วันเสาร์ ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2569 01:04 น.

กทม-สาธารณสุข

แพทย์ชี้ “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย แนะสังเกต  5 อาการ ประเมินแนวทางรักษาให้เหมาะกับผู้ป่วย

วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2569, 19.51 น.

แพทย์ชี้ “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทุกราย แนะสังเกต  5 อาการ ประเมินแนวทางรักษาให้เหมาะกับผู้ป่วย

      

อาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา ชา หรือแขนขาอ่อนแรง เป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สร้างความกังวลให้กับผู้ป่วยจำนวนมาก โดยเฉพาะเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท” หลายคนมักเข้าใจว่าทางออกสุดท้ายคือการผ่าตัด
      

อย่างไรก็ตาม นพ.ฐปนัตว์ จันทราภาส แพทย์เฉพาะทางกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลเอส เฉพาะทางกระดูกสันหลังข้อ ให้ข้อมูลว่า ผู้ป่วยหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทไม่จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดทุกรายเพราะแนวทางการรักษาต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน ทั้งตำแหน่งของหมอนรองกระดูก ระดับการกดทับเส้นประสาท ลักษณะอาการ รวมถึงผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน
      

ในผู้ป่วยที่อาการยังไม่รุนแรง ไม่มีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงชัดเจน และยังไม่มีสัญญาณของความเสียหายทางระบบประสาท แพทย์อาจพิจารณาเริ่มต้นด้วยการรักษาแบบไม่ผ่าตัด หรือ “การรักษาแบบอนุรักษ์นิยม” ก่อน

5 ลักษณะอาการที่อาจยังรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด
      

ผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลัง ปวดคอ หรือปวดร้าวลงแขนและขา แต่ยังสามารถเดินและใช้งานแขนขาได้ตามปกติ ไม่มีอาการอ่อนแรงชัดเจน อาจเริ่มต้นรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด และการปรับพฤติกรรมได้
      

เช่นเดียวกับผู้ที่มีอาการชาเพียงเล็กน้อยหรือเป็น ๆ หาย ๆ และยังไม่ส่งผลกระทบต่อการเดิน การหยิบจับสิ่งของ หรือการใช้ชีวิตประจำวันมากนัก รวมถึงผู้ที่เพิ่งเริ่มมีอาการและยังไม่มีภาวะแทรกซ้อน
      

อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือ ผู้ป่วยต้องยังไม่มีปัญหาเรื่องการควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระ และไม่มีอาการชาบริเวณรอบก้นหรืออวัยวะเพศ เพราะอาการดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณของภาวะกดทับเส้นประสาทที่รุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการประเมินอย่างเร่งด่วน
      

ผลตรวจ MRI ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้แพทย์ประเมินตำแหน่งและระดับการกดทับเส้นประสาทได้ชัดเจนขึ้น แต่การตัดสินใจเลือกวิธีรักษาไม่ควรพิจารณาจากภาพ MRI เพียงอย่างเดียว จำเป็นต้องประเมินร่วมกับอาการและการตรวจร่างกายของผู้ป่วยแต่ละราย
รักษาแบบไม่ผ่าตัด มีทางเลือกอะไรบ้าง?
      

แนวทางการรักษาแบบไม่ผ่าตัดมีเป้าหมายเพื่อลดอาการปวดและการอักเสบรอบเส้นประสาท ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ โดยแพทย์อาจพิจารณาการใช้ยาเพื่อลดอาการปวดและอักเสบ การทำกายภาพบำบัด การปรับท่าทางและพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน รวมถึงการฉีดยาลดการอักเสบรอบเส้นประสาทในผู้ป่วยบางราย
      

ขณะเดียวกัน การควบคุมน้ำหนักและการเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวก็มีส่วนสำคัญในการช่วยพยุงกระดูกสันหลังและลดแรงกดที่เกิดขึ้นซ้ำ

สัญญาณเตือนแบบไหนที่ไม่ควรรอ?
      

แม้ผู้ป่วยหลายรายสามารถเริ่มต้นรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หากพบว่าอาการปวดรุนแรงและไม่ดีขึ้น อาการชาเพิ่มขึ้น แขนหรือขาอ่อนแรง เดินลำบาก เดินสะดุด ปลายเท้าตก กล้ามเนื้อลีบ หรือแรงของมือและขาลดลง ควรรีบเข้าพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ
      

โดยเฉพาะกรณีที่เริ่มไม่สามารถควบคุมปัสสาวะหรืออุจจาระ หรือมีอาการชาบริเวณรอบก้นและอวัยวะเพศ ถือเป็นสัญญาณอันตรายที่ควรได้รับการตรวจรักษาอย่างเร่งด่วน
      

นพ.ฐปนัตว์ ระบุว่า การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมควรเริ่มจากการวินิจฉัยหาสาเหตุให้ชัดเจน เนื่องจากอาการปวดหลังร้าวลงขาหรือปวดคอร้าวลงแขนไม่ได้เกิดจากหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทเพียงสาเหตุเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะกระดูกสันหลังเสื่อม ช่องโพรงกระดูกสันหลังตีบ กระดูกงอก ข้อต่อหรือกล้ามเนื้อ รวมถึงโรคอื่น ๆ

 


      

ดังนั้น การประเมินประวัติอาการ ตรวจร่างกาย และตรวจภาพวินิจฉัย เช่น X-ray หรือ MRI ในกรณีที่แพทย์เห็นว่าจำเป็น จะช่วยให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาได้ตรงกับสาเหตุและความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย
      

“หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนต้องผ่าตัด สิ่งสำคัญคือการประเมินให้ชัดว่าเส้นประสาทถูกกดทับมากน้อยเพียงใด มีอาการทางระบบประสาทหรือไม่ และอาการส่งผลต่อการใช้ชีวิตมากแค่ไหน เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย”
      

ทั้งนี้ ผู้ที่มีอาการปวดหลังหรือปวดคอร่วมกับอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรง ไม่ควรปล่อยอาการไว้นานหรือวินิจฉัยด้วยตนเอง โดยเฉพาะเมื่ออาการมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ควรเข้ารับการประเมินจากแพทย์เพื่อค้นหาสาเหตุและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข

Top 5 ข่าวกทม-สาธารณสุข

ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข