วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569 02:25 น.

อาชญากรรม

อุกอาจ! โจรขี่จยย.ประกบสาวใหญ่กระชากกระเป๋า เศร้าเงินค่าผ่าตัดหัวใจสามีเกือบ 5 หมื่น

วันศุกร์ ที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.11 น.

เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 2 ม.ค.69 กล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพเหตุการณ์คนร้ายก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์บนถนนสายตรัง–ปะเหลียน พื้นที่หมู่ 4 ตำบลบ้านควน อำเภอเมืองตรัง บริเวณใกล้เคียงหน้าร้านข้าวแกงครัวท่องนาท่าม สาขา 2 โดยคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 1 ราย ไม่ทราบอายุ สวมเสื้อสีกรมท่า กางเกงขายาวสีดำ ไม่ปิดบังใบหน้า ขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีดำ-เทา ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ขับประกบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ 110 สีขาว-แดง

จากนั้นคนร้ายได้ฉกกระเป๋าสะพายจากไหล่ขวาของผู้เสียหาย ซึ่งคือ นางสุดจิต (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ชาวบ้านโคกพลา หมู่ 10 ตำบลโคกหล่อ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ซึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว ขณะรถทั้งสองคันกำลังเคลื่อนที่ ก่อนคนร้ายจะขับขี่รถหลบหนีไปอย่างใจเย็น มุ่งหน้าไปทางสี่แยกบ้านควน ทรัพย์สินภายในกระเป๋าประกอบด้วย เอกสารสำคัญ โทรศัพท์มือถือ เงินสดประมาณ 10,000 กว่าบาท และแหวนทองคำหนัก 2 สลึง มูลค่าประมาณ 32,000 บาท รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ถูกประทุษร้ายไปเกือบ 50,000 บาท

ภาพจากกล้องวงจรปิดหลังเกิดเหตุพบว่า ผู้เสียหายได้ขับรถไปจอดบริเวณไหล่ทางก่อนจะขับออกไป ต่อมาทราบว่าได้ไปบอกเล่าเหตุการณ์ให้ญาติทราบที่บ้าน ก่อนแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ภายหลังบุตรชายได้พาผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองตรัง เพื่อให้ติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี โดยเจ้าหน้าที่ได้วิทยุแจ้งรูปพรรณสัณฐานของคนร้าย รวมถึงยานพาหนะที่ใช้ก่อเหตุแล้ว

นางสุดจิต ผู้เสียหาย ให้การด้วยอาการตื่นตกใจว่า ตนเฝ้าดูแลสามีซึ่งป่วยและเข้ารับการผ่าตัดหัวใจอยู่ที่โรงพยาบาลตรัง ตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม 2568 ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถออกจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้านในพื้นที่บ้านโคกพลา ตำบลโคกหล่อ โดยไม่ได้แวะที่ใด กระทั่งถึงบริเวณจุดเกิดเหตุและชะลอรถเพื่อจะแวะซื้อข้าวแกงกลับบ้าน และตั้งใจจะกลับไปเฝ้าสามีต่อ แต่จังหวะนั้นคนร้ายได้ขับรถมาประกบ ก่อนกระชากกระเป๋าที่สะพายอยู่จนหลุดจากมือ แล้วหลบหนีไปทันที

ผู้เสียหายระบุว่า ไม่สามารถเห็นใบหน้าคนร้ายได้อย่างชัดเจน รู้เพียงว่าไม่ได้ปิดบังใบหน้า ส่วนเงินสดจำนวนดังกล่าวเป็นเงินของสามีที่ฝากไว้ เพื่อนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล และไม่เคยรู้จักหรือคุ้นเคยกับผู้ก่อเหตุมาก่อน

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างเรียกร้องให้ตำรวจเร่งจับกุมคนร้าย เนื่องจากเป็นการก่อเหตุอย่างอุกอาจในเวลากลางวันแสก ๆ ในพื้นที่ที่มีประชาชนสัญจรพลุกพล่าน และไม่ปิดบังใบหน้า เสมือนเป็นการท้าทายกฎหมายบ้านเมือง.

หน้าแรก » อาชญากรรม