วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569 02:15 น.

อาชญากรรม

3 โจ๋หัวร้อน โดนเตือนอย่าเสียงดังมีหญิงชราป่วยติดเตียง คว้ามีดอีโต้ไล่ฟันเพื่อนบ้านเลือดสาด

วันจันทร์ ที่ 05 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.59 น.

วันที่ 5 มกราคม 2569 พ.ต.อ.วัชรพล สว่างแผ้ว ผกก.สภ.ปลาปาก จ.นครพนม พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวน นำตัวนายบอย อายุ 29 ปี นายเฟรม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี และนายราม (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยทั้งสามร่วมกันก่อเหตุรุมทำร้ายร่างกายนายเอกพันธ์ แสนลัง หรืองั่ง อายุ 38 ปี จนได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณสองทุ่มเศษ วันที่ 4 มกราคม 69 ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากวันและเวลาดังกล่าว ร.ต.อ.สยาม ลี้พล รองสารวัตรสอบสวน สภ.ปลาปาก ได้รับแจ้งจากนางกันตนา อายุ 33 ปี ว่า  นายเอกพันธ์หรืองั่ง สามี ถูกผู้ต้องหาทั้งสามรุมทำร้ายร่างกายที่บริเวณบ้านหลังหนึ่ง อยู่หมู่ 7 บ้านโคกกลาง ต.ปลาปาก โดยนายบอยใช้อาวุธมีดพร้า ฟันที่หัวไหล่และแขนซ้ายสามีเลือดสาด แพทย์โรงพยาบาลปลาปากเย็บบาดแผลรวม 9 เข็ม ก่อนจะเดินทางมาแจ้งความ เพื่อให้ดำเนินคดีกับบุคคลทั้งสามให้ถึงที่สุด

หลังรับแจ้งตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปลาปาก ลงพื้นที่ติดตามตัวคนร้าย และสามารถจับกุมตัวทั้งสามคนได้ ขณะหลบหนีไปอยู่ที่กระต๊อบกลางทุ่งนา นำตัวนายบอยหัวโจกวัย 29 ปีมาสอบปากคำถึงมูลเหตุจูงใจ ส่วนนายเฟรมกับนายรามอายุ 17 ปียังเป็นเยาวชนอยู่ เจ้าหน้าที่จึงต้องรอสอบสวนต่อหน้าทีมสหวิชาชีพ (อัยการ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ทนายความ) 
เบื้องต้นทั้งนายเอกพันธ์คนเจ็บกับนายบอยเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน และมีบ้านอยู่ห่างกันไม่ถึง 20 เมตร ก่อนเกิดเหตุนายเฟรมโจ๋วัย 17 ปีขับรถจักรยานยนต์ที่แต่งท่อเสียงดัง เข้ามาหาเพื่อนคือนายรามที่บ้านหลังเกิดเหตุ ส่วนนายบอยอยู่ภายในบ้าน ไม่นานก็ได้ยินเหมือนขว้างระเบิดปิงปองดังปัง ทำให้ทางบ้านนายเอกพันธ์สะดุ้งตกใจ ที่สำคัญในบ้านนายเอกพันธ์มีแม่ที่ป่วยติดเตียงอยู่ด้วย จึงออกมาถามนายเฟรมว่าใครปาระเบิด ทั้งนายเฟรมและนายรามต่างปฏิเสธ อ้างว่าไม่ใช่เสียงระเบิด แต่เป็นเสียงยางรถจักรยานยนต์ระเบิดต่างหาก 

นายเอกพันธ์จึงอบรมทั้งสองในฐานะเป็นญาติกัน ว่า อย่าส่งเสียงดังเพราะในบ้านมีแม่ป่วยติดเตียงอยู่ ขณะเดินหันหลังกลับไปบ้าน นายเอกพันธ์ก็ได้ยินเสียงพูดตามหลังมาว่า “เอาพร้าฟันมันโลด” นายเอกพันธ์จึงหวนกลับมาถามว่าจะฟันใคร ก่อนจะมีปากเสียงเกิดขึ้น ในขณะที่นายบอยเกาะขอบหน้าต่างยืนดูอยู่ในบ้าน และได้มีการลงไม้ลงมือกัน นายบอยเห็นนายเฟรมสู้แรงนายเอกพันธ์ไม่ได้ จึงโดดข้ามหน้าต่างคว้ามีดโต้ที่อยู่บริเวณนั้น ฟันไปที่ด้านหลังนายเอกพันธ์หลายครั้ง คมมีดเข้าไหล่และแขนซ้ายรวม 2 แห่งจนเลือดสาด จากนั้นทั้งสามก็รีบพากันหลบหนีไป ก่อนจะถูกตำรวจสายสืบตามจับตัวได้ในเวลาต่อมา

จากการตรวจสอบประวัตินายบอยมือมีด พบว่าเคยต้องโทษคดีอาวุธปืน และยาเสพติด หลังออกจากเรือนจำก็ใช้บ้านเป็นแหล่งมั่วสุมในหมู่วัยรุ่น กลางคืนมักจะมีเสียงรถจักรยานยนต์แล่นเข้าออก และส่งเสียงดังสร้างความรำคาญแก่บ้านข้างเคียงประจำ 

ด้านนายเอกพันธ์ เล่าว่า เคยปิดบ้านไว้ เพราะต้องไปทำงานก่อสร้างต่างจังหวัดหลายเดือน กลับมาถูกคนงัดบ้านขโมยข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าไปจนเกลี้ยง แม้จะจับมือใครดมไม่ได้ แต่ก็สงสัยว่าขโมยคงเป็นคนแถวนี้ ต่อมาบ้านนายบอยถูกตัดกระแสไฟฟ้านานเป็นปี ก็ไม่รู้ว่าใครแอบไปต่อไฟฟ้าจากเสาไฟส่องสว่างริมถนนทางหลวง ลากเข้ามาในบ้านนายบอย ในฐานะญาติจึงไปบอกนายบอยด้วยความห่วงใย อาจสร้างความไม่พอใจแก่นายบอย จึงฉวยโอกาสที่ตนมีปากเสียงกับนายเฟรม ใช้อาวุธมีดฟันจนเลือดสาดดังกล่าว

ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหานายบอย ว่า พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม