วันอาทิตย์ ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 09:39 น.

การศึกษา

พิธีมอบประกาศนียบัตรวิชาชีพ ราชมงคลพระนคร ครั้งที่ 5

วันศุกร์ ที่ 02 พฤษภาคม พ.ศ. 2568, 14.33 น.

พิธีมอบประกาศนียบัตรวิชาชีพ ราชมงคลพระนคร ครั้งที่ 5

 

วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เวลา 10.00 น. พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล เสด็จไปทรงเป็นประธานในพิธีมอบประกาศนียบัตรวิชาชีพ ครั้งที่ 5 ประจำปีการศึกษา 2567 ณ หอประชุมเฟืองเหนือ คณะวิศวกรรมศาสตร์ ศูนย์พระนครเหนือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร โดยมี พลโท ชัยณรงค์ กิจรุ่งโรจน์เจริญ อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ทำหน้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร พร้อมด้วย ดร.ณัฐวรพล รัชสิริวัชรบุล อธิการบดี ผู้บริหาร บุคลากร และนักศึกษา ต้อนรับผู้แทนพระองค์

 

ในปีนี้สภามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มีมติอนุมัติผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จากประเภทพาณิชยกรรม คณะบริหารธุรกิจ และประเภทอุตสาหกรรม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จำนวน 114 คน นอกจากนี้ทรงประทานทุนการศึกษา และเกียรติบัตรประเภทต่าง ๆ ดังนี้ นักเรียนที่มีผลการเรียนดีเด่น จำนวน 27 คน นักเรียนที่มีผลการเรียนสูงสุดได้รับเหรียญราชมงคลพระนคร จำนวน 2 คน นักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษานักเรียน ประเภทเรียนดี ประพฤติดี ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 6 คน นักเรียนที่ได้รับทุนการศึกษาประเภทความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 7 คน

 

ภายหลังพิธีมอบประกาศนียบัตรวิชาชีพ พลเอก พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมศึกยุคล มีพระโอวาทแก่ผู้สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ความตอนหนึ่งว่า “การศึกษามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิต เพราะเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะในการดำเนินชีวิต โดยเฉพาะการศึกษาระดับอาชีวศึกษาที่มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะวิชาชีพเฉพาะด้าน ซึ่งเป็นวิชาชีพพื้นฐานในการพัฒนาประเทศและเป็นการเตรียมความพร้อมเข้าสู่การศึกษาขั้นสูงในระดับอุมศึกษาต่อไป แต่การศึกษาเพียงอย่างเดียว มิเพียงพอต่อการดำเนินชีวิตภายหลังสำเร็จการศึกษา เพราะหากขาดซึ่งคุณธรรมอาจนำความรู้ไปในทางที่ผิดก็เป็นได้ โดยทั่วไป ผู้ที่มีวิชาความรู้ ย่อมเอาชนะผู้อื่นด้วยปัญญาหากผู้มีคุณธรรมย่อมใช้ธรรมมะเอาชนะใจตนเอง เช่น ชนะกิเลสความชั่วที่มีอยู่ในจิตใจหากสามารถชนะกิเลสในจิตใจของตนเองได้ ย่อมไม่ประพฤติผิด มุ่งมั่นทำความดีประกอบสัมมาชีพโดยสุจริต หากผู้สำเร็จการศึกษาทุกคนสามารถครองตนให้ตั้งมั่น อยู่บนพื้นฐานคุณธรรมสองประการนี้ได้อย่างบริบูรณ์ กอปรกับปัญญาได้ที่อุตสาหะศึกษามาอย่างมุ่งมั่น หลอมรวมเป็นความรู้คู่คุณธรรม ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จในการดำเนินชีวิต ทั้งจะได้เกื้อกูลประโยชน์จากการศึกษาค้ำชูสังคมและร่วมพัฒนาประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรืองต่อไป”

 

ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

 

 

หน้าแรก » การศึกษา