วันอาทิตย์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2569 12:05 น.

การศึกษา

"อนุทิน" เขียนคาถามอบทหาร แนะวิธีบริกรรมคุ้มภัยครอบจักรวาล นักวิชาการถอดรหัสชี้ภาพสะท้อนการเมืองไทยลูกผสม พุทธ–มูเตลู–อำนาจรัฐ

วันเสาร์ ที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2569, 08.31 น.

เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2569 ปรากฏการณ์ทางการเมืองและวัฒนธรรมความเชื่อได้เกิดขึ้นที่ด่านชายแดนช่องจอม–ปราสาทคนา อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ระหว่างการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกำลังพลทหารพรานและทหารหลักของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงในหมู่นักวิชาการด้านสังคมศาสตร์ พุทธศาสตร์ และรัฐศาสตร์อย่างกว้างขวาง

ไฮไลต์ของการลงพื้นที่ครั้งนี้ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการประเมินสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนไทย–กัมพูชา แต่คือการที่นายกรัฐมนตรีนำเสนอ “พระคาถาครอบจักรวาล” ของหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต โดยเขียนคาถาด้วยลายมือตนเองลงบนหมวกเหล็กของทหาร พร้อมเผยแพร่บทสวดในรูปแบบดิจิทัลผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือ สร้างภาพการผสานกันระหว่างพิธีกรรมความเชื่อแบบดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่

นักวิชาการวิเคราะห์ว่า การเลือกพื้นที่ด่านช่องจอมซึ่งมีนัยสำคัญทางภูมิรัฐศาสตร์และประวัติศาสตร์ความขัดแย้ง เป็นการสื่อสารทางการเมืองเชิงสัญลักษณ์ (Political Communication) ที่ตอกย้ำบทบาทผู้นำในฐานะ “ผู้ปกป้อง” และ “ผู้อุปถัมภ์” ต่อกำลังพลในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยใช้เครื่องมือทางวัฒนธรรมความเชื่อเป็นตัวกลางสร้างขวัญกำลังใจ

สำหรับพระคาถาที่ถูกเรียกว่า “ครอบจักรวาล” คือบท “นะโม วิมุตตานัง นะโม วิมุตติยา” ซึ่งมีรากฐานจากโมรชาดก หรือที่รู้จักในชื่อ “หัวใจพญายูงทอง” นักพุทธศาสตร์ชี้ว่า ในเชิงปรัชญา คาถานี้มิใช่เพียงมนตราคุ้มครองภัย แต่เป็นการนอบน้อมต่อ “วิมุตติ” หรือความหลุดพ้น อันเป็นเป้าหมายสูงสุดของพุทธศาสนา และเชื่อมโยงโดยตรงกับหลัก “สติ” และ “อัปปมาทธรรม” หรือความไม่ประมาท

อย่างไรก็ตาม ในมิติทางสังคมร่วมสมัย คาถาดังกล่าวถูกตีความและใช้งานในกรอบ “มูเตลู” หรือไสยศาสตร์สมัยใหม่ ที่เน้นอานุภาพ ความแคล้วคลาด และการเสริมสิริมงคล นักวิชาการมองว่านี่คือการซ้อนทับกันของโลกทัศน์เชิงไสยเวทกับพุทธธรรม ภายใต้วัฒนธรรมการเมืองไทยที่มีลักษณะลูกผสม (Syncretism)

การที่นายอนุทินเขียนคาถาด้วยตนเองและมอบให้ทหารโดยตรง ถูกอธิบายว่าเป็นการสร้าง “ออร่าแห่งความศักดิ์สิทธิ์” เชื่อมโยงตัวผู้นำเข้ากับบารมีของพระเกจิอาจารย์สายพระป่าอย่างหลวงปู่มั่น ขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่ในเชิงจิตวิทยาการสงคราม สร้างความรู้สึกได้รับการปกป้องทั้งจากอำนาจรัฐและอำนาจเหนือธรรมชาติ

นักวิชาการสรุปว่า เหตุการณ์ที่ช่องจอมสะท้อนภาพการเมืองไทยร่วมสมัย ที่ศาสนา ความเชื่อ เทคโนโลยี และอำนาจรัฐ หลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น แม้การสื่อสารภายนอกจะดูเป็น “สายมู” แต่ในเชิงเนื้อหา คาถาดังกล่าวบรรจุแก่นพุทธธรรมเรื่อง “สติ” และ “วิมุตติ” อย่างครบถ้วน และเปิดพื้นที่ให้ผู้ปฏิบัติสามารถเข้าถึงความหมายเชิงลึกได้ หากมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ

ปรากฏการณ์นี้จึงไม่เพียงสะท้อนบทบาทผู้นำในเชิงสัญลักษณ์ หากยังชี้ให้เห็นความโหยหาที่พึ่งทางใจของสังคมไทย ท่ามกลางบริบทความมั่นคงและความผันผวนทางการเมืองในยุคปัจจุบัน โดย “คาถาครอบจักรวาล” ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างศรัทธา ความมั่นคง และสติรู้ในโลกความจริงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้.
 

หน้าแรก » การศึกษา