วันอังคาร ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2565 05:53 น.

อาชญากรรม

กรมศุลฯ จับไอซ์บิ๊กล็อต 897 กก. เตรียมส่งออกไต้หวัน มูลค่า 3 พันล้าน

วันเสาร์ ที่ 04 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.05 น.
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.64ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ  นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย และการท่าเรือแห่งประเทศไทย แถลงข่าว จับยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 897 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 538 ล้านบาท 
 
 
นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปราม ได้ประมวลความเสี่ยงการลักลอบยาเสพติดออกนอกราชอาณาจักร และได้ทำการตรวจค้นพบใบขนสินค้ามีลักษณะตรงตามข้อมูลความเสี่ยงตรงตามที่สืบค้นในการกระทำผิดด้านยาเสพติด จึงทำการอายัด และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด และศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย (ชุดปฏิบัติการ Seaport Interdiction Task Force: SITF) ร่วมกันตรวจสอบสินค้าต้องสงสัยดังกล่าว ณ ศูนย์เอกซเรย์และเทคโนโลยีศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าเรือกรุงเทพ 
 
 
จากการเปิดตรวจพบลังกระดาษสีน้ำตาลจำนวน 24 ลัง เมื่อเปิดแต่ละลังออกพบแผ่นซิลิโคนปูพื้นขนาด 40 x 40 เซนติเมตร 2 ชนิด คือ แผ่นซิลิโคน น้ำหนัก 4.5 กิโลกรัม จำนวน 46 แผ่น และ แผ่นซิลิโคนน้ำหนัก 6 กิโลกรัม จำนวน 115 แผ่น รวม 161 แผ่น จากการตรวจสอบพบว่าแต่ละชิ้นมีน้ำหนักและขนาดที่ไม่เท่ากัน และได้ตรวจสอบอย่างละเอียด พบวัตถุต้องสงสัยลักษณะเป็นเกล็ด สีขาวขุ่นอยู่ภายในแผ่นซิลิโคน จึงได้นำตัวอย่างวัตถุต้องสงสัยมาทดสอบเบื้องต้นด้วยน้ำยาเคมี ONCB 051 MARQUIS REAGENT พบเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 897 กิโลกรัม มูลค่า 538,200,000 บาท หากส่งออกสำเร็จจะมีมูลค่าที่ประเทศปลายทาง ประมาณ 3,000 ล้านบาท
 
         
อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวต่ออีกว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามมาตรา 244 มาตรา 166 และมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ พ.ศ. 2522 สำหรับสถิติตรวจยึดยาเสพติดของกรมศุลกากรปีงบประมาณ 2565 (ตุลาคม - ปัจจุบัน) รวม 18 คดี มูลค่า 1,173,335,840 บาท