การศึกษา
มทร.ธัญบุรี จับมือยุโรป ศึกษาวิจัยน้ำเสียโรงพยาบาล ยกระดับมาตรฐานจัดการน้ำสู่ความยั่งยืน
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
มทร.ธัญบุรี จับมือยุโรป ศึกษาวิจัยน้ำเสียโรงพยาบาล ยกระดับมาตรฐานจัดการน้ำสู่ความยั่งยืน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) เดินหน้าทำงานร่วมกับนักวิจัยจากหลายประเทศในยุโรป พัฒนาวิธีจัดการน้ำเสียจากโรงพยาบาลให้ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ สนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน เพื่อการจัดหาน้ำสะอาด สร้างสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดี
รศ.ดร.สมหมาย ผิวสอาด อธิการบดี มทร.ธัญบุรี พร้อมด้วย รศ.ดร.สุมนมาลย์ เนียมหลาง รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ โรจน์วิรุฬห์ และดร.ธีรกัญญา ศรีโพธิ์ ได้ร่วมมือกับนักวิจัยจากหลายประเทศ เช่น สาธารณรัฐเช็ก เดนมาร์ก อิตาลี โปรตุเกส อินโดนีเซีย และโคลอมเบีย ในโครงการ “NEUTRAL4GS: Innovating with Nature for Sustainable Water Management in the Global South” ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสหภาพยุโรป โดยมีเป้าหมายศึกษาวิธีการจัดการน้ำเสียจากโรงพยาบาลในประเทศกำลังพัฒนาอย่างเหมาะสม ปลอดภัย และสอดคล้องกับแนวคิดอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

รศ.ดร.สมหมาย กล่าวว่า สำหรับประเทศไทย ทีมวิจัย มทร.ธัญบุรี ได้ลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำเสียจากโรงพยาบาลที่มีขนาดต่างกัน เริ่มจากโรงพยาบาลสมเด็จพระนั่งเกล้า โรงพยาบาลชลลดา และโรงพยาบาลเทียนฟ้ามูลนิธิ จากนั้นได้ขยายความร่วมมือไปยังโรงพยาบาลธัญบุรี โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพฯ และโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ เพื่อศึกษาสารตกค้างในกลุ่มยาปฏิชีวนะและสารทางเภสัชกรรม ซึ่งแม้น้ำเสียเหล่านี้จะผ่านมาตรฐานคุณภาพในด้านความสกปรกทั่วไป แต่การสะสมของสารเหล่านี้ในธรรมชาติอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในชุมชน
ด้าน ดร.ธีรกัญญา ศรีโพธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการวิจัยนี้วางกรอบดำเนินงานไว้ 4 ปี เริ่มตั้งแต่ต้นปี 2567 โดยจัดให้มีกิจกรรมแลกเปลี่ยนนักวิจัย บริการทางวิชาการ และวิจัยร่วมกันกับประเทศพันธมิตร เพื่อนำองค์ความรู้จากหลายภูมิภาคมาประยุกต์ใช้ และยังมีการประเมินความยั่งยืนของเทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียแบบเป็นมิตรต่อธรรมชาติในหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม โดยใช้วิธีวิเคราะห์วงจรชีวิต (Life Cycle Assessment) เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางบำบัดที่แนะนำจะปรับใช้ได้จริงในบริบทของไทย และคุ้มค่าในระยะยาว
ขณะที่ รศ.ดร.ธรรมศักดิ์ โรจน์วิรุฬห์ ในฐานะนักวิจัยในโครงการฯ กล่าวว่า โครงการนี้จะช่วยให้อาจารย์และนักวิจัยของมหาวิทยาลัยได้เรียนรู้จากประสบการณ์การทำงานกับนักวิจัย/นักวิทยาศาสตร์ต่างประเทศ ซึ่งความรู้และประสบการณ์ที่ได้จะนำไปพัฒนาการเรียนการสอนให้ทันสมัยขึ้น นักศึกษาจะได้เข้าใจการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์สารปนเปื้อน ไปจนถึงการประเมินเทคโนโลยีที่เหมาะสม จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยเตรียมบัณฑิตให้พร้อมต่อการทำงานในด้านสิ่งแวดล้อมและสาธารณสุขในอนาคต
ทั้งนี้ งานวิจัยนี้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) โดยมุ่งเน้นที่การจัดการน้ำ สุขาภิบาล และสุขภาพความเป็นอยู่ที่ดี โดย มทร.ธัญบุรี มีความมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานกำกับดูแล โรงพยาบาล และนักวิชาการ เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดการน้ำเสียให้ก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและตอบสนองต่อความต้องการของสังคมไทยในปัจจุบัน ซึ่งการสร้างความร่วมมือเช่นนี้ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนงานวิจัยไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ และยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
ส่งข่าวได้ที่ email : saowaporn12345@gmail.com และ bat_mamsao@yahoo.com
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การศึกษา
Top 5 ข่าวการศึกษา ![]()
- สพป.สุโขทัย เขต 2 บรรจุและแต่งตั้งครู 17 มี.ค. 2569
- หัวใจข้ามสายน้ำเส้นทางการศึกษาของเด็กหลังขุนเขา ณ หมู่บ้านเหนือเขื่อนภูมิพล อ.สามเงา จ.ตาก 17 มี.ค. 2569
- ราช กรุ๊ป ติดตั้งโซลาร์เซลล์ สร้างธนาคารน้ำใต้ดิน ปรับปรุงพื้นที่ร.ร.บ้านหนองตะกู นครราชสีมา 17 มี.ค. 2569
- วว. คว้ารางวัลในเวทีโลก “Geneva Inventions 2026” สมาพันธรัฐสวิส 17 มี.ค. 2569
- เสียงจากสถานศึกษาขนาดเล็กต่อการประเมินคุณภาพภายนอกแบบเสมือนจริง (Virtual Visit) 17 มี.ค. 2569
ข่าวในหมวดการศึกษา ![]()
นิสิตคณะอุตสาหกรรมเกษตร มก. คว้ารางวัลการออกแบบบรรจุภัณฑ์ระดับประเทศ 16:40 น.- สอวช. กระตุกให้คิด ชวนมองอนาคตอาหารไทย เสริมเกราะความมั่นคงทางอาหาร รับมือวิกฤติโลก–สงครามการค้า 13:40 น.
- ผสาน “พุทธธรรม–AI” ปฏิรูปการศึกษาไทย BDI จับมือ สกศ. ดันหลักสูตร Micro-credential สร้างเยาวชนดิจิทัลมีจริยธรรม 13:17 น.
- ราชมงคลพระนคร มอบปริญญากิตติมศักดิ์ เชิดชูนักพัฒนา-สร้างสรรค์สังคม 12:51 น.
- เชิญร่วมฟังเสวนาพิเศษในงานการประชุมทางวิชาการ มก. ครั้งที่ 64 08:20 น.



