วันพฤหัสบดี ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2569 09:14 น.

อาชญากรรม

ตร.ภาค 1 บุกทลายขบวนการ “บัญชีม้า” กลางคอนโดเมืองทองธานี

วันพุธ ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.53 น.

ตำรวจภูธรภาค 1 สนธิกำลังบุกทลายเครือข่ายรับซื้อ–เช่าบัญชีม้า รวบผู้ต้องหาชาวไทยและชาวจีนรวม 8 ราย พร้อมของกลางเงินสดกว่า 3 แสนบาท และอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก หลังพบพฤติการณ์นำบัญชีไปใช้ก่ออาชญากรรมออนไลน์ สร้างความเสียหายหลายล้านบาท

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสังกัด ภ.1 และตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมี พ.ต.อ.พูนสุข เตชะประเสริฐพร ผู้กำกับการสืบสวน 1 บก.สส.ภ.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.1 บก.สส.ภ.1 เข้าตรวจสอบและจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาขบวนการบัญชีม้าในพื้นที่คอนโดเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี 

การปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากการประสานข้อมูลจาก กก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา หลังสืบสวนพบกลุ่มบุคคลลักลอบโพสต์รับซื้อและเช่าบัญชีธนาคาร เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดทางอาญา โดยมีการกดเงินสดจากบัญชีม้าและนำไปส่งมอบให้กลุ่มชาวจีน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย 6 ราย ได้แก่ นายปิยปฎิภาณ เลิศรัตน์ ทำหน้าที่จัดหาบัญชีและกดเงิน นายสุทธิวัฒน์ คีมกระโทก ทำหน้าที่จัดหาบัญชีและกดเงิน นายบัณฑิต บุญแสน ทำหน้าที่ควบคุมบัญชีม้าและรวบรวมเงินสด น.ส.นุชวรา ศรีหาบัณฑิต ทำหน้าที่แอดมิน นายนิธิศ มั่นคง ทำหน้าที่กดเงิน นายอนุรักษ์ พึ่งทอง ทำหน้าที่กดเงิน

อย่างไรก็ตาม จากการขยายผล เจ้าหน้าที่พบว่าหลังถอนเงินจากบัญชีม้า กลุ่มผู้ต้องหานำเงินสดไปมอบให้ชาวจีน จึงเข้าจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนเพิ่มเติมอีก 2 ราย คือ MR. MA SENLIN สัญชาติจีน ทำหน้าที่สั่งการ และ MR. ZHANG HANQING สัญชาติจีน บริเวณคอนโดเมืองทองธานี ตึก P2 ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี พร้อมตรวจยึดของกลาง เงินสดจำนวน 346,200 บาท โทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 4 เครื่อง

ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันจัดหา โฆษณา หรือไขข่าวเพื่อให้มีการซื้อขายบัญชีเงินฝากหรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์เพื่อนำไปใช้กระทำความผิดทางอาญา, ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย (อั้งยี่) และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบบัญชีที่กลุ่มผู้ต้องหาใช้ในการกระทำความผิด พบมีธุรกรรมต้องสงสัย (TPO) ที่เกี่ยวข้องเบื้องต้นจำนวน 44 เคส คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวมหลายล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลติดตามผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม และดำเนินการตามโครงการ “Money Cash Back” เพื่อเยียวยาผู้เสียหาย พร้อมจัดทำรายงานการสืบสวนส่งให้สถานีตำรวจที่รับแจ้งความ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

หน้าแรก » อาชญากรรม