กทม-สาธารณสุข
สสส. เปิดบ้านต้อนรับ WHO FCTC แลกเปลี่ยนบทเรียนควบคุมยาสูบไทย ชูโมเดล สสส. สร้างหลักประกันเงินทุนสร้างเสริมสุขภาพระยะยาว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
สสส. เปิดบ้านต้อนรับ WHO FCTC แลกเปลี่ยนบทเรียนควบคุมยาสูบไทย ชูโมเดล สสส. สร้างหลักประกันเงินทุนสร้างเสริมสุขภาพระยะยาว ชื่นชม สสส. ต้นแบบระดับโลก หนุนต่อยอดความร่วมมือระหว่างประเทศ ปกป้องนโยบายสุขภาพจากการแทรกแซงของอุตสาหกรรมยาสูบ รับมือบุหรี่ไฟฟ้า-การตลาดดิจิทัลที่มุ่งเป้าเด็ก เยาวชน
นพ.พงศ์เทพ วงศ์วัชรไพบูลย์ ผู้จัดการกองทุน สสส. ให้การต้อนรับ นายแอนดรูว์ แบล็ก (Mr. Andrew Black) หัวหน้าสำนักเลขาธิการกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (Head of the Convention Secretariat of the WHO Framework Convention on Tobacco Control - WHO FCTC) ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกในการบริหารจัดการและขับเคลื่อนกรอบอนุสัญญาฯ อันเป็นกลไกทางกฎหมายสาธารณสุขของโลกด้านการควบคุมยาสูบ เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กรุงเทพฯ
พร้อมด้วย ศ.ดร.นันทวรรณ วิจิตรวาทการ ผู้อำนวยการศูนย์ความรู้ WHO FCTC ด้านมาตรา 5.3 ว่าด้วยเรื่องมุ่งคุ้มครองนโยบายสาธารณสุขด้านการควบคุมยาสูบจากผลประโยชน์ทางการค้าและผลประโยชน์อื่นของอุตสาหกรรมยาสูบ และคณะผู้แทนจากสำนักเลขาธิการฯ และเครือข่ายศูนย์ความรู้ระดับโลกของ WHO FCTC จำนวนรวม 17 ท่าน เพื่อแลกเปลี่ยนบทเรียนการดำเนินงานควบคุมยาสูบของไทย กลไกการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ และแนวทางความร่วมมือในการคุ้มครองนโยบายสาธารณสุขจากผลประโยชน์ทางการค้าของอุตสาหกรรมยาสูบ

นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า การขับเคลื่อนมาตรการควบคุมยาสูบให้เกิดผลอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการพัฒนามาตรการด้านสุขภาพเพียงอย่างเดียว แต่ต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองกระบวนการกำหนดนโยบายสาธารณะจากผลประโยชน์ทางการค้าของอุตสาหกรรมยาสูบด้วย โดยเฉพาะมาตรา 5.3 ที่ยึดการกำหนดนโยบายยึดประโยชน์ด้านสุขภาพของประชาชน ที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันการแทรกแซงจากอุตสาหกรรมยาสูบ การสร้างความโปร่งใสในการติดต่อระหว่างหน่วยงานรัฐกับอุตสาหกรรม และการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน ขณะเดียวกันความท้าทายจากบุหรี่ไฟฟ้า ผลิตภัณฑ์นิโคตินรูปแบบใหม่ และการตลาดผ่านช่องทางดิจิทัลที่มุ่งเข้าถึงเด็กและเยาวชน ยิ่งทำให้การแลกเปลี่ยนข้อมูลและบทเรียนระหว่างประเทศมีความสำคัญ เพื่อพัฒนามาตรการรับมือให้เท่าทันต่อรูปแบบผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์ทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป

“การหารือครั้งนี้ สสส. เสนอแนวทางต่อยอดความร่วมมือที่มุ่งให้เกิดผลในทางปฏิบัติ เช่น การจัดทำเอกสารสรุปบทเรียนหรือกรณีศึกษาเรื่องกลไกการเงินเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพอย่างยั่งยืน การจัดเวทีวิชาการร่วมกันเกี่ยวกับการนำมาตรา 5.3 ไปใช้เพื่อคุ้มครองนโยบายสาธารณะจากการแทรกแซงของอุตสาหกรรมยาสูบ โดยแนวทางเหล่านี้เป็นข้อเสนอสำหรับหารือรายละเอียดร่วมกันต่อไป เพื่อให้เกิดองค์ความรู้และเครื่องมือที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศสมาชิกในการขับเคลื่อนอนุสัญญา WHO FCTC อย่างมีประสิทธิภาพ” นพ.พงศ์เทพ กล่าว
นพ.พงศ์เทพ กล่าวว่า กล่าวต่อว่า สสส. จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. 2544 โดยมีกลไกการจัดเก็บภาษีเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ (Earmarked Tax) จากภาษีสุราและยาสูบเพิ่มเติม 2% ของภาษีสรรพสามิต เพื่อนำรายได้มาใช้สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพโดยเฉพาะ ทำให้การลงทุนด้านการป้องกันโรคและการสร้างเสริมสุขภาพมีความต่อเนื่องและคาดการณ์ได้ โดย สสส. ทำหน้าที่สนับสนุนเชิงยุทธศาสตร์และประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ นักวิจัย ภาคประชาสังคม ชุมชน และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนาองค์ความรู้และผลักดันข้อเสนอเชิงนโยบายสู่การปฏิบัติ ซึ่งการควบคุมยาสูบเป็นหนึ่งในงานสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งการพัฒนากฎหมาย การสร้างพื้นที่ปลอดบุหรี่ การผลักดันคำเตือนสุขภาพบนซองบุหรี่และบรรจุภัณฑ์แบบเรียบ การสนับสนุนบริการช่วยเลิกบุหรี่ การสื่อสารสาธารณะ ตลอดจนการป้องกันการบริโภคยาสูบในสถานศึกษาและชุมชน

นายแอนดรูว์ แบล็ก หัวหน้าสำนักเลขาธิการ WHO FCTC กล่าวว่า =ชื่นชมโมเดลขององค์กรและการทำงานของ สสส. และสะท้อนอีกว่าการที่ สสส. ได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ ในปี 2564 นั้นเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้ การมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอและยั่งยืนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการควบคุมยาสูบ สอดคล้องกับมาตรา 26 ของอนุสัญญา WHO FCTC ที่ให้ความสำคัญกับการจัดสรรทรัพยากรทางการเงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของประเทศสมาชิก ขณะที่มาตรา 6 ได้ระบุว่าประเทศสมาชิกอาจพิจารณานำรายได้จากภาษียาสูบมาจัดสรรเพื่อสนับสนุนงานควบคุมยาสูบ การสร้างเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค ตามบริบทและกฎหมายของแต่ละประเทศ
“ขอบคุณและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสได้มาเยือนและได้แลกเปลี่ยนการทำงานกับ สสส. (ThaiHealth) สสส. ถือเป็นต้นแบบความเป็นเลิศระดับโลกในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างมีความหมายและมีประสิทธิภาพ ประเทศไทยมีความก้าวหน้าเกิดขึ้นอย่างมากในด้านการควบคุมการบริโภคยาสูบ และ สสส. ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความก้าวหน้านั้น ดังนั้น ผมจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ สสส. และเชื่อมั่นจริงๆ ว่านี่คือต้นแบบที่ยอดเยี่ยมที่รัฐบาลในประเทศอื่นๆ สามารถนำไปปฏิบัติตามได้” หัวหน้าสำนักเลขาธิการ WHO FCTC กล่าว
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » กทม-สาธารณสุข
ข่าวในหมวดกทม-สาธารณสุข ![]()
สสส.-อุบลฯหนุนวัตกรรม “MUSYA AI” ช่วยวิเคราะห์ปัญหาสุขภาพสุดแม่นยำ 13:44 น.- ยกทัพตรวจสุขภาพ ตอกย้ำเทรนด์เฮลท์ตี้คนรุ่นใหม่ 11:23 น.
- รพ.เจริญกรุงประชารักษ์จัดกิจกรรม “น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” 14:54 น.
- ‘รพ.นวเวช’ กับภารกิจ ‘Health Partner’ เดินหน้าดูแลสุขภาพตลอดเส้นทางชีวิต ‘Health Journey’ 11:40 น.
- คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดลร่วมมือบริษัท แอฟฟิโนม จำกัด ร่วมผลิตชุดตรวจช่วยผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยโรคไข้ดินอย่างรวดเร็ว 09:49 น.


