วันพุธ ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2569 03:10 น.

อาชญากรรม

ผบ.ตร.สั่งปิดเมืองหัวหิน ล่า “แซม” ฆ่าชิงทรัพย์พนักงานโรงแรม

วันอังคาร ที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2569, 15.17 น.

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 19 มกราคม 2569 คนร้ายเป็นชายใช้อาวุธท่อนเหล็กทำร้าย น.ส.วิรินทร์ หรือ “นุ้ย” เถาลิโป้ อายุ 35 ปี พนักงานต้อนรับโรงแรมแห่งหนึ่ง ภายในซอยหัวหิน 88/1 ถนนเพชรเกษม เขตเทศบาลนครหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จนเสียชีวิตบริเวณหลังเคาน์เตอร์ฟรอนต์โรงแรม ก่อนค้นเอากระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือของผู้ตายหลบหนีไป

 

 

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ทราบตัวผู้ต้องหาคือ นายรัฐติกร หรือ “แซม” อายุ 36 ปี จึงขออนุมัติศาลออกหมายจับที่ จ.15/2569 ลงวันที่ 19 มกราคม 2569 และเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีอย่างเร่งด่วน

 

 

ต่อมาเวลา 10.00 น. วันที่ 20 มกราคม 2569 ที่สถานีตำรวจภูธรหัวหิน พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วยรองผู้บังคับการฯ และผู้กำกับการ สภ.หัวหิน ประชุมร่วมกับชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7 และชุดสืบสวนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญประชาชนรายนี้ ใช้เวลาประชุมประมาณ 2 ชั่วโมง ก่อนปล่อยแถวกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 200 นาย ปูพรมค้นหาและปิดล้อมพื้นที่ออกติดตามตัวผู้ต้องหา

 

 

พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง เปิดเผยว่า คดีดังกล่าวเป็นคดีร้ายแรง ผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิง สร้างความสะเทือนขวัญแก่ประชาชนในพื้นที่ ตำรวจภูธรภาค 7 และตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ให้ความสำคัญกับคดีนี้เป็นอย่างยิ่ง เพื่อสร้างความปลอดภัยแก่ประชาชน เบื้องต้นเชื่อว่าผู้ต้องหายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียง เนื่องจากไม่มีพาหนะเป็นของตนเอง และเคยมีประวัติคดีทำร้ายร่างกายและข่มขืนมาก่อน จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่เพิ่มในการสแกนเอกซเรย์พื้นที่ พร้อมประสานจังหวัดเพชรบุรีช่วยติดตามตัว

 

 

ส่วนกระแสข่าวเรื่องผู้ต้องหาแต่งกายเป็นผู้หญิงนั้น จากการตรวจสอบพบภาพจากสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัวของผู้ต้องหาที่มีลักษณะการแต่งกายดังกล่าว แต่จากการสืบสวนยังไม่พบพฤติการณ์แต่งกายอำพรางตัวระหว่างหลบหนี อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นนี้ทิ้ง และได้แจ้งให้ชุดสายตรวจ รวมถึงผู้ประกอบการโรงแรม ร้านค้า และประชาชน ช่วยสังเกตบุคคลต้องสงสัย หากพบผู้มีลักษณะคล้ายตามหมายจับหรือภาพสเก็ตช์ ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

 

 

ด้านรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แสดงความห่วงใยต่อเหตุการณ์ดังกล่าว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่กระทบต่อความรู้สึกปลอดภัยของประชาชน และเกิดขึ้นในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศ จึงสั่งการด่วนให้ตำรวจภูธรภาค 7 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งติดตามจับกุมผู้ต้องหาให้ได้โดยเร็วที่สุด พร้อมกำชับพนักงานสอบสวนให้รวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และพยานแวดล้อมอย่างรอบคอบ เพื่อให้สำนวนคดีมีความสมบูรณ์ และเตือนผู้ที่ให้การช่วยเหลือหรือให้ที่พักพิงผู้ต้องหาจะมีความผิดตามกฎหมาย
 

 

หน้าแรก » อาชญากรรม