็งในคนอายุน้อย คือความรู้สึกว่า “ไม่น่าจะเกิดกับเรา” เมื่อยังแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และใช้ชีวิตได้ตามปกติ หลายคนจึงอาจละเลยการตรวจสุขภาพ หรือมองข้ามความผิดปกติบางอย่าง เพราะคิดว่าเป็นอาการจากการทำงานหนัก ความเครียด การพักผ่อนน้อย หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกัน มะเร็งไม่ได้มีสาเหตุจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว ความเสี่ยงอาจเกี่ยวข้องทั้งกับพันธุกรรม พฤติกรรมการใช้ชีวิต สิ่งแวดล้อม การติดเชื้อบางชนิด รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล ดังนั้น สิ่งสำคัญอาจไม่ใช่การใช้ชีวิตด้วยความกังวลว่าจะเป็นมะเร็งหรือไม่ แต่คือการ รู้จักร่างกายของตัวเองและไม่มองข้ามความเปลี่ยนแปลงที่ผิดปกติ
สัญญาณจากร่างกายที่ไม่ควรปล่อยผ่าน
มะเร็งแต่ละชนิดมีอาการแตกต่างกัน และหลายอาการอาจเกิดจากภาวะอื่นที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่หากพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง หรือแตกต่างจากภาวะปกติของร่างกาย การไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่น ๆ ย่อมดีกว่าการรอให้อาการรุนแรงขึ้น โดยตัวอย่างสัญญาณที่ควรให้ความสนใจ เช่น มีก้อนผิดปกติบริเวณใดบริเวณหนึ่งของร่างกายน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ มีเลือดออกหรือสารคัดหลั่งผิดปกติ พฤติกรรมการขับถ่ายเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ไอเรื้อรัง อ่อนเพลียผิดปกติต่อเนื่อง ไฝ ปาน หรือผิวหนังมีลักษณะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
การพบอาการเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็ง แต่เป็นเหตุผลที่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ โดยเฉพาะเมื่ออาการเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือมีความผิดปกติชัดเจน นอกจากนี้ การตรวจสุขภาพและการตรวจคัดกรองที่เหมาะสมกับอายุ เพศ ประวัติครอบครัว และปัจจัยเสี่ยงของแต่ละคน ยังเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยเพิ่มโอกาสค้นพบความผิดปกติได้เร็วขึ้น
เพราะผลกระทบของมะเร็ง ไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องสุขภาพ
สำหรับคนวัยทำงาน การได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งอาจเปลี่ยนชีวิตได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว จากวันที่เคยมีตารางงานเต็มแน่น อาจต้องเปลี่ยนเป็นการนัดพบแพทย์ การตรวจเพิ่มเติม หรือการรักษาต่อเนื่อง จากรายได้ที่เคยเข้ามาสม่ำเสมอ อาจต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ทำงานได้น้อยลงหรือหยุดงาน ขณะที่ค่าใช้จ่ายทั้งทางตรงและทางอ้อมสามารถเกิดขึ้นพร้อมกัน หากเป็นเสาหลักของครอบครัว ผลกระทบก็อาจขยายไปถึงคนรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายประจำของบ้าน ภาระหนี้สิน การดูแลบุตร หรือแผนชีวิตที่วางไว้ในอนาคต นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมการรับมือกับโรคมะเร็งไม่ควรเริ่มต้นขึ้นในวันที่ได้รับการวินิจฉัยเท่านั้น แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่เรายังแข็งแรง ด้วยการเตรียมความพร้อมในหลายมิติพร้อมกัน
สุขภาพ รู้จักความเสี่ยงของตัวเอง ดูแลสุขภาพ ตรวจเช็กความผิดปกติ และเข้ารับการตรวจที่เหมาะสม
การเงิน มีเงินสำรองและวางแผนรองรับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิ
การงาน เข้าใจสิทธิประโยชน์ สวัสดิการ และเตรียมรับมือกับความเป็นไปได้ที่อาจต้องหยุดพักจากการทำงาน
ครอบครัว พูดคุยร่วมกัน เพื่อให้คนในครอบครัวรู้ว่าจะจัดการเรื่องต่าง ๆ อย่างไรหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
เพราะเมื่อเกิดโรคร้ายขึ้นจริง สิ่งที่คนคนหนึ่งต้องรับมืออาจไม่ใช่เพียงคำถามว่า “จะรักษาอย่างไร” แต่รวมถึง “จะใช้ชีวิตต่ออย่างไร” ในระหว่างการรักษาด้วย
เตรียมความพร้อม รับมือมะเร็งแบบหายห่วง
เราอาจไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมดว่าโรคมะเร็งจะเกิดขึ้นกับใคร หรือเกิดขึ้นเมื่ออายุเท่าไร แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเริ่มทำได้ คือ การเตรียมความพร้อมที่ดีที่สุด รู้เท่าทันความเสี่ยง ดูแลสุขภาพ สังเกตร่างกาย ตรวจเช็กอย่างเหมาะสม และเตรียมแผนรองรับสิ่งที่ไม่คาดคิดไว้ล่วงหน้า โดยล่าสุด อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่แนะนำ “มะเร็งหายห่วง” แบบประกันที่ให้ความคุ้มครองโรคมะเร็งอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ระยะเริ่มต้นจนถึงระยะลุกลาม แม้โรคกลับมาเป็นซ้ำก็ยังคงได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขจนถึงอายุ 85 ปี ชวนคนไทยเปลี่ยนมุมมองต่อการรับมือโรคมะเร็ง จากเรื่องที่มักคิดถึงเมื่อเจ็บป่วยแล้ว มาเป็นเรื่องที่สามารถ “เตรียมพร้อม” ได้ตั้งแต่วันที่เรายังใช้ชีวิตตามปกติ
คนรุ่นใหม่ที่อาจคิดว่าโรคร้ายยังอยู่ไกล แต่ “อายุยังน้อย ไม่ได้แปลว่าไกลมะเร็ง” การเตรียมพร้อมที่ดีที่สุดต้องเริ่มต้นก่อนความเสี่ยงจะเกิดขึ้น ประกันไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้โรคมะเร็งเกิดขึ้น แต่สามารถช่วยให้ผู้ป่วยและครอบครัวยังคงมีทางเลือกเมื่อวันนั้นมาถึง เพราะเมื่อคนหนึ่งคนต้องต่อสู้กับโรคร้าย สิ่งที่ครอบครัวควรส่งต่อให้กันคือกำลังใจ ไม่ใช่ความกังวลว่าจะต้องสูญเสียอะไรอีกบ้าง
เตรียมพร้อมวันนี้ เพื่อให้หายห่วงได้มากขึ้น หากวันหนึ่งต้องเผชิญมะเร็ง