วันอังคาร ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2569 12:44 น.

อาชญากรรม

เปิดใจ! "พี่สาว-พี่เขย" อูมปันสุข ผวาทหารคลั่งบุกบ้าน ต้นสังกัดปลดออกทำผิดซ้ำซาก จ่อแจ้งคดีอาญา

วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 11.42 น.

วันที่ 26 ม.ค.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณรีเฟซบุ๊ก “อูมปันสุข” ของ อูม–โสรยา นางแบบชื่อดัง ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับครอบครัวในพื้นที่ จ.อุดรธานี หลังมีชายซึ่งเป็นทหารนายหนึ่ง ใช้อาวุธปืนยิงใส่พี่เขยของเธอ โชคดีที่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ จากคลิปวิดีโอปรากฏภาพขณะรถตู้ของพี่เขยขับมาจอดบริเวณหน้าบ้าน ก่อนที่รถของทหารคู่กรณีจะขับเข้ามาจอดใกล้กัน จากนั้นทั้งสองฝ่ายมีปากเสียงโต้เถียงและด่าทอกันอย่างรุนแรง กระทั่งทหารนายดังกล่าวชักอาวุธปืนยิงเข้าใส่ ทำให้พี่เขยต้องวิ่งหนีตายเข้าไปหลบภายในบ้าน หลบเกือบไม่ทัน เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 16.26 น. วันที่ 25 ม.ค. 69 ที่ผ่านมาสดๆ ร้อน ท่ามกลางความแตกตื่นของคนในบ้าน โดยหลังคลิปถูกเผยแพร่ออกไป ได้สร้างความตกใจและถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์

 

ต่อมาหลังเกิดเหตุไม่นาน คุณเป้า อายุ 51 ปี พี่สาวอูม ปันสุข และ คุณแจ๊ส อายุ 41 ปี พี่เขยฯ สองผู้เสียหายในคลิป ได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าว และ นายภานุมาศ จิตรวศินกุล เจ้าของเพจ “เฮียเปี๊ยกช่วยด้วย” ก่อนเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.โนนสูง จ.อุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

 

คุณเป้า เปิดเผยว่า กลางปี 68 ตนและแฟนได้ขับรถไปรับ “น้องนุ่น” ซึ่งเป็นอดีตภรรยาของผู้ก่อเหตุ ที่หน้าคลินิกเพื่อไปทำธุระร่วมกัน ขณะนั้นน้องนุ่นได้หย่าขาดกับอดีตสามีแล้ว และตนไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับการหย่าร้าง แต่ฝ่ายชายกลับดักรอและพยายามเข้ามาทำร้าย โดยเชื่อว่าตนเป็นผู้ให้ที่หลบซ่อนอดีตภรรยา

 

วันที่ 4 เม.ย. ปีที่ผ่านมา เรื่องราวบานปลายจนต้องไปตกลงกันที่โรงพัก เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังคงตามคุกคามไม่หยุด ต่อมาเรื่องเงียบไปช่วงหนึ่ง แต่ภายหลังก็เริ่มโพสต์ข้อความข่มขู่ในเฟซบุ๊ก เช่น “วันนี้เจอหน้า วันหน้าเจอแต่วิญญาณ” และขู่ฆ่ายกครัว

 

คุณเป้า กล่าวต่อว่า ต่อมาในเดือน มิ.ย. ผู้ก่อเหตุเคยกระโดดเข้ามาภายในบ้านพร้อมอาวุธปืน โดยมีผู้บังคับบัญชาติดต่อมาเคลียร์และแจ้งว่าได้มีการลงโทษแล้ว จึงคิดว่าเรื่องจะยุติ แต่ไม่นานกลับมีการโพสต์คุกคามลูกหลานอีก กล่าวหาว่าสามีตนมีความสัมพันธ์กับอดีตภรรยาของเขา ซึ่งไม่เป็นความจริง

 

กระทั่งล่าสุดช่วงบ่ายวันที่ 25 ม.ค. ก่อนเกิดเหตุ ผู้ก่อเหตุได้โพสต์ข้อความทิ้งท้ายในเฟซบุ๊ก กระทั่งแฟนของตนขับรถตู้กลับมาถึงหน้าบ้าน ชายคนดังกล่าวได้ขับรถมาจอดเทียบ ลดกระจกเล็งปืนใส่ พร้อมตะโกนด่าทอ กล่าวหาว่าพวกตนทำให้เขาต้องออกจากราชการและเสียอนาคต ก่อนจะยิงใส่ 1 นัด กระสุนถูกตัวรถ หากไม่ถูกตัวรถอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

 

คุณเป้า ระบุว่า หลังเกิดเหตุทุกคนอยู่ในอาการหวาดผวา นอนไม่หลับ ต้องพากันไปพักโรงแรมชั่วคราว ไม่กล้ากลับบ้านเพราะกลัวผู้ก่อเหตุจะย้อนกลับมาทำร้าย พร้อมย้ำว่าที่ต้องติดตั้งกล้องวงจรปิดก็เนื่องจากการคุกคามดังกล่าว เรื่องแบบนี้น่ากลัวมากไม่เจอกับใครไม่รู้ความรู้สึก ดูเขาคลั่งมาก อยากให้เขาเลิกยุ่งกับพวกเรา ปัญหาครอบครัวของเขาให้ไปเคลียร์กันเอง ไม่ใช่มาลงกับคนอื่น ตอนนี้ต้องฝากความหวังไว้กับตำรวจและกระบวนการยุติธรรม ให้จับตัวมาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด” คุณเป้า กล่าวตอนท้ายด้วยความหวังจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้

 
ล่าสุดเรื่องนี้ พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบแล้วเป็นกำลังพลของกองทัพบก มีประวัติกระทำความผิดซ้ำซากในหลายกรณีตั้งแต่ปี 2567 ซึ่งทางหน่วยได้ลงโทษทางวินัยมาโดยตลอด โดยเมื่อต้นเดือนมกราคมได้หนีราชการ ทางหน่วยกำลังต้นสังกัดดำเนินการปลดออกจากราชการตามระเบียบ ส่วนเรื่องคดีอาญาที่เป็นข่าวปัจจุบันหน่วยกำลังดำเนินการเพื่อแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อออกหมายจับทหารคลั่งนายนี้ หากมีรายละเอียดอื่นๆจะแจ้งให้ทราบต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม