วันศุกร์ ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2569 01:39 น.

อาชญากรรม

บุกช่วยสาวปี 4 เหยื่อคอลเซ็นเตอร์ ขู่ฟอกเงิน-บังคับทำเอกสารปลอมสูญ 7 แสน

วันพฤหัสบดี ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2569, 18.20 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2569 พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผู้กำกับการ สภ.โพธิ์กลาง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้รับแจ้งเบาะแสจากผู้ปกครองของนักศึกษาหญิงชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.นครราชสีมา ว่า บุตรสาวถูกแก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์ข่มขู่และหลอกลวงให้โอนเงินรวมเป็นจำนวนเงินกว่า 700,000 บาท จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.อ้อมใจ อินธิแสน รองสารวัตรสืบสวน สภ.โพธิ์กลาง พร้อมกำลังชุดสืบสวน เร่งลงพื้นที่เข้าตรวจสอบและให้การช่วยเหลือทันที

จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า มิจฉาชีพได้โทรศัพท์ติดต่อผู้เสียหายโดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ของค่ายโทรศัพท์มือถือ แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนพัวพันกับคดีฟอกเงิน จากนั้นได้โอนสายไปยังผู้ร่วมขบวนการที่แอบอ้างเป็นตำรวจ สภ.เมืองระนอง เพื่อพูดจาข่มขู่และให้แอดไลน์เปิดวิดีโอคอลพูดคุย โดยกำชับห้ามบอกเรื่องนี้กับใคร พร้อมออกอุบายบังคับให้ผู้เสียหายจัดทำเอกสารปลอมของมหาวิทยาลัย อ้างเป็นค่าใช้จ่ายโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษา ณ ประเทศญี่ปุ่น ระยะเวลา 3 เดือน รวมเป็นเงิน 856,000 บาท เพื่อนำไปหลอกผู้ปกครอง ส่งผลให้บิดาของผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้รวม 2 ครั้ง เป็นจำนวนเงิน 700,000 บาท จากนั้นมิจฉาชีพได้สั่งให้ผู้เสียหายโอนเงินต่อไปยังบัญชีต่าง ๆ อีกกว่า 10 บัญชี โดยอ้างว่าเป็นการตรวจสอบบัญชี จนกระทั่งผู้ปกครองเกิดความสงสัยเนื่องจากมีการโอนเงินจำนวนมาก จึงแจ้งตำรวจเข้าช่วยเหลือ

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเหลือนักศึกษาหญิงรายดังกล่าว ณ หอพักแห่งหนึ่งใน ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา ขณะเข้าช่วยเหลือพบผู้เสียหายอยู่ในอาการตื่นตกใจ และกำลังเปิดวิดีโอคอลพูดคุยกับมิจฉาชีพ ซึ่งมีการติดต่อควบคุมตัวผู้เสียหายผ่านออนไลน์ต่อเนื่องมานานประมาณ 3 วัน นอกจากนี้ยังพบว่ามิจฉาชีพได้สั่งให้ผู้เสียหายไปเปิดเช่าห้องพักใหม่เพื่อสะดวกต่อการติดต่อและควบคุม เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐาน โทรศัพท์มือถือ สลิปการโอนเงิน และเอกสารโครงการแลกเปลี่ยนปลอม เพื่อใช้ประกอบการสืบสวนสอบสวน

พ.ต.อ.พัชรดนัย การินทร์ ผกก.สภ.โพธิ์กลาง เปิดเผยว่า คดีนี้มีความเสียหายมูลค่าสูงและมุ่งเป้าไปยังกลุ่มนักศึกษา โดยสร้างเรื่องราวและเอกสารปลอมเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ขณะนี้ตำรวจได้รวบรวมหลักฐานเส้นทางการเงิน พบว่าบัญชีปลายทางเข้าข่ายบัญชีม้า และได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อระงับบัญชี พร้อมอายัดเส้นทางการเงินเร่งด่วนแล้ว ทั้งนี้ ขอเตือนประชาชนและนักศึกษา หากมีโทรศัพท์อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานต่าง ๆ ข่มขู่ว่าพัวพันคดีและสั่งให้โอนเงิน อย่าหลงเชื่อเด็ดขาด ขอให้ตรวจสอบกับหน่วยงานต้นสังกัดโดยตรง และหากพบความผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

หน้าแรก » อาชญากรรม