วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2569 12:47 น.

อาชญากรรม

ไม่เข็ด! ตำรวจ PCT ภาค 5 รวบรอบ 2 สองโจ๋กดเงินให้แก๊งคอลฯ "AA99" กลางห้างเชียงใหม่

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.22 น.

จากกรณีตำรวจ ศปอส.ภ.5 (PCT ภ.5) ได้สืบสวนจับกุมนายภูตะวัน อายุ 21 ปี (ผู้ต้องหาที่ 1)ซึ่งกระทำความผิดรับเป็นบัญชีม้า ต่อมาตรวจสอบขยายผลพบว่า นายภูตะวันฯ ได้ผันตัวเป็นคนควบคุมบัญชีม้า จากนั้น จึงได้ติดตามพฤติกรรมฯของนายภูตะวันฯ เรื่อยมา

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 69 ตำรวจ PCT ภาค 5  นำโดย พล ต ต ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัยรอง ผบช ภ 5 ได้รับแจ้งจากสายลับว่า นายภูตะวันฯ ปรากฏตัวที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเชียงใหม่ แอร์พอร์ต อ.เมือง จ.เชียงใหม่  จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ ตำรวจ PCT ภาค 5 สะกดรอยเฝ้าติดตามพฤติการณ์ จนพบนายภูตะวันฯ และนายทศนัท อายุ 21 ปี (ผู้ต้องหาที่ 2) จากการสังเกตพฤติการณ์อย่างใกล้ชิด พบว่านายภูตะวันฯ และนายทศนัทฯ ขณะกำลังฝากเงินเข้าเครื่องฝาก-ถอนเงินอัตโนมัติ ธนาคารออมสิน 
     
เจ้าหน้าที่จึงเข้าแสดงตัวตรวจสอบ ทั้งสองรับสารภาพว่า เงินจำนวนดังกล่าวไม่ใช่ของตนเอง โดยเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงิน ที่กลุ่มเทเลแกรม รับจ้างถอน-ฝากเงิน มีผู้สั่งการเป็นผู้ใช้บัญชีชื่อ “AA99” โดยทำการถอนเงินในวันนี้(19 ม.ค. 69) มาแล้ว 5 ครั้ง เป็นเงินจำนวน 129,000 บาท และได้ฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารทอดต่อไปตามคำสั่งการแล้ว คือ บัญชีธนาคารกรุงเทพ เมื่อทำการตรวจค้นพบ  1. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง 2. บัตรกดเงินสด ATM จำนวน 2 ใบ 
       
ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมตัว โดยแจ้งข้อหาในความผิดฐาน "เป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย(อั้งยี่)และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" นำส่งพนันงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ จว.เชียงใหม่

ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตรงกันว่าได้รับสั่งการจากกลุ่มผู้สั่งการในเทลแกรม สั่งการให้กดเงินสดตามตู้ ATM โดยตนจะทำการกดเงินสดโดยไม่ใช้บัตรตามตู้ต่าง ๆ และทำการถ่ายภาพคิวอาร์โค้ด ส่งไปยังกลุ่มเทลแกรม จากนั้นจะทำการรอรับเงินออกจากตู้ และจะทำการกดไปเรื่อย ๆ แล้วเมื่อถอนเงินได้แล้ว จะนำไปฝากต่อยังบัญชีธนาคารกรุงเทพ โดยตนจะได้รับค่าจ้าง เป็นเงินร้อยละ 5 ของมูลค่าเงินที่ถอนออกมาได้โดยประมาณ  
    
พล ต ต ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบช 5 ได้เปิดเผยว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 ได้สืบสวนติดตามเครือข่ายแก๊งคอลเซนเตอร์ หลังพบพฤติการณ์ลักลอบทำธุรกรรมทางการเงินให้กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ ต่อมาได้รับแจ้งเบาะแสว่า ผู้ต้องสงสัยรายเดิม ซึ่งเคยถูกจับกุมมาแล้ว ได้ปรากฏตัวภายในศูนย์การค้าแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.เมืองเชียงใหม่ จึงเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนพบกำลังทำธุรกรรมฝาก–ถอนเงินสดที่ตู้ ATM ร่วมกับพวกอีก 1 ราย 

จากการตรวจสอบพบโทรศัพท์มือถือ บัตร ATM และเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับกลุ่มสั่งการผ่านแอป Telegram โดยมีการรับคำสั่งให้ถอนเงินจากบัญชีผู้อื่น แล้วนำไปฝากต่อยังบัญชีปลายทาง แลกกับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดเงิน 

ผู้ถูกจับให้การรับสารภาพว่า ทำหน้าที่กดเงินและส่งต่อเงินตามคำสั่งของผู้ควบคุมบัญชีในเครือข่าย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาความผิดเกี่ยวกับอั้งยี่และการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย 

ขอย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อรับจ้างเปิดบัญชีหรือกดเงินให้ผู้อื่น เพราะอาจมีความผิดทางกฎหมายร้ายแรง หากพบเบาะแสการกระทำผิด แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที หากพบเบาะแสหรือการกระทำความผิดในลักษณะดังกล่าว ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
 

หน้าแรก » อาชญากรรม