วันพฤหัสบดี ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2569 07:03 น.

อาชญากรรม

ตามรวบเจ้าของอู่รถวิ่งราวทอง 3 บาทยายวัย 79 ปี อ้างเล่นปั่นสล็อตจนหมดตัว หมุนเงินไม่ทัน

วันอังคาร ที่ 06 มกราคม พ.ศ. 2569, 17.54 น.

วันที่ 6 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 10.30 น. บริเวณศาลเจ้าพ่อคำแดง หมู่ 5 เขตเทศบาลตำบลบ้านแพง (ทต.บ้านแพง) อ.บ้านแพง จ.นครพนม ซึ่งเป็นที่พึ่งทางจิตใจของชาวลุ่มน้ำโขง ได้มีนางฉอ้อน เลขะประภา หรือยายอ้อน อายุ 79 ปี บ้านอยู่ข้างวัดกลางหมู่ 10 เขตทต.บ้านแพง เดินทางมาพร้อมกับลูกสาว เพื่อนำเครื่องเซ่นไหว้ถวายเจ้าพ่อคำแดง หลังจากได้ทองคำหนัก 3 บาทคืนจากการถูกคนร้ายวิ่งราวทรัพย์ไปเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 10.00 น. วันที่ 27 ธันวาคม 68 ยายอ้อนได้นำอาหารไปถวายเพลพระวัดกลาง ถือเป็นกิจวัตรประจำที่เคยปฏิบัติ หลังถวายเพลพระคุณเจ้าเรียบร้อยก็หิ้วปิ่นโตเดินกลับบ้าน ที่อยู่ไม่ไกลจากวัดมากนัก ขณะเดินพ้นประตูวัด เพื่อจะข้ามถนนราษฎร์อุทิศ 5 ไปบ้านนั้น ได้มีชายไม่ทราบลักษณะเพราะสวมหมวกโม่งบิดบังใบหน้าและเสื้อแขนยาว กระชากข้อมือซ้ายที่สวมเลสทองคำหนัก 3 บาทวิ่งหลบหนีไป ทีแรกคิดว่าเป็นลูกหลานมาหยอก พอได้สติจึงถึงว่าถูกวิ่งราวทรัพย์แล้ว จึงให้ลูกพาไปแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ประสงค์ พันธุ์สุภา สารวัตรสอบสวน สภ.บ้านแพง ติดตามคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดี

โดย พ.ต.อ.จีรุฏฐ์ พิมพา ผกก.สภ.บ้านแพง และ พ.ต.ท.อดิศักดิ์   งามชัด  รอง ผกก.สืบสวนฯ  ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.โชคชัย  กำไรทอง  สว.สืบสวนฯ พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.บ้านแพง ลงพื้นที่หาข้อมูล ไล่เช็คกล้องวงจรปิดทุกตัวทั้งของเอกชนและหน่วยงานราชการ ที่มีอยู่รอบตัวอำเภอบ้านแพง พบกล้องตัวหนึ่งของร้านขายของบริเวณใกล้กับวัดกลางจุดเกิดเหตุ และถือเป็นกล้องต้นเรื่องชี้เบาะแส เพราะสามารถจับภาพชายต้องสงสัยขับรถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน ทีแรกไม่มีสิ่งปิดบังใบหน้า ก่อนจะเดินไปทางวัดกลาง ไม่นานชายต้องสงสัยได้เดินกลับมาที่รถ พร้อมหยิบหมวกโม่งสวมคลุมใบหน้า แล้วเดินกลับไปที่วัดกลางอีกครั้ง ประมาณ 20 นาทีก็วิ่งมาสตาร์ทเครื่องรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว

ตำรวจชุดสืบสวนทำงานหามรุ่งหามค่ำ ในการติดตามคนร้ายรายนี้ นั่งไล่เช็คกล้องตามจุดต่างๆ ว่าคนร้ายหลังก่อเหตุแล้วหลบหนีไปทางไหน กระทั่งเจอกล้องอีกตัวที่สามารถจับภาพรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ ขับไปจอดที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่เกิดเหตุเท่าไหร่ การสืบสวนสอบสวนจึงดำเนินไปอย่างรัดกุม

ขณะเดียวกันเมื่อวันที่ 2 มกราคม 2569 ตำรวจสืบสวน สภ.บ้านแพง จ.นครพนม ได้สืบทราบว่าในวันดังกล่าว ที่ร้านทองรูปพรรณแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.บึงกาฬ ได้มีชายคนหนึ่งนำเลสข้อมือทองคำหนัก 3 บาทมาเปลี่ยนเป็นสร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท ส่วนที่เหลือ 1 บาทขายเป็นเงินสดได้ 5 หมื่นบาทเศษ ทั้งนี้รูปพรรณสัณฐานตรงกับเจ้าของอู่ซ่อมรถต้องสงสัยทุกประการ แต่ไม่ผลีผลามสืบจนมั่นใจแล้ว จึงเดินทางไปที่อู่ซ่อมรถในขณะที่ผู้ต้องสงสัยคือนายวีระ (สงวนนามสกุล) หรืออังกอร์ อายุ 25 ปี กำลังจะนำแคบหมูไปส่งลูกค้าในตลาดสดเทศบาลฯ เจ้าหน้าที่จึงได้เชิญตัวสอบสวนที่โรงพัก

เบื้องต้นนายอังกอร์ให้การภาคเสธ ยอมรับในบางเรื่องที่อยู่ในกล้องวงจรปิด ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่อีกชุด ได้เชิญตัวภรรยานายอังกอร์ซึ่งท้องแก่ใกล้คลอด นั่งดูกล้องอยู่อีกห้องหนึ่ง ก็เชื่อว่าชายต้องสงสัยในภาพคือสามีตนแน่นอน จึงเดินไปกอดสามีร่ำไห้แล้วบอกว่าให้ยอมรับดีกว่า นายอังกอร์จึงเปิดปากรับสารภาพว่าเป็นคนก่อเหตุจริง

ส่วนมูลเหตุจูงใจครั้งนี้ นายอังกอร์เล่าว่าเพราะแอบเมียไปเล่นปั่นสล็อตออนไลน์ จนเสียเงินหมดเนื้อหมดตัว โดยที่เมียไม่รู้ระแคะระคายมาก่อน เริ่มจากหยิบยืมเงินเพื่อนจนหมุนไม่ทัน อีกทั้งงวดรถยนต์ก็ไล่บี้มา เกิดความคิดชั่ววูบในการกระทำผิด เพราะเห็นยายอ้อนจะใส่เลสข้อมือทองคำไปถวายเพลพระประจำ จึงดูลาดเลารอบบริเวณ วันก่อเหตุก็มาแอบซุ่มอยู่ในกำแพงวัดข้างห้องน้ำ ซึ่งมีกล้องบ้านฝั่งตรงข้ามวัดจับภาพนั้นไว้ได้ พอยายอ้อนเดินกลับออกมาจากวัด ก็จู่โจมคว้าแขนแกะเลสข้อมือวิ่งหลบหนีไป เหตุที่จับจ้องไปที่ตัวยายอ้อนเพราะเป็นคนแก่อายุมากแล้ว และไม่คิดว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมตัวได้

ในเบื้องต้นหลังจำนนต่อหลักฐาน ญาตินายอังกอร์ได้เข้าไปขอโทษยายอ้อน พร้อมนำสร้อยคำทองคำหนัก 2 บาทและเงินสด 7 หมื่นบาทมาคืนให้ ซึ่งยายอ้อนไม่ติดใจเอาความอะไร แต่ทางกฎหมายคดีอาญา เจ้าหน้าที่ได้กล่าวหาฐานความผิดวิ่งราวทรัพย์โดยแปลงหรือปลอมตัวเป็นผู้อื่น มอมหน้าหรือทำด้วยประการอื่นเพื่อไม่ให้จำหน้าได้ ลักลอบเล่นการพนันออนไลน์(พนันสล็อต) พนันเอาทรัพย์สินโดยผิดกฎหมาย จึงได้ควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแพง ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
 

หน้าแรก » อาชญากรรม