วันจันทร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2569 21:31 น.

การศึกษา

"เจ้าคุณประสาร" ประชุมร่วมกับประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปที่สนามบินมิวนิค เยอรมนี

วันอาทิตย์ ที่ 04 มกราคม พ.ศ. 2569, 10.28 น.

  เมื่อวันที่ 3 มกราคม เวลา 15.00 น.(เวลาท้องถิ่นเมืองมิวนิค เยอรมนี) ณ  สนามบินเมืองมิวนิค ประเทศเยอรมนี พระเทพวัชรสารบัณฑิต หรือเจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ได้กล่าวว่า วันนี้ได้ประชุมปรึกษาหารือในกิจการงานพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (สธย.) ร่วมกับพระราชวชิรศาสนวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยนอร์เวย์ ประเทศนอร์เวย์ , ประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ( ส.ธ.ย.)
พร้อมด้วยพระธรรมทูตสายทวีปยุโรปในฐานะสมาชิก สธย. ประกอบด้วย 
พระโสภณพุทธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดพุทธาราม เบอร์ลิน เยอรมนี , เจ้าอาวาสวัดเทิดพระเกียรติเพื่อสันติภาพ เยอรมนี , 
พระครูศรีวิเทศพุทธิธรรม เจ้าอาวาสวัดพุทธธรรม มิวนิค เยอรมนี , รองประธาน กรรมการสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป เขต ๒
พระมหานิกรณ์ สุทฺธรตโน เจ้าอาวาสวัดพุทธไฮล์บรอนน์ เยอรมนี , กรรมการบริหารสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ( ส.ธ.ย.)

ในการประชุมหารือในครั้งนี้นั้น สืบเนื่องจาก การที่พระเทพวัชรสารบัณฑิต ได้เดินทางไปปฎิบัติศาสนกิจสวดมนต์ข้ามปีและปฎิบัติธรรมประจำปี ณ วัดพุทธาราม นครเบอร์ลิน ตามคำนิมนต์ของพระโสภณพุทธิวิเทศ เจ้าอาวาส และเมื่อประธานสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปทราบข่าวจึงขอนัดประชุมพิเศษเพื่อปรึกษาหารืองานพระธรรมทูต โดยกำหนดประชุมในระหว่างกึ่งกลาง คือ ที่สนามบินมิวนิค เยอรมนี โดยพระเทพวัชรสารบัณฑิต และพระโสภณพุทธิวิเทศ นั่งรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเบอร์ลินเข้าไป ส่วนพระราชวชิรศาสนวิเทศ นั่งเครื่องบินด่วน จากประเทศนอร์เวย์มาประขุมประเด็นสำคัญๆในการประชุมปรึกษาหารือกันในกลุ่มย่อยในครั้งนี้ ได้มีการยกหัวข้องานสำคัญๆที่เกี่ยวเนื่องกับพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรปและมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยมาพูดคุยกัน ประกอบด้วย 

1.การอบรมพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ในนามสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ในส่วนนี้มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และ ส.ธ.ย. จะสนองงานสำนักงานกำกับฯ อย่างไรเพื่อให้ได้พระธรรมทูตที่มีความรู้ความสามารถ รู้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลงและอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนา 
2.การอบรมพระธรรมทูตคฤหัสถ์เพื่อการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในต่างแดนงานนี้มีจุดเริ่มต้นมาจาก ส.ธ.ย. ทั้งสองหน่วยงานจะช่วยกันขยายผลได้อย่างไร และอะไรคือความยั่งยืนและมั่นคงของพระธรรมทูตคฤหัสถ์
3.การพัฒนาศักยภาพสตรีตามหลักพระพุทธศาสนาเรื่องนี้ ส.ธ.ย.ได้เริ่มต้นตั้งเป็นโครงการไว้แล้ว จะขยายขอบเขตความร่วมมือกับ มจร ได้อย่างไร
 4.การบริหาร การจัดการและการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ส.ธ.ย.ให้งานเจริญรุดหน้ายิ่งขึ้นตามลำดับ ทำงานให้ทันและสอดรับกับคนรุ่นใหม่ โลกใหม่ วิทยาการและเทคโนโลยีใหม่ๆ เราจะร่วมกันผลักดันองค์กรนี้ให้ก้าวหน้า ก้าวทันและเดินไปในทิศทางใด อย่างไร 
5.การร่วมมือกันทางด้านวิชาการระหว่าง มจร และ ส.ธ.ย. ต่างก็มีจุดแข็งในแต่ละด้าน มจร นั้นเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำในด้านวิชาการทางพระพุทธศาสนา เป็นที่ยอมรับทั่วโลก ส.ธ.ย. ก็มีเครือข่ายนักวิชาการและมหาวิทยาลัยชั้นนำในยุโรป การแลกเปลี่ยนนิสิต บุคลากรทางการศึกษา นักวิจัย และอาจารย์ รวมทั้งร่วมกันผลิตงานวิชาการทั้งด้านทฤษฎี งานวิปัสสนากัมมัฎฐาน งานวิจัยระดับนานาชาติ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในวงการพระพุทธศาสนา 
6.การออกแบบ การบริหารจัดการ การเป็นองค์กรร่วม ในงานประชุมสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป ในเดือนมิถุนายน 2569 ที่จะถึงนี้ ณ วัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน โดยมีพระโพธิคุณวิเทศ (พยอม) เป็นเจ้าอาวาส พระครูศรีวัชรบุญญาคม (บุญมา) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส คณะสงฆ์ คณะศรัทธาวัดพุทธวิหาร กรุงเบอร์ลิน ร่วมเป็นเจ้าภาพด้านสถานที่และอื่นๆ ทั้ง มจร ส.ธ.ย.และวัดพุทธวิหารจะร่วมมือกันทำงานอย่างไรให้บรรลุเป้าหมาย
7.การมีสำนักงานถาวรขององค์กรพระธรรมทูตไทยในต่างประเทศในประเทศไทย มจร จะช่วยเหลือเกื้อกูลได้อย่างไร ในความเมตตาและอนุญาตของประธานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ 
     
พระเทพวัขรสารบัณฑิต กล่าวในตอนท้ายว่า การประชุมร่วมกับประธาน ส.ธ.ย. คือพระราชวขิรศาสนวิเทศและคณะ ในครั้งนี้แม้จะมีเวลาค่อนข้างจำกัด อากาศหนาวเหน็บ หิมะตกหนักแต่ก็ครอบคลุมเนื้อหาในเกือบทุกประเด็นสำคัญๆ ในฝ่าย มจร นั้นก็จะได้นำข้อหารือในครั้งนี้ไปพูดคุย ปรึกษากับฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัย และฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น พระสิทธิวัชรบัณฑิต รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ พระศรีวัชรศาสตรบัณฑิต รองฯประชาสัมพันธ์ พระปัญญาวัชรบัณฑิต รองฯวิชาการ และรศ.ดร.สุรพล สุยะพรหม รองอธิการบดีฝ่ายกิจการทั่วไป เป็นต้น ก่อนเสนออธิการบดีเพื่อจะได้กำหนดทิศทางในการทำงานร่วมกับสหภาพพระธรรมทูตไทยในทวีปยุโรป (ส.ธ.ย.) ต่อไป
 

หน้าแรก » การศึกษา