การศึกษา
สอวช. ผลักดัน “Plant-Rich Diet” เมนูพืชนำ เพื่อโลกยั่งยืน เสริมสร้างสุขภาพที่ดี ควบคู่กับการรักษ์โลก
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ขับเคลื่อนแนวคิด “Plant-Rich Diet” หรือ “การกินที่เน้นพืชเป็นหลัก” ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นให้แนวทางการบริโภคอาหารรูปแบบนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการ “Accelerating Thailand’s Protein Transition: Advancing Plant-Rich Diets for a Sustainable Future” ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ภายใต้แนวทาง BCG Economy และ Soft Power ด้านอาหาร เพื่อให้ประเทศไทยสามารถเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมอาหารแห่งอนาคตของภูมิภาคอาเซียน
Plant-Rich Diet คือรูปแบบการกินที่เน้นอาหารจากพืชเป็นหลัก เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืช ถั่ว เมล็ดพืช เห็ด และผลิตภัณฑ์จากพืช โดยไม่จำเป็นต้องงดเนื้อสัตว์ 100% แต่ลดสัดส่วนลง และเลือกบริโภคโปรตีนจากพืชให้หลากหลายขึ้น เช่น เต้าหู้ ผำ เทมเป้ หรือผลิตภัณฑ์ Plant-Based ต่าง ๆ โดยแนวทางนี้สอดคล้องกับรูปแบบการกินเพื่อสุขภาพที่ทั่วโลกยอมรับ เช่น Flexitarian Diet, Mediterranean Diet หรือ DASH Diet (Dietary Approaches to Stop Hypertension) เป็นต้น
“หัวใจสำคัญของ Plant-Rich Diet คือการสร้างสมดุลระหว่างสุขภาพของคนกับสุขภาพของโลก ลดการใช้ทรัพยากร ลดการปล่อยคาร์บอน และเพิ่มประสิทธิภาพของระบบอาหารอย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ อาหารไทยสามารถเป็นต้นแบบที่โดดเด่นของการกินรูปแบบ “Plant-Rich Diet” ได้ ไม่ว่าจะเป็นเมนูพื้นบ้านอย่าง แกงส้มผักรวม แกงเลียงใส่เห็ด น้ำพริกผักต้ม เมี่ยงคำ หรือข้าวต้มมัด ล้วนสะท้อนภูมิปัญญาการใช้พืชผักท้องถิ่นที่มีคุณค่าและรสชาติอร่อย นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมอาหารจากพืชยุคใหม่ที่ช่วยให้คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น เช่น โปรตีนทางเลือกจากพืช (Plant-Based Meat) นมจากพืช (นมถั่วเหลือง นมถั่วลายเสือ นมข้าว) ขนมขบเคี้ยวจากธัญพืช หรืออาหารพร้อมทาน Plant-Based ทั้งหมดนี้คือการผสมผสานระหว่างภูมิปัญญาไทยกับวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ
สอวช. ยังเปิดเผยถึง 4 เหตุผลที่ประเทศไทยควรส่งเสริม Plant-Rich Diet ประกอบด้วย 1. สุขภาพดีขึ้น: ลดความเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) เช่น เบาหวาน ความดัน และโรคหัวใจ 2. อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ: พัฒนาและใช้พืชท้องถิ่นที่มีศักยภาพสูง เช่น ผักพื้นบ้าน งา ถั่ว หรือ ผำ 3. เศรษฐกิจเติบโต: สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการไทย ผ่านอุตสาหกรรมอาหารจากพืช (Plant-based Food Industry) และ 4. สิ่งแวดล้อมยั่งยืน: การผลิตอาหารจากพืชใช้ทรัพยากรน้อยกว่าการผลิตเนื้อสัตว์หลายเท่า ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้อย่างมีนัยสำคัญ พบว่า หากคนไทยเพียง 1 ใน 10 หันมาปรับรูปแบบการกินเป็น Plant – Rich Diet ประเทศไทยจะสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 1 ล้านตันต่อปี
ด้าน นางสาวสิรินยา ลิม ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจชีวภาพ สอวช. กล่าวว่า หากทุกภาคส่วนร่วมกันขับเคลื่อน โดยภาครัฐ วางนโยบายจัดซื้ออาหาร Plant-Based ในหน่วยงานรัฐ สนับสนุนการวิจัยและตลาดอาหารจากพืช, ภาคเอกชน พัฒนาเมนูและผลิตภัณฑ์ Plant-Based ที่มีคุณภาพ รสชาติตอบโจทย์ และคุณค่าทางโภชนาการสูง ภาคการศึกษาและวิจัย ร่วมวิจัยและสร้างองค์ความรู้เรื่องโปรตีนจากพืช และระบบอาหารแห่งอนาคต และภาคประชาชน เริ่มต้นง่าย ๆ จากการปรับพฤติกรรมการบริโภค เช่น กำหนดให้มีวันที่กินอาหารเน้นพืช 1 วันต่อสัปดาห์ เพื่อสุขภาพของตัวเองและโลกใบนี้ ซึ่งในส่วนของ สอวช. เอง นอกจากการดำเนินโครงการ “Accelerating Thailand’s Protein Transition: Advancing Plant-Rich Diets for a Sustainable Future” แล้ว ในสำนักงานของ สอวช. เองยังมีนโยบายสนับสนุนการบริโภคอาหารจากพืชเช่นกัน ผ่านการจัดสัดส่วนเมนู Plant-Based ในกิจกรรมและการประชุมภายในองค์กรไม่น้อยกว่า 30% เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นให้คนไทยหันมาบริโภคอาหารประเภท Plant-Based เพิ่มมากขึ้น นำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มของอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต และยังได้สร้างพื้นที่การเรียนรู้เกี่ยวกับ Plant-Rich Diet ผ่านเว็บไซด์ www.plantrichdiet.nxpo.or.th ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้
“สอวช. อยากขอเชิญชวนทุกภาคส่วนมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายผู้ผลิตและผู้บริโภคอาหารจากพืช ซึ่งการขับเคลื่อนไปพร้อม ๆ กันของทุกภาคส่วนจะทำให้เกิดผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมให้เกิดความยั่งยืนต่อไป” นางสาวสิรินยา กล่าวทิ้งท้าย
ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่
หน้าแรก » การศึกษา
Top 5 ข่าวการศึกษา ![]()
- ศิษย์เก่า KU 39 และผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาค 1.2 ล้าน สร้างรพ.เกษตรศาสตร์ 5 พ.ย. 2569
- “ร่มสักคาเฟ่” มากกว่าร้านกาแฟ สู่ห้องเรียนสร้างอาชีพ ร.ร.แม่ระมาดวิทยาคม 5 พ.ย. 2569
- “ประวัติศาสตร์ที่ทันสมัย” ศธ.–วธ. หารือใช้พิพิธภัณฑ์และชุมชนเป็นห้องเรียน ขยายความร่วมมือ 5 ด้าน สู่ทักษะอาชีพและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 5 พ.ย. 2569
- จุฬาฯ ครองอันดับ 1 ของไทย 11 ปีซ้อน ผงาด Top 3% มหาวิทยาลัยแห่งเอเชีย 5 พ.ย. 2569
- ยกระดับโรบัสต้าชุมพรวิสาหกิจชุมชนละแมฮิลล์คอฟฟี่ด้วยแสงซินโครตรอน 5 พ.ย. 2569
ข่าวในหมวดการศึกษา ![]()
“ซาบีดา” เตรียมลงพื้นที่อุดรฯ ขับเคลื่อนวัฒนธรรม 5 จังหวัดอีสานตอนบน ดันทุนวัฒนธรรมสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เร่งจัดทำ Flagship ปี 70 13:09 น.- มทร.ธัญบุรี โชว์เจ๋ง คว้า TED Fellow Rising Star 2026 ดันงานวิจัยปั้นธุรกิจทะลุเป้า 16:41 น.
- วิศวกรรมชีวการแพทย์ ม.รังสิต ผนึกความร่วมมือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโตไก ประเทศญี่ปุ่น เดินหน้าพัฒนาบุคลากรวิศวกรรมคลินิกด้านเครื่องฟอกไต 09:37 น.
- มทร.ธัญบุรี นำทีมครูนวัตกรภาคกลาง คว้า 6 รางวัลระดับประเทศ ปั้นนวัตกรรมชุมชนสู่เมืองแห่งการเรียนรู้ 10:01 น.
- คณะรังสีเทคนิค ม.รังสิต จัดงานประชุมวิชาการเนื่องในวันรังสีเทคนิคโลก ประจำปี 2569 09:18 น.


