วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2569 05:13 น.

กทม-สาธารณสุข

สสส. เปิดบ้านต้อนรับ WHO FCTC แลกเปลี่ยนบทเรียนควบคุมยาสูบไทย ชูโมเดล สสส. สร้างหลักประกันเงินทุนสร้างเสริมสุขภาพระยะยาว

วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2569, 11.44 น.

สสส. เปิดบ้านต้อนรับ WHO FCTC แลกเปลี่ยนบทเรียนควบคุมยาสูบไทย ชูโมเดล สสส. สร้างหลักประกันเงินทุนสร้างเสริมสุขภาพระยะยาว ชื่นชม สสส. ต้นแบบระดับโลก หนุนต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศ ปกป้องนโยบายสุขภาพจากการแทรกแซงของอุตสาหกรรมยาสูบ รับมือบุหรี่ไฟฟ้า-การตลาดดิจิทัลที่มุ่งเป้าเด็ก เยาวชน

นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ให้การต้อนรับ นายแอนดรูว์ แบล็ก (Mr. Andrew Black) หัวหน้าสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (Head of the Convention Secretariat of the WHO Framework Convention on Tobacco Control - WHO FCTC) ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการบริหารจัดการและขับเคลื่อนกรอบอนุสัญญาฯ อันเป็นกลไกทางกฎหมายสาธารณสุขของโลกด้านการควบคุมยาสูบ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพฯ

 

พร้อมด้วย ศ.ดร.นันทวรรณ วิจิตรวาทการ ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้ WHO FCTC ด้านมาตรา 5.3 ว่าด้วยเรื่องมุ่งคุ้มครองนโยบายสาธารณสุขด้านการควบคุมยาสูบจากผลประโยชน์ทางการค้าและผลประโยชน์อื่นของอุตสาหกรรมยาสูบ และคณะผู้แทนจากสำนักเลขาธิการฯ และเครือข่ายศูนย์ความรู้ระดับโลกของ WHO FCTC จำนวนรวม 17 ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนการดำเนินงานควบคุมยาสูบของไทย กลไกการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ และแนวทางความร่วมมือในการคุ้มครองนโยบายสาธารณสุขจากผลประโยชน์ทางการค้าของอุตสาหกรรมยาสูบ

นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า การขับเคลื่อนมาตรการควบคุมยาสูบให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพัฒนามาตรการด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะจากผลประโยชน์ทางการค้าของอุตสาหกรรมยาสูบด้วย โดยเฉพาะมาตรา 5.3 ที่ยึดการกำหนดนโยบายยึดประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชน ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันการแทรกแซงจากอุตสาหกรรมยาสูบ การสร้างความโปร่งใสในการติดต่อระหว่างหน่วยงานรัฐกับอุตสาหกรรม และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ขณะเดียวกันความท้าทายจากบุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ และการตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลที่มุ่งเข้าถึงเด็กและเยาวชน ยิ่งทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลและบทเรียนระหว่างประเทศมีความสำคัญ เพื่อพัฒนามาตรการรับมือให้เท่าทันต่อรูปแบบผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

“การหารือครั้งนี้ สสส. เสนอแนวทางต่อยอดความร่วมมือที่มุ่งให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เช่น การจัดทำเอกสารสรุปบทเรียนหรือกรณีศึกษาเรื่องกลไกการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน การจัดเวทีวิชาการร่วมกันเกี่ยวกับการนำมาตรา 5.3 ไปใช้เพื่อคุ้มครองนโยบายสาธารณะจากการแทรกแซงของอุตสาหกรรมยาสูบ โดยแนวทางเหล่านี้เป็นข้อเสนอสำหรับหารือรายละเอียดร่วมกันต่อไป เพื่อให้เกิดองค์ความรู้และเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศสมาชิกในการขับเคลื่อนอนุสัญญา WHO FCTC อย่างมีประสิทธิภาพ” นพ.พงศ์เทพ กล่าว
 
นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า กล่าวต่อว่า สสส. จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 โดยมีกลไกการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) จากภาษีสุราและยาสูบเพิ่มเติม 2% ของภาษีสรรพสามิต เพื่อนำรายได้มาใช้สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพโดยเฉพาะ ทำให้การลงทุนด้านการป้องกันโรคและการสร้างเสริมสุขภาพมีความต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ โดย สสส. ทำหน้าที่สนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย ภาคประชาสังคม ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติ ซึ่งการควบคุมยาสูบเป็นหนึ่งในงานสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการพัฒนากฎหมาย การสร้างพื้นที่ปลอดบุหรี่ การผลักดันคำเตือนสุขภาพบนซองบุหรี่และบรรจุภัณฑ์แบบเรียบ การสนับสนุนบริการช่วยเลิกบุหรี่ การสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนการป้องกันการบริโภคยาสูบในสถานศึกษาและชุมชน

นายแอนดรูว์ แบล็ก หัวหน้าสำนักเลขาธิการ WHO FCTC  กล่าวว่า  =ชื่นชมโมเดลขององค์กรและการทำงานของ สสส. และสะท้อนอีกว่าการที่ สสส. ได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ในปี 2564 นั้นเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ การมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอและยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการควบคุมยาสูบ สอดคล้องกับมาตรา 26 ของอนุสัญญา WHO FCTC ที่ให้ความสำคัญกับการจัดสรรทรัพยากรทางการเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของประเทศสมาชิก ขณะที่มาตรา 6 ได้ระบุว่าประเทศสมาชิกอาจพิจารณานำรายได้จากภาษียาสูบมาจัดสรรเพื่อสนับสนุนงานควบคุมยาสูบ การสร้างเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค ตามบริบทและกฎหมายของแต่ละประเทศ

“ขอบคุณและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้มาเยือนและได้แลกเปลี่ยนการทำงานกับ สสส. (ThaiHealth) สสส. ถือเป็นต้นแบบความเป็นเลิศระดับโลกในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างมีความหมายและมีประสิทธิภาพ  ประเทศไทยมีความก้าวหน้าเกิดขึ้นอย่างมากในด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ และ สสส. ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความก้าวหน้านั้น  ดังนั้น ผมจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ สสส. และเชื่อมั่นจริงๆ ว่านี่คือต้นแบบที่ยอดเยี่ยมที่รัฐบาลในประเทศอื่นๆ สามารถนำไปปฏิบัติตามได้” หัวหน้าสำนักเลขาธิการ WHO FCTC กล่าว

หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข